Fri Mar 24 2023 00:00:00 GMT+0000 (Coordinated Universal Time)

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่อง แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570)


ประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่อง แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570)

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่อง แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) อาศัยอานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติโดยอนุมัติของ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2566 จึงออกประกาศกาหนดแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ ประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่อง แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) ” ข้อ 2 แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) ให้เป็นไป ตามท้ายประกาศนี้ ข้อ 3 ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ดาเนินการตามอานาจหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไป ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) ท้ายประกาศนี้ เพื่อให้ การดาเนินการเป็นไปโดยบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด ข้อ 4 ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬามีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐเพื่อจัดทำ แผนงานหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) ท้ายประกาศนี้ ข้อ 5 ประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 256 6 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ้ หนา 39 ่ เลม 140 ตอนพิเศษ 70 ง ราชกิจจานุเบกษา 24 มีนาคม 2566

1 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 2 คํานํา การจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นภารกิจของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยว แห่งชาติ (ท.ท.ช.) ที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไข เพิ่มเติม เพื่อกําหนดกรอบทิศทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็น องค์รวม เพื่อเป็นเครื่ องมือสําคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการบูรณาการการทํางานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันให้มีการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555 – 2559) แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่ งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) และ แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ( พ . ศ . 2564 – 2565) ดังนั้น เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มี การบริหารจัดการและพัฒนาอย่างต่อเนื่ อง จึงต้องจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบการพัฒนาในระยะ 5 ปี ถัดไป กระบวนการจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ได้มุ่งเน้น การมีส่วนร่วมจำกทุกภาคส่วน โดยเริ่มต้นตั้งแต่การประเมินผลแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) การศึกษาสภาพแวดล้อมและบริบทการท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศ การทบทวนทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ ยวของประเทศต้นแบบรายสําคัญ การทบทวนนโยบายและ แผนยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และการรับฟังและระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ผ่านการสัมภาษณ์ เชิงลึกผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การจัดประ ชุม กลุ่มย่อยและ การประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนฯ และการประชุมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ต่อแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) สาระสําคัญของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) จะให้ความสําคัญ กับการเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงทุกรูปแบบ และพร้อมที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบกั บการสร้ำงความเข้ มแข็ งจากภายใน มุ ่ งส่ งเสริ มการท่ องเที ่ ยวภายในประเทศ พั ฒนา การท่องเที่ยว ให้มีความทันสมัยผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม การยกระดับบุคลากรและ ผู้ ประกอบการ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ ยวให้มีคุณภาพ เข้าใจและสามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทของ การท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรค โควิด – 19 ตลอดจนการให้ความสําคัญกับการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคท้องถิ่น และภาคประชาชน โดยมีคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ และ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย เพื่อให้สามารถใช้เป็ น กรอบการดําเนินงาน ในการพัฒนา การท่องเที่ยวสู่วิสัยทัศน์และเป้าหมายได้อย่างแท้จริง คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ

3 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) สารบัญ บทสรุปผู้บริหำร (Executive Summary) … … … … 7 ส่วนที่ 1 บทนํา … … … … … 14 ส่วนที่ 2 สถานการณ์ แนวโน้ม และทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยว … … … 17 1. สภาพแวดล้อมและบริบทการท่องเที่ยวของไทยและของโลก … … … 17 2. ความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ระดับชาติ … … 56 3. ผลการดําเนินงานตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ( พ.ศ. 2560 – 2564) … 58 4. ภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย … … … … 60 ส่วนที่ 3 แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ.ศ. 2566 – 2570) … … 64 1. วิสัยทัศน์ … … … … … 64 2. เป้าหมายของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ.ศ. 2566 – 2570) … … 65 3. พันธกิจ … … … … … 66 4. ตัวชี้วัดหลัก ระยะ 5 ปี ( พ.ศ. 2566 – 2570) … … … 66 5. ยุทธศาสตร์การพัฒนา … … … … … 67 ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ( Resilient Tourism) 67 ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ มีคุณภาพสูง ( Quality Tourism) 69 ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Experience) 72 ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( Sustainable Tourism) 74 6. ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ … … … … 77 6.1 ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวไทย (Resilient Tourism) 77 6.2 ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพสูง (Quality Tourism) 84 6.3 ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว (Tourism Experience) 93 6.4 ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยื น (Sustainable Tourism) 106 ส่วนที่ 4 การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวสู่การปฏิบัติและการติดตามประเมินผล … … 116 1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยทั้งในระดับนโยบาย พื้นที่ และชุมชน … … … … … 116 2. กลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ . … … … … 119

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 4 ภาคผนวก 124 ภาคผนวก ก คําอธิบายตัวชี้วัด … … … … 124 ภาคผนวก ข คําอธิบายตัวชี้วัดหลักที่ 3 … … … … 135 ภาคผนวก ค ตารางดัชนี TTDI ของประเทศไทย ปี 2564 … … … 141 ภาคผนวก ง อภิธานศัพท์ … … … … … 143

5 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) สารบัญรูปภาพ รูปที่ 0 - 1: กรอบการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ( B UILD B ACK B ETTER F UTURE TOURISM ) … 9 รูปที่ 2 - 1: การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมด้านการท่องเที่ย วทั่ วโลก … … … 18 รูปที่ 2 - 2: ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวของโลกในปี พ.ศ. 256 2 … … … 18 รูปที่ 2 - 3: อันดับประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวและสร้างรายได้สูงสุด … … 19 รูปที่ 2 - 4: ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวของโลกในปี พ.ศ. 256 2 … … … 20 รูปที่ 2 - 5: สัดส่วนรายได้ด้านการท่องเที่ยวของไทย … … … … 22 รูปที่ 2 - 6: สถิติการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ … … … 23 รูปที่ 2 - 7: จํานวนและรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด … … … … 23 รูปที่ 2 - 8: ห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว … … … … 26 รูปที่ 2 - 9: มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสัดส่วนการใช้จ่ายต่อมูลค่าผลผลิตท่องเที่ยว … .. 27 รูปที่ 2 - 10: มูลค่า การลงทุนและสัดส่วนมูลค่าการสะสมทุนถาวรเพื่อการท่องเที่ยวต่อมูลค่าการสะสมทุนทั้งหมด … 28 รูปที่ 2 - 11: การประเมินส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยว … … … … 28 รูปที่ 2 - 12: การจ้างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทย … … … 30 รูปที่ 2 - 13: ภาวะอุปทานห้องพักล้นเกิน 1 … … … … 31 รูปที่ 2 - 14: ภาวะอุปทานห้องพักล้นเกิน 2 … … … … 31 รูปที่ 2 - 15: บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวที่รวมต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม … … … 32 รูปที่ 2 - 16: อันดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ( TT C I) ของประเทศไทย … 33 รูปที่ 2 - 17: แนวโน้มการฟื้นตัวสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 … 37 รูปที่ 2 - 18: จํานวนประชากรโลกแบ่งตามช่วงอายุ … … … … 43 รูปที่ 2 - 19: รูปแบบการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากรที่หลากหลาย … … 45 รูปที่ 2 - 2 0 : อัตราการเติบโตของการใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจทั่วโลก … … . 48 รูปที่ 2 - 2 1 : ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีในการท่องเที่ยว … … … … 53 รูปที่ 2 - 2 2 : สัดส่วนบริษัทในอุตสาหกรรมการขนส่ง เดินทาง และการท่องเที่ยวโลก … … 54 รูปที่ 2 - 2 3 : ผลการดําเนินงานรายยุทธศาสตร์ของแผนฉบับที่ 2 … .. … … … … . 60 รูปที่ 2 - 2 4 : ภูมิทัศน์การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย 1 … … … 6 1 รูปที่ 2 - 2 5 : ภูมิทัศน์การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย 2 … … … 62 รูปที่ 3 - 1: การให้คํานิยามของการท่องเที่ยวเน้นคุณค่าทั้ง 3 มิติ … … … 65 รูปที่ 3 - 2: แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) … … … 67 รูปที่ 4 - 1 : หน่วยงานและบทบาทที่เกี่ยวข้องในการประสานแผนฯ สู่การปฏิบัติ … … … 116 รูปที่ 4 - 2 : แผนผังความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่มีส่วนในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 … 119 รูปที่ 4 - 3 : กลไกการติดตามและประเมินผล … … … … 122

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 6 สารบัญตาราง ตารางที่ 2 - 1: ประเทศที่มีจํานวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยมากที่สุดในปี พ.ศ. 2562 … … 24 ตารางที่ 2 - 2: ประเทศที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทยสูงสุดในปี พ.ศ. 2562 … … … 24 ตารางที่ 2 - 3: การคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย กรณีที่ดีที่สุด ( B EST C ASE ) … … 38 ตารางที่ 2 - 4: การคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย กรณีฐาน (B ASE C ASE ) … … … 39 ตารางที่ 2 - 5: การคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย กรณีเลวร้ายที่สุด (W ORST C ASE ) … … 40 ตารางที่ 2 - 6: ประเทศที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทยสูงสุด ปี พ.ศ. 256 2 … … … 41 ตารางที่ 2 - 7: ประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยซ้ําสูงสุด ปี พ.ศ. 256 2 … … 42 ตารางที่ 2 - 8: ระยะเวลาการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 … … … … 42 ตารางที่ 2 - 9: พฤติกรรมการท่องเที่ยวของประชากรในแต่ละช่วงอายุ … … … 44 ตารางที่ 2 - 10 : ตารางแสดงตัวชี้วัดหลัก ค่าเป้าหมาย และการประเมินระยะครึ่งแผนแรก … … … . 5 8

7 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) บทสรุปผู้บริหำร (Executive Summary) อุตสา หกรรมการท่องเที่ยวไทยมีบทบาทความสําคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้ที่สําคัญที่นํามาซึ่งเงินตราต่างปร ะเทศ กระแส เงินตราไหลเวียนในประเทศ การสร้างงาน และการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ อีกทั้ง ยังมีส่วนสําคัญที่ทําให้เกิดการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของการคมนาคมและขนส่ง รวมถึงการค้าและ การ ลงทุนที่ช่วยเพิ่มการขยายตัวและเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนทำงเศรษฐกิจของประเทศไทย อ้างอิงจาก บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว (Tourism Satellite Account: TSA) ในปี พ . ศ . 2562 อุตสาหกรรม การ ท่องเที่ยว มี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Gross Domestic Product: TGDP) มากถึ ง 3 ,005,552 ล้ำนบาท หรื อเท่ำกั บสั ดส่ วนร้ อยละ 1 7.79 ของ ผลิ ตภั ณฑ์ มวลรวม ภายในประเทศ ( Gross Domestic Product: GDP) ดังนั้น เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการพัฒนาและ กระจายผลประโยชน์ไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศได้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง จึงจําเป็นต้องพัฒนา และจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) ให้มี ความสมบูรณ์ ต่อเนื่อง และทันต่อเหตุการณ์ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) มีอํานาจและหน้าที่หลักในการส่งเสริม การบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมทั้งจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ ซึ่งผลการดําเนินงาน ของแผนพัฒนาการท่ องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) ในระยะที่ผ่านมาประสบความสําเร็จในด้านการเพิ่มจํานว นนักท่องเที่ยว และรายได้ จากการท่องเที่ยว ประเทศไทยมี จํานวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับที่ 7 ของโลก โดยเฉพาะการขยายตัวของ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3.92 ในปี พ.ศ. 2562 และสามารถสร้างรายได้ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงถึง เกือบ 2 ล้าน ล้านบาท สูงเป็นอันดับที่ 4 ของโล ก 1 อย่างไรก็ตาม การดําเนินงาน ตามแผนดังกล่าวยังประสบอุปสรรคและความท้าทายสําคัญหลายประการ เมื่อประเมินผลสําเร็จรายตัวชี้วัด จะพบว่ามีตัวชี้วัดที่มีผลการดําเนินงานสูงกว่าค่าเป้าหมายเพียง 1 ตัวชี้วัด จาก 10 ตัวชี้วัดหลัก โดยตัวชี้วัดที่ มีผลการดําเนินงานต่ํากว่าค่าเป้าหมายจํานวน 8 ตัวชี้วัด และมี ตัวชี้วัดที่ยังไม่มี การดําเนินงานจํานวน 1 ตัวชี้วัด โดยมีข้อสังเกตว่าแนวทางการพัฒนาในแต่ละยุทธศาสตร์ยังขาด ความเฉพาะเจาะจง ประกอบกับ ความท้าทายในการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติจริงและการบูรณาการระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่รับผิดชอบ ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนา ตลอดจน ความท้าทายที่มาจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 จึงส่งผลให้ไม่สามารถดําเนินการได้ตามแนวทางที่แนะนําในแผน นอกจากนี้ กระทร วงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ ดําเนิน การจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 256 4 – 256 5 (ฉบับปรับปรุง) เพื่อปรับปรุงให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของยุทธศาสตร์ชาติ โดยให้ ความสําคัญกับความเข้มแข็งจากภายใน การฟื้นตัวอย่างมีความรับผิดชอบ และการเป็นจุดเชื่อมโยง การท่องเที่ยว ของภูมิภาค ซึ่งแผนพัฒนาการท่องเที่ยวฉบับดังกล่าวสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2565 ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบัน นับเป็นโอกาสสําคัญที่ปร ะเทศ ไทยจะได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เกิดความเข้มแข็งจากภายใน ที่ยั่งยืน เกิดความยืดหยุ่นคล่องตัว และมีการเติบโตบนพื้นฐานของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 1 รายงานการศึกษาจํานวนและรายได้ของนักท่องเที่ยว ขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ พ . ศ . 2562 (UNWTO)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 8 การจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ได้คํานึงถึงบริบทของ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์และทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อนําไปสู่การจัดทําแผน จะมีกรอบการดําเนินงาน 6 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1) การประเมินผล การดําเนินงาน ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) ระยะครึ่งแผนแรก 2) การศึกษา สถานการณ์ปัจจุบันด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยและของโลก 3) การศึกษาแนวโน้มการท่องเที่ยวของ ประเทศไทยและของโลก 4) การศึกษาทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเท ศต้นแบบรายสําคัญ 5) การทบทวนและวิเคราะห์ความสอดคล้องของนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ระดับชาติที่เกี่ยวข้อง กับการท่องเที่ ยว แล ะ 6) การรับฟังความคิดเห็นจากผู้ มีส่วนได้ส่วนเสียที่ เกี่ ยวข้องในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่มย่อย การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการประชุม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจต่อแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) แผนพั ฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) จึงได้เล็งเห็นถึงความสําคัญแก่ การ พลิกฟื้น การท่องเที่ยวไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่าสําหรับทุกคน ( Building Forward a Better Tourism For All) โดยคํานึงถึงประโยชน์ของ 3 กลุ่มหลัก ดังต่อไปนี้ 1) ประชาชน ( People) : การท่องเที่ยวไทยจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ( Social Impact) ที่ ประชาชนไทยและนักท่องเที่ ยวจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน คือ เรื่ องความสะอาด ปลอดภัย และการได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมให้มีความเชื่อมโยงและยกระดับ สาธารณูปโภคให้มีคุณภาพตลอดเส้นทาง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านการท่องเที่ยวของ ประเทศ ไทย รวมไปถึง การใช้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวจากศูนย์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ( One – S top Tourism Database) เพื่อนําไปพัฒนาการท่องเที่ยวต่อไป 2) รายได้ ( Profits) : การท่องเที่ยวไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ( Economic Impact) มุ่ งเน้นไปที่ การดึงดูดนักท่องเที่ ยวคุณภาพสูงจากหลากหลายประเทศอย่างสมดุล โดยพัฒนาการตลาด การท่องเที่ยวไทยให้มีความล้ําสมัย ส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีศักยภาพ และสร้าง ประสบการณ์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวให้น่าประทับใจ มีคุณค่า อีกทั้ง มุ่งเ น้นไปที่การลดการรั่วไหลของ รายได้จากการท่องเที่ยว และการกระจายความเจริญจากการท่องเที่ยวไปยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย รวมไปถึง การให้ความสําคัญแก่การฟื้นฟูและส่งเสริมภาคการผลิตในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวให้กลับมา มีขีดความสามารถ ในการแข่งขันระดับโลก 3) ความยั่งยืน ( Planet) : การท่องเที่ยวไทยจะมีส่วนช่วยในการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของ สิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ( Environmental & Cultural Impact ) โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการจํานวนนักท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพและ ต่อยอดทรัพย์สินทางวัฒนธรรมไทยและเอกลักษณ์ไทยให้เข้ากับยุคสมัย อย่างยั่งยืน

9 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) รูปที่ 0 - 1 : กรอบการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ( Build Back Better Future T ourism) ทั้งนี้ แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนา และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ภายในระยะเวลา 5 ปี คือ “ การท่องเที่ยวของประเทศไทย เป็นอุตสาหกรรมที่ เน้นคุณค่า มีความสามารถในการปรับตัว เติบโตอย่างยั่ งยืนและมีส่วนร่วม ( Rebuilding High Value Tourism Industry with Resilience, Sustainability and Inclusive Growth) ” โดยการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคตนับจากนี้ จะ มุ่งเน้นไปที่การดําเนินการ เพื่อพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีความเข้มแข็ง ต่อยอดการพลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาส ในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุตสาหกร รมให้สอดรับกับภาวะความปกติถัดไป (Next Normal) เพื่อ การเติบโต อย่างครอบคลุม (Inclusive Growth) ด้วยการพัฒนาแบบองค์รวม (Holistic Approach) โดยจะเป็นการพลิกโฉม การท่องเที่ยวของไทยไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่ง มีรายละเอียด ดังนี้ เป้าหมายของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) เป้าหมายหลัก 1) การท่องเที่ยวไทยมีความเข้มแข็งและสมดุล ( Resilience & Re - balancing Tourism) 2) การยกระดับความเชื่อมโยงและโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ( Connectivity) 3) การสร้างความเชื่อมั่นและมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณค่าสูง ( Entrusted Experience) 4) การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( Sustainable Development) เป้าหมายรอง 1) การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพสูงสําหรับทุกคน (Supporting Elements) 2) เทคโนโลยีดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลพร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว ( ICT Readiness) 3) ความพร้อมในการรับมือและจัดการกับความเสี่ยงทุกรูปแบบอยู่เสมอ (Risk Readiness)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 10 พั นธกิจ 1) เสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคการผลิต ( Supply - side) ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปรับสมดุล และกระจายความเจริญอย่างครอบคลุม ลดการรั่วไหลตลอดห่วงโซ่ คุณค่า (Value Chain) เพื่อให้ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ 2) พัฒนาปัจจัยพื้ นฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ ยว ในด้านมาตรฐานสถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว และบุคลากร และ ความพร้อมของ โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค สิ่งอํานวยความสะดวก และบุคลากรให้มีคุณภาพในระดับสากล 3) พัฒนาและ ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ ยวตลอดเส้นทางอย่างครบวงจร ด้วยรูปแบบ การท่องเที่ยว ใหม่ ที่หลากหลายและการสื่ อสารการตลาดที่ตรงใจ โดยมุ่งเน้นนักท่องเที่ ยว เป็นศูนย์กลาง 4) ส่ งเสริ มความยั ่ งยื นของอุ ตสาหกรรมการท่ องเที ่ ยว บนพื ้ นฐา นของความสมบู รณ์ ขอ ง ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม อัตลักษณ์ของ สังคมและชุมชน ศิลปวัฒนธรรม และ การบริหารจัดการนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดหลัก ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) 1) สัดส่วน ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว ต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 25 2) จํานวนธุรกิจบริการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ( Thailand Tourism Standard) และอาเซียน ( Asean Standard) เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ํากว่า 3,000 ราย 3) จํานวนวันพักและค่าใช้จ่าย โดยเฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ • ระยะเวลาพํานักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ต่ํากว่า 10 วัน • ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยว ชาว ต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี • ระยะเวลาพํานักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ต่ํากว่า 3 วัน • ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ต่อปี 4) สัดส่วนจํานวนนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางครั้งแรก ( First Visit) และกลุ่มเดินทางซ้ํา ( Revisit) เป็น 40 :6 0 5) อันดับผลการดําเนินงาน ภาพรวม ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ( SDGs) อยู่ ภาย ใน 35 อันดับแรก 6 ) อันดับการพัฒนาการเดินทางและการ ท่ องเที่ยวของประเทศไทย ด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม โดย TTDI อยู่ 1 ใน 67 ยุทธศาสตร์การพัฒนา เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ และพันธกิจ ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) จึงได้กําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาออกเป็น 4 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้ มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ ยวไทย ( Resilient Tourism) ประกอบ ด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่ • กลยุทธ์ที่ 1.1 : สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและผลักดันนวัตกรรมเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ ( Resilient Supply – Side) • กลยุทธ์ที่ 1.2 : กระจายรายได้และความเจริญจากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ และ ลดการรั่วไหลในภาคการท่องเที่ยว อย่างเป็นธรรม (Equitable Tourism) • กลยุทธ์ที่ 1.3 : ส่งเสริม การท่องเที่ยวคุณภาพที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลให้แก่อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ( Quality – Based Tourism)

11 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนา ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ มีคุณภาพสูง ( Quality Tourism ) ประกอบ ด้วย 5 กลยุทธ์ ได้แก่ • กลยุทธ์ที่ 2.1 : พัฒนาความปลอดภัย สุขอนามัย และมาตรฐานการท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง ท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว ( Global Standardization) • กลยุทธ์ที่ 2.2 : ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและข้อมูลสารสนเทศ ( Digital & Data Infrastructure) • กลยุทธ์ที่ 2.3 : พัฒนาและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง และสาธารณูปโภค เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ( Connectivity & Universal Design) • กลยุทธ์ที่ 2.4 : พัฒนาศักยภาพของบุคลากร และผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มี คุณภาพและมีขีดความสามารถในการแ ข่งขัน ( Thai - Class Potential) • กลยุทธ์ที่ 2. 5 : สนับสนุนการใช้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ ยว ( Tourism Economy) เพื่อการกําหนดนโยบายการท่องเที่ยวระดับประเทศ และการวางแผนดําเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับประสบการณ์ ด้าน การท่องเที่ยว ( T ourism Experience ) ประกอบ ด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่ • กลยุทธ์ที่ 3.1 : สร้างประสบการณ์การท่องเที่ ยว อัน น่าประทับใจ ที่ มีคุณค่าเพื่ อตอบสนอง ความต้องการของนักท่องเที่ยว เฉพาะกลุ่ม ( Value - Based Tourism) • กลยุทธ์ที่ 3.2 : ส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่หลากหลายและสร้างสรรค์ของไทย ( High - Potential and Creative Tourism) • กลยุทธ์ที่ 3.3 : ส่งเสริม การตลาด เชิงรุกมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเชิงคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีและ นวัตกรรมที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ( Quality - Based Marketing) ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริม การพัฒนา การท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน ( Sustainable Tourism ) ประกอบ ด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่ • กลยุทธ์ที่ 4.1 : เสริมสร้างความสมบูรณ์แก่สิ่งแวดล้อมและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ( Enriched Environment) • กลยุทธ์ที่ 4.2 : ส่งเสริมการ อนุรักษ์และต่อยอดทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและเอกลั กษณ์ ความเป็นไทย ด้วยการ ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย ( Thai Cultures and Identities) • กลยุ ทธ์ ที ่ 4.3 : ส่ งเสริ มการประยุ กต์ ใช้ เทคโนโลยี ใน การบริ หารจั ดการนั กท่ องเที ่ ยว อย่างมีประสิทธิภาพ ( Effective Tourists Management) การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ สู่การปฏิบัติและการติดตามประเมินผล การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่ งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) ไปสู่ การปฏิบัติ อย่างมีประสิทธิภาพ จําเป็นต้องมี การบูรณาการความ ร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดย สามารถแบ่ง หน่วยงานและ บทบาทที่ เกี่ ยวข้องในการประสานแผนพัฒนาการท่องเที่ ยวแห่งชาติฉบับนี้ สู่ การปฏิบัติ ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับนโยบาย 2) ระดับพื้นที่ และ 3) ระดับชุมชน ดังนี้ • หน่วยงานระดับนโยบาย ประกอบ ด้วย คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เป็ นหน่ วยงานหลั กในการพิ จารณา และ กําหนดนโยบาย และ ยุ ทธศาสตร์ การบริ หารและพั ฒนา การท่องเที่ยว รวมทั้ง ให้ความเห็นและกํากับดูแลนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา การท่องเที่ยวของประเทศไทย เพื ่ อ เสนอต่ อคณะรั ฐมนตรี เพื่ อพิจารณา โดยกระทรวง การท่ องเที ่ ยวและกี ฬาใน ฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ทําหน้าที่ในการประสานนโยบายและข้อสั่งการในระดับนโยบาย

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 12 ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานตามแผนและนําเสนอข้อคิดเห็นและปัญหา อุปสรรคของหน่วยงานต่าง ๆ ต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ นอกจากนั้น การขับเคลื่อน แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ยังจําเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ในกา รขับเคลื่อนการดําเนินงานตามแนวทางการพัฒนาในแต่ละยุทธศาสตร์อีกด้วย ทั้งนี้ หน่วยงานหลัก ในแต่ละยุทธศาสตร์จะทําหน้าที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ ในระดับปฏิบัติการและ เป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาในระดับพื้นที่ โดยมีการกําหนดบทบาทในการพัฒนาและแนวทางขับเ คลื่อน แผนงาน / โครงการตามในแผนพัฒนาการท่องเที่ ยวแห่งชาติฉบับนี้ และเผยแพร่ผลการดําเนินงานให้ สาธารณชนทราบเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ําเสมอ • หน่วยงานระดับพื้ นที่ ประกอบ ด้วย คณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ ยวประจํา เขตพัฒนา การท่องเที่ยวแต่ละเขต คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ และคณะกรรมการบริหารงานกลุ่ม จังหวัดแบบบูรณาการ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีภารกิจ เกี่ยวกับการพัฒนา การท่องเที่ยว เช่น หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจในแต่ละจังหวัด สภาอุตสาหกรร ม ท่องเที่ยว จังหวัด สมาคม ธุรกิจการท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นทุกระดับ จะมีหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบาย จากคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ย ว แห่งชาติและ คณะรัฐมนตรี หรือเป็นผู้ ขับเคลื่อน นโยบายจากคณะกรรมการนโยบาย ที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการ พัฒนาการท่องเที่ยวประจําเขตพัฒนาการท่องเที่ยวแต่ละเขต เป็นต้น ไป สู่ การ ปฏิบัติ ใน 3 ระดับ / ส่วน ได้แก่ 1) ส่วนภูมิภาค 2) ส่วนท้องถิ่น และ 3) ส่วนการดําเนินงานของภาคเอกชน • หน่วยงานระดับชุมชน หมายถึง กลุ่ม / องค์กร หรือเครือข่ายองค์กร เช่น กลุ่มสหกรณ์หรื อ วิสาหกิจชุมชน เป็นต้น ซึ่งได้รับการ สนับสนุนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศในบริบทที่เหมาะสม

13 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 14 ส่วนที่ 1 บทนํา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไทยมีบทบาท ความสําคัญ ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้ที่สําคัญที่นํามาซึ่งเงินตราต่างประเทศ กระแส เงินตราไหลเวียนในประเทศ การสร้างงาน และการกระจายความเจริญไปสู่ภู มิภาคต่าง ๆ ของประเทศ อีกทั้ง ยังมีส่วนสําคัญที่ทําให้เกิดการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของการคมนาคมและขนส่ง รวมถึงการค้าและ การ ลงทุนที่ช่วยเพิ่มการขยายตัวและเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศไทย อ้างอิงจาก บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว (Tourism Satellite Account : TSA) ในปี พ . ศ . 2562 อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว มี ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Gross Domestic Product : TGDP) มากถึ ง 3,005,552 ล้ำนบาท หรื อเท่ำกั บสั ดส่ วนร้ อยละ 1 7.79 ของ ผลิ ตภั ณฑ์ มวลรวม ภายในประเทศ ( Gross Domestic Product : GDP) ดังนั้น เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีการพัฒนาและ กระจายผลประโยชน์ไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศได้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง จึงจําเป็นต้องพัฒนา และจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) ให้มี ความสมบูรณ์ ต่อเนื่อง และทันต่อเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการดําเนินงานด้ำนการท่องเที่ยวในระยะที่ผ่านมาประเทศไทยในภาพรวม จะประสบผลสําเร็จในด้านการเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยว แต่จากการศึกษาค้นคว้า และวิจัยที่ผ่านมา พบว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังคงประสบปัญหา อุปสรรค และความท้าทาย สําคัญหลายประการ และ เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในช่วงปลายปี พ . ศ . 2562 จึงทําให้ปัญหาในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเด่นชัดยิ่งขึ้น อาทิ การพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติมากเกินไป จํานวนนักท่องเที่ยวและรายได้ยังคงกระจุกตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก ภาพลักษณ์การท่อง เที่ยวในแง่ลบของ ประเทศไทย เช่น การเป็นจุดหมายปลายทางราคาถูก ปัญหาด้านอาชญากรรม เป็นต้น ทําให้ไม่สามารถ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม การขาดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ การ ทําการตลาดด้านการท่องเที่ยวที่ไม่คํานึงถึง ความยั่ งยืนและความสามารถในการรองรับของแหล่งท่องเที่ ยว ปัญหาด้านโครงสร้างพื้ นฐานและ สาธารณูปโภคที่สนับสนุนการท่องเที่ยว เช่น ระบบการเดินทางและขนส่งมวลชนที่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและ เชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยวอย่างไม่ครอบคลุม เป็นต้น ขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของ สถานที่ต่าง ๆ ข้อจํากัดในการพัฒนาและยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ความล้าสมัยและความขัดแย้ง ของกฎหมายที่เ กี่ ยวข้องกับการท่องเที่ยว การขาดข้อมูลเชิงลึกเพื่ อการวิเคราะห์และวางแผนพัฒนา การท่องเที่ยว ตลอดจนขาดการบูรณาการการทํางานร่วมกันของกลไกการบริหารจัดการการท่องเที่ยวทั้งระบบ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่ มีความหลากหลายซับซ้อน โดยจะต้องคํานึงถึง ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียจากหลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมและข้ามอุตสาหกรรม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ สมาคมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่าง ๆ และภาคประชาชน โดย แบ่ง เป็น 1) ผู้ที่มีส่วนได้ส่ว น เสีย ทางตรง (Direct) และ 2) ผู้ที่มีส่วนได้ ส่วนเสียทางอ้อม (Indirect) นอกจากนั้ นสภาพแวดล้อมและบริบทต่าง ๆ ที่ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ ยว มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งที่เป็นปัจจัยภายใน เช่น สถานการณ์การเมืองของประเทศ นโยบายของ ภาครัฐ การปรับตัวของภาคเอกชน ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น และปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่ องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความต้องการ และ ความคาด หวัง

15 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ของนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกที่ปัจจุบันมีความหลากหลายของกลุ่มประชากรมากขึ้น และประชากรมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงวัย แนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรม การ ท่องเที่ยว ความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ยังเร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเศรษฐกิจและ สังคมอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ทางสังคมที่เรียกว่า “ ความปกติใหม่ ” หรื อ New Normal ที่ส่งผล ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวคํานึงถึงมาตรฐาน ความปลอดภัยและสุขอนามัยมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยว แห่งชาติและหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยได้จัดทําแผนพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570 ) ขึ้น เพื่อกําหนดกรอบทิศทางในการพัฒนาการท่องเที่ยว ของไทยให้เกิดการพัฒนา อย่างเป็นองค์รวม และเกิดการบูรณาการการทํางานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการผลักดันให้มีการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ให้ สอดคล้องกับความท้าทายและสถานการณ์การท่องเที่ยว ที่เปลี่ยนไป

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 16

17 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ส่วนที่ 2 สถานกา รณ์ แนวโน้ม และทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยว 1. สภาพแวดล้อมและบริบทการท่องเที่ยวของไทยและของโลก 1.1 สถานการณ์ การท่องเที่ยวของ โลก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม หลักของโลก จากรายงาน UNWTO Tourism Highlights ขององค์การการท่องเที่ยวโลก ประจําปี พ.ศ. 2563 พบว่าการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (International Tourism) มีมูลค่าการส่งออก มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก คิดเป็นมูลค่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยล ะ 7 ของมูลค่า การส่งออกทั้งหมด 2 นอกจากนี้ จํานวน นักท่องเที่ยวและรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้ ในช่วงปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลก และประเทศไทย พบเจอกับ การชะลอตัว อันเป็นผลกระทบมาจากสภาพแวดล้อมและบริบทของโลก สภาวะเศรษฐกิ จโลก การเปลี่ยนแปลง ของพฤติกรรม ผู้บริโภค และความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ ยวทั่ วโลกยังเป็นหนึ่ งในอุตสาหกรรมที่ ได้รับผลกระทบ อย่างรุนแรงมากที่สุดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลให้การเดินทางทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศเกิดการชะงักตัวต่อเนื่องเป็นเวลานาน องค์การการท่องเที่ยวโลกคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยว ระหว่างประเทศจะลดลงกว่าร้อยละ 75 ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งกลับไปอยู่ในร ะดับเดียวกับเมื่อ 3 0 ปี เทียบได้ เป็นจํานวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่ลดลงกว่า 1 พันล้านคน และคาดว่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย ประมาณ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 3 การเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยวทั่วโลก ผลการวิเคราะห์ผลกระทบของการท่องเที่ยว (WTTC Global Economic Impact Trends) โดยสภา การเดินทางและการท่องเที่ยวโลก ( World Travel and Tourism Council) ประจําปี พ.ศ. 2563 ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมด้านการท่องเที่ยว ทั่วโลก อยู่ที่ 8.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคิดเป็น ร้อยละ 10.3 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ทั่วโลก มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 3.5 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโต ผลิตภัณฑ์มวลรวม ของ ทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 2.5 4 อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์มวลรวมด้านการท่องเที่ยว ทั่วโลก มีอัตรา การเติบโตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับ การเติบโตในปี พ.ศ. 2558 ที่มีการขยายตัวสูงสุด มากกว่าร้อยละ 5 2 รายงาน UNWTO International Tourism Highlights ( ปี พ.ศ. 2563 ) 3 UNWTO World Tourism Barometer ( ปี พ.ศ. 2564 ) 4 รายงาน WTTC Global Economic Impact Trends ( ปี พ.ศ. 2563 )

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 18 รูปที่ 2 - 1 : การเติบโตของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมด้านการท่องเที่ยว ทั่ว โลก ปี พ.ศ. 2562 การเติบโตของจํานวนนักท่องเที่ยว ที่เดินทางระหว่างประเทศ (International Tourist) และรายได้ จากการใช้ จ่ำยของนั กท่ องเที ่ ยว (Tourism Receipts) มี อั ตราการเติ บโตอย่ำงต่ อเนื ่ อง เป็นปีที่ 10 โดยการท่องเที่ยว ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตระหว่างปี พ.ศ. 2552 – 2562 อยู่ที่ร้อยละ 54 5 ปี พ.ศ. 2562 จํานวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั่วโลกอยู่ที่ 1,460 ล้านคน โดยคิดเป็นอัตรา การเติบโตเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 4 ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวจากปี พ.ศ. 2560 ในขณะที่รายได้จากการใช้จ่าย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกพุ่งสูงถึง 1.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต เท่ากับร้อยละ 3 จากปี ก่อนหน้า และถือเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลง จากปี พ.ศ. 2560 – 2561 ที่มีการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 5 6 เมื่อวิเคราะห์ภาพรวมของการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค ทั้งจํานวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศและ รายได้จากกำรใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวภายในภูมิภาคนั้น ๆ พบว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางมีการขยายตัวของ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูงที่สุด และภูมิภาคยุโรปมีจํานวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวสูงที่สุด รูปที่ 2 - 2 : ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวของโลกในปี พ.ศ. 256 2 5 รายงาน UNWTO Tourism Highlights ขององค์การการท่องเที่ยวโลก ( The United Nations World Tourism Organization: UNWTO) ประจําปี พ.ศ . 2563 6 รายงาน UNWTO International Tourism Highlights ปี พ.ศ. 2563 0.0% 1.0% 2.0% 3.0% 4.0% 5.0% 6.0% การเปรียบเทียบระหว่างอัตราการเติบโตของรายได้ประชาชาติจากการท่องเที่ยวโลกและอัตรา การเติบโตของรายได้ประชาชาติทั่วโลก ตั้งแต่ ปี พ ศ 2554 – 2562 หน่วย : อัตราการเติบโต (%) สถานการณ์การท่องเที่ยวของโลกในปี 2563 ภูมิภาคอเมริกา นักท่องเที่ยว 219 ล้านคน (+ 2 %) รายได้ 342 พันล้านดอลลาร์ (+ 0 %) ภูมิภาค ยุโรป นักท่องเที่ยว 744 ล้านคน (+ 4 %) รายได้ 576 พันล้านดอลลาร์ (+ 4 %) ภูมิภาคเอเชียแป ิ ฟ ก นักท่องเที่ยว 362 ล้านคน (+ 4 %) รายได้ 443 พันล้านดอลลาร์ (+ 1 %) ภูมิภาค แอฟริกา นักท่องเที่ยว 70 ล้านคน (+ 2 %) รายได้ 38 พันล้านดอลลาร์ (+ 1 %) ภูมิภาคตะวันออกกลาง นักท่องเที่ยว 65 ล้านคน (+ 8 %) รายได้ 81 พันล้านดอลลาร์ (+ 8 %) จำนวนนักท่องเที่ยว ( ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยว พันล้านดอลลาร์สหรั มีการเติบโตข ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ที่มา : World Tourism Organization ( UNTWO ) 0 200 400 600 800 1000 1200 1400 1600 จำนวนนักท่องเที่ยว ( ล้านคน รายได้ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 1,460 ล้าน คน 1,481 พันล้านดอลลาร์ สถานการณ์ท่องเที่ยวของโลกในปี 2562 การเปรียบเทียบ ระหว่างอัตราการเติบโตของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมด้าน การท่องเที่ยวทั่วโลก และอัตราการเติบโตของผลิตภั ณฑ์ มวลรวมทั่วโลก ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2554 - 2562 การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั่วโลก

19 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 10 อันดับประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว ประเทศที่มีจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (International Arrivals) เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวภายใน ประเทศ มากที่สุด 10 อันดับแรก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมากถึงร้อยละ 40 ของจํานวน นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2562 ประเทศฝรั่งเศสสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ มากที่สุด อยู่ที่ 89 ล้านคน และมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 1 รองลงมา คือ ประเทศสเปน และสหรัฐอเมริกาอยู่ที่อันดับ 3 ทั้งนี้ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ที่อันดับ 7 สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้ทั้งหมด 40 ล้านคน มีอัตรา การเติบโตสูงขึ้นเท่ากับร้อยละ 4 7 10 อันดับประเทศที่ได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวสูงที่สุด ประเทศที่สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว (International Tourism Receipts) และ สร้างรายได้จากบริการด้านการท่องเที่ยวมากที่สุด 10 อันดับแรก สามารถสร้างรายได้ จากการท่องเที่ยวได้ มากถึงร้อยละ 50 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2562 สหรัฐอเมริกาได้รับรายได้จาก การท่องเที่ยวมากที่สุด อยู่ที่ 214 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมา คือ ประเทศสเปน และประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ที่อันดับ 4 ซึ่งสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ทั้งหมด 61 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐและมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเท่ากับร้อยละ 3 8 รูปที่ 2 - 3 : อันดับประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวและสร้างรายได้สูงสุด สัดส่วนการท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศ ในแต่ละภูมิภาค ทั่วโลก จะมีสัดส่วนระหว่างการเดินทางการท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Tourism) และการเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศ (Outbound Tourism) ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมหลายประการ เช่น สภาวะเศรษฐกิจของประชาชนในประเทศ สังคมผู้สูงอายุ ความปลอดภัยของการเดินทาง เป็นต้น โดยเมื่อวิเคราะห์สัดส่วนการเดินทางออกนอกประเทศ (O utbound Tourism) ในปี พ.ศ. 2562 จําแนกตามภูมิภาค พบว่า นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป คิดเป็นร้อยละ 48 ของการท่องเที่ยวออกนอกประเทศทั่วโลก รองลงมา คือ นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภูมิภาค อเมริกา ภูมิภาคตะวันออกกลาง และภูมิภาคแอฟริกา ตามลําดับ 9 7 รายงาน UNWTO International Tourism Highlights “Top 10 destinations by international tourist arrivals” ปี พ.ศ. 2563) 8 รายงาน UNWTO International Tourism Highlights “Top 10 destinations by international t ourist Receipts” ปี พ.ศ. 2563) 9 รายงาน UNWTO International Tourism Highlights “International arrivals by generating region” ( ปี พ.ศ. 2563 ) 89 84 79 66 65 51 45 40 40 39 ร ่งเ ส สเปน อเ ร กา ี น อำลี รกี เ ก โก ปร เท ทย เยอร น ส รา อาณา กร + 1 % หน่วย : ล้านคน + 1 % + 2 % - 1 % + 4 % + 5 % + 12 % + 9 % + 4 % + 2 % 214 80 64 61 53 50 46 46 42 40 อเ ร กา สเปน ร ่งเ ส ปร เท ทย ส รา อาณา กร อำลี ี ่ ปน ออสเ รเลีย เยอร น ำเกำ ี น - 0 % หน่วย : พันล้านดอลลาร์ + 3 % - 3 % + 2 % + 3 % + 10 % + 6 % + 8 % + 9 % + 2 % 7 4 TOP 10 จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวจากจำนวนนักท่องเที่ยว 10 ประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมเป็น 40 % ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (International Arrivals) ทั่วโลก TOP 10 ประเทศที่ได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุด 10 ประเทศสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากที่สุด มีรายได้รวมคิดเป็น 50 % ของรายได้ จากการ ท่องเที่ยว International Tourism Receipts) ทั่วโลก

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 20 รูปที่ 2 - 4 : ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวของโลกในปี พ.ศ. 256 2 ทั้งนี้ ผลสํารวจจากรายงานขององค์การการท่องเที่ยวโลก พบว่า 4 ใน 5 ของนักท่องเที่ยวที่เดินทาง ออกนอกประเทศ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 80 เป็นนักท่องเที่ยว ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคของตน ด้วยปัจจัยทางด้านราคา ระยะเวลาในการเดินทาง และความคล้ายคลึงทางด้านภาษาและวัฒนธรรมระหว่าง ประเทศต้นทางและประเทศปลายทาง และเมื่อพิจารณาจากการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวต่างประเทศ (International Tourism Spending) พบว่า ใน ปี พ.ศ. 2562 ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการใช้จ่าย ด้านการท่องเที่ยว ในต่างประเทศสูงที่สุด อยู่ที่ 255 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีอัตราลดลงร้อยละ 4 รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกา และประเทศเยอรมัน 10 เมื่อพิจารณาสัดส่วน การพึ่งพารายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Spending) และรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ (International Spending ) ของประเทศ ในกลุ่มประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจของโลกอย่างกลุ่ม G 20 จากรายงาน WTTC Global Economic Impact Trends ประจําปี พ.ศ. 2563 พบว่าประเทศบราซิลมีสัดส่วนการพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยว ภายในประเทศมากที่สุด สูงกว่าร้อยละ 93 รองลงมา คือ ประเทศจีน ที่มีสัดส่วนการพึ่งพารายได้จาก นักท่องเที่ยวภายในประเทศประมาณร้อยละ 87 โดยมีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่มีสัดส่วนการพึ่งพารา ยได้จาก นักท่องเที่ยวต่างประเทศมากกว่านักท่องเที่ยวภายในประเทศ คือ ประเทศสเปน ประเทศตุรกี และประเทศ ซาอุดีอาระเบีย 11 ภ พ มสถ น ณ์ น ค์ ( UNWTO ) ื นม คมถึ น น 2564 ค ผ ค ค - 19 ม ส น ําน นน 76 ใน 9 ื น ี 2564 มื นใน ี 2562 ็ ม มู ม ม ฟื้น ค ็ นค แ ค มค ม สู ค ค - 19 ส พนธุ์ Omicron ส ผ ให ใหมใน น ี 2565 ใน ื นธน คมพ ็ ในภูมภ ค ม หนื แ ุ น ้น ใน ส ้น ส ผ ค มส ม ถใน ฟื้น ภ ค ใน ถ ผู ่ ุ นแ ม พม ึ ้ น มน สําค ญ ฟื้น นื 10 รายงาน UNWTO International Tourism Highlights “Top 10 countries by international tourism spending” ปี พ.ศ. 2563 ) 11 รายงาน WTTC Global Economic Impact Trends ( ปี พ.ศ. 2563 ) ไม่ระบุ 3 % แอฟริกา 3 % ตะวันออกกลาง 3 % อเมริกา 17 % เอเชียแปซิฟิก 26 % ยุโรป 48 % ใน ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศ เลือก เที่ยวภายในภูมิภาคของตนเอง การเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศ (Outbound Tourism) สัดส่วนการเดินทาง ออกนอกประเทศ แบ่งตามภูมิภาค 255 152 93 72 52 36 36 35 32 30 ี น อเ ร กา เยอร น ส รา อาณา กร ร ่งเ ส ร สเ ี ย ออสเ รเลีย นาำ เกา ลีใ อำลี - 4 % หน่วย : พันล้านดอลลาร์ + 5 % + 6 % + 3 % + 6 % + 11 % + 5 % + 5 % + 5 % - 8 % ▪ Top 10 ประเทศที่มีการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวนอกประเทศสูงที่สุด (International Tourism Spending, 2019

21 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) น้น มู ฉ คซน ค ค - 19 พม ึ ้ น นื ส ผ มฟื้น ม ิ ให ม น ห ศ พมม ึ ้ นใน น ค ค - 19 ส พนธุ์ Omicron ซึ พ ม พ ส นน น้น ม ิ พ มแ น น ค ็ น 21 แ ใน ห พ ฐ ห ศ น ําหน ใน น ศส ผ ให น ส น น ห ื น พื ุ ื น ค ส ธ ณสุ ็ ม สื นื ั ญห น ฟ้ สู แ สถ น ณ์ ค ม แ ห ู ค นแ ส ซ ค ม ุ นแ ม ึ ้ น ส ผ ศ ษฐ ุ ํา ให ฟื้น ศ ษฐ ม ุ ส ค ม ึ ้ น ภ ค ฟื้น ค ณ์ นื น ุ น ฉพ น ส ซ ซึ สถ ําน นน น ม ศ พ ใน ื น ุ มภ พนธ์ 2565 มี น ส ซ ําน น ฉ น 629 คน แ ใน ห น 1 – 19 มน คม 2565 ม น ส ซ ําน น ฉ น 356 คน 12 ถึ แม ใน ื นพฤษภ คม 2565 ห ศ ม ึ ้ น แ สถ น ณ์ ศ ษฐ ํา ผ ญ ั ญห ภ น ฟ้ สถ น ณ์ค ม แ ห ู ค นแ ส ซ น น ้ แ พ คฝี ษ ใ น น ้ ม มู ค์ น ม ( WHO) ใน ื น ฎ คม 2565 พ ําน นผู ื ้ ค - 19 ส สม 574.90 นคน แม ค ึ ้ น นื แ มู ําน นผู ส น ผ นม แส ให ห็นถึ ค ม ุ นแ ค น ส พนธุ์ นหน น้ ณ นสถ น ณ์ ฉ คซนม พม ึ ้ น นื ม ้ หม นํา สู ิ ม ศ ษฐ แ ิ ศ ็ ม ู แ แ สถ น ณ์ แส ให ห็นถึ ค มพ ม ใน ม ิ น น ภ ใน ุ ม ศ ซ น มุ นนใหน น ห ศสม ค ม ึ ้ น 1.2 สถานการณ์ การท่องเที่ยวไทย พ . ศ . 2562 เศรษฐกิจของประเทศไทยมีสัดส่วนการพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูงถึง ร้อยละ 1 7.79 โดย ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Gross Domestic Product : TGDP) จําแนกออกเป็น 1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว ทางตรง ( Tourism Direct Gross Domestic Product : T D GDP) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7. 25 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( Gross Domestic Product : GDP) และ 2) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว ทาง อ้อม ( Tourism Ind irect Gross Domestic Product : T I GDP) คิด เป็นสัดส่วนร้อยละ 10.5 4 ของ ผลิตภั ณฑ์ มวลรวมภายในประเทศ ( Gross Domestic Product : GDP) 13 โดยเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลสถิติจากบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Accounts – TSA) 14 พบว่าการเติบโตของมูลค่าการใช้จ่ายของผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเริ่มเข้าใกล้จุดอิ่มตัว โดยมี อัตราการขยายตัวที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีสัดส่วนการพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่สูงกว่า นักท่องเที่ยวไทยประมาณ 2 เท่า โดย ใน ปี พ . ศ . 2562 มีจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 40 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.55 จากปี พ . ศ . 2561 แต่ในปี พ . ศ . 2563 จํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงถึงร้อยละ 12 สถานการณ์นักท่องเที่ยวรัสเซีย เบื้องต้น ในระหว่างวันที่ 1 ม กราคม – 19 มี นาคม 2565 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 13 สถิติจํานวนและรายได้นักท่องเที่ยวเบื้องต้น โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ( ปี พ . ศ . 2561 – 2563) 14 บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Account: TSA)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 22 83.21 ด้วยจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงประมาณ 7 ล้านคน และระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ปี พ . ศ . 2564 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 20,174 คน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในขณะที่ จํานวนนักท่องเที่ยวไทยในปี พ . ศ . 2563 ลดลงถึงร้อยละ 46.37 จากประมาณ 230 ล้านคน / ครั้ง ในปี พ.ศ. 2562 ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยว ชาว ไทย ประมาณ 123 ล้านคน / ครั้ง และ ในปี พ . ศ . 2564 มีจํานวน นักท่องเที่ยวไทยเพียง 26 ล้านคน / ครั้ง เป็นจํานวนที่น้อยที่สุดในรอบ 4 ปี โดย เป็นผลมาจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 และ มาตรการการรักษาความปลอดภัยและ สุขอนามัย ของคนไทย ซึ่งส่งผล ให้ ประชาชน กังวลเรื่อง การติดเชื้อ และหลีกเลี่ยงการ เดินทางออกไปท่องเที่ยว รูปที่ 2 - 5 : สัดส่วนรายได้ด้านการท่องเที่ยวของไทย จํานวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ไปด้วย โดยพบว่า ในปี พ . ศ . 2562 ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 1.08 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.97 จากปี พ . ศ . 2561 แต่ จาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในปี พ . ศ . 2563 รายได้จาก นักท่องเที่ยวไทยเหลือเพียงประมาณ 0.48 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีก่อนถึง ร้อยละ 55.4 ในส่วนของ รายได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ว่าในปี พ . ศ . 2562 จะมีสูง ถึง 1.91 ล้านล้านบาท คิดเป็นกา ร เติบโต ร้อยละ 1.9 จากปี พ . ศ . 2561 แต่เมื่อเกิดมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด ของ โรคโควิด – 19 โดยการปิดประเทศ ในปี พ . ศ . 2563 ส่งผลให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนั้นเหลือเพียง 0.33 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 82.63 ส่งผลให้รายได้รวม จากการท่องเที่ยว ของไทยลดลงไปถึงร้อยละ 73 นอกจากนี้ เมื่อศึกษาสถิติการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวจะพบว่าประเทศไทยมีการกระจุกตัวของ จํานวนนักท่องเที่ยว และรายได้จากการท่องเที่ยวในเพียงบางจังหวัดของประเทศไทย 15 โดยในปี พ.ศ. 2562 ร้อยละ 53.22 ของนักท่องเที่ ยวทั้ งหมดในประเทศไทย เดินทางท่องเที่ ยวอยู่ ภายใน 10 จังหวัด การท่องเที่ยวหลักของไทยเท่านั้น โดยอันดับหนึ่งอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ประมาณ 66 ล้านคน รองลงมา คือ จังหวัดชลบุรี ประมาณ 18 ล้านคน และจังหวัดภูเก็ต ประมาณ 14 ล้านคน ตามลําดับ และเมื่อพิจารณา การกระจายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะพบว่าร้อยละ 86.27 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติกระจุกตัวอยู่เพียง 10 จังหวัด โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง ถึง 24 ล้านคน รองลงมา คือ จังหวัดภูเก็ต ประมาณ 10 ล้านคน และจังหวัดชลบุรี ประมาณ 9 ล้าน คนตามลําดับ 15 บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Account: TSA) 7.25 % 10.54 % Tourism GDP ทาง รง Tourism GDP ทางออ GDP ทั้งหมดของ ประเทศ ในปี พ ศ 2562 เศร กิจของประเทศไทยพ ่งพา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูงถ ง 17.79 % รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสูงกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 2 เท่า 0.87 % 4.55 % - 46.3 7 % - 83.21 % 1.9 % 0.97 %

23 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ในขณะที่ นักท่องเที่ยวชาวไทยมีอัตราการกระจุกตัวที่น้อยกว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเล็กน้อย โดยร้อยละ 48.16 ของนักท่องเที่ยวไทยกระจุกตัวอยู่ใน 10 จังหวัดหลักเช่นกัน นักท่องเที่ยวชาวไทย กว่า 44 ล้านคน ท่องเที่ยวภายใน กรุงเทพมหานคร รองลงมา คือ จังหวัดน ครราชสีมาที่กว่า 9 ล้านคน และจังหวัด กาญจนบุรีที่กว่า 9 ล้านคน รูปที่ 2 - 6 : สถิติการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ จากการวิเคราะห์ข้อมูลจํานวนและรายได้จากนักท่องเที่ ยวต่างชาติเบื้ องต้นของ กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาในปี พ . ศ . 2562 16 พบว่า 10 ประเทศที่มีจํานวนนักท่องเที่ยวเดินทาง มาเที่ยวประเทศ ไทยมากที่สุดจากจํานวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดประมาณ 40 ล้านคน ได้แก่ 1) สาธารณรัฐประชาชนจีน 2) ประเทศมาเลเซีย 3) ประเทศอินเดีย 4) สาธารณรัฐเกาหลี 5) สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว 6) ประเทศญี่ ปุ่น 7) สหพันธรัฐรัสเซีย 8) ประเทศสิงคโปร์ 9) สหรัฐอเมริกา และ 10) เขตบริหาร พิเศษฮ่องกง ตามลําดับ โดยนักท่องเที่ยวจีนมีการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากที่สุด มีรายละเอียด ดังนี้ รูปที่ 2 - 7 : จํานวนและรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 16 สถิติจํานวนและรายได้จากนั กท่องเที่ยวต่างชาติเบื้องต้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ( ปี พ . ศ . 2562) 32.16 % 13.69 % 12.88 % 5.57 % 4.64 % 4.49 % 4.48 % 3.98 % 2.73 % 1.64 % สัดส่วน กรุงเทพฯ นครราชสีมา กาญจนบุรี ชลบุรี เพชรบุรี เชียงใหม่ ระยอง อยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ ขอนแก่น 44,073,847 9,700,608 9,121,884 8,636,436 8,410,769 7,691,455 7,310,599 6,183,177 6,023,393 5,502,774 11,165,860 66,956,652 18,602,920 14,576,466 9,898,428 9,618,052 8,958,499 8,292,809 7,877,379 7,503461 21.80 % 6.06 % 4.75 % 3.64 % 3.22 % 3.13 % 2.92 % 2.70 % 2.56 % 2.44 % สัดส่วน กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ นครราชสีมา กาญจนบุรี เพชรบุรี ระยอง สงขลา จำนวน คน อยุธยา 24,892,715 9,966,574 4,312,608 3,591,556 3,474,407 3,470,414 3,082,903 2,109,632 1,270,631 10,598,921 32.16 % 13.69 % 12.88 % 5.57 % 4.64 % 4.49 % 4.48 % 3.98 % 2.73 % 1.64 % สัดส่วน กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี กระบี่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ พังงา สงขลา อยุธยา สมุทรปราการ จำนวน คน ▪ ในปี 2562 53.22 % ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ท่องเที่ยวใน 10 จังหวัดการท่องเที่ยวหลักของไทย ▪ 86.27 % ของนักท่องเที่ยวต่างชาติกระจุกตัวอยู่เพียง 10 จังหวัด โดยเฉพาะกรุงเทพ ▪ 48.16 % ของนักท่องเที่ยวไทยกระจุกตัวอยู่ใน 10 จังหวัดหลักเช่นกัน สถิติการกระจายตัวของ นักท่องเที่ยวทั้งหมด สถิติการกระจายตัวของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ สถิติการกระจายตัวของ นักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน คน - 2.00 4.00 6.00 8.00 10.00 12.00 นคน - 0.10 0.20 0.30 0.40 0.50 0.60 น น 28 % 11 % 5 % 5 % 5 % 4 % 4 % 3 % 3 % 3 % 28 % 6 % 5 % 5 % 4 % 4 % 4 % 4 % 3 % 3 % ปี พ . ศ . 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยมากที่สุด 10 ประเทศ โดยประเทศจีนเป็นประเทศที่มาเที่ยวไทยมากที่สุด เป็นจานวนประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งเป็น ร้อยละ 28 จากจำนวน นักท่องเที่ยวทั้งหมดประมาณ 40 ล้านคน ปี พ . ศ . 2562 ประเทศไทยได้รับรายได้การท่องเที่ยวสูงสุด 10 อันดับจากประเทศข้างต้น โดยได้รายได้จากชาวจีนมากที่สุดประมาณ 0.53 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็น ร้อยละ 28 ของรายได้ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดซึ่งอยู่ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น 1 2 3 4 5 ▪ ประเทศรัสเซีย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ติด 1 ใน 10 อันดับประเทศ ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยมากที่สุด และใช้ จ่ายในการท่องเที่ยวที่ไทยมากที่สุด ▪ และเป็นประเทศที่มี ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวัน สูงติดอันดับ Top 5 8,249 บาท / คน / วัน 7,752 บาท / คน / วัน 7,499 บาท / คน / วัน 7,301 บาท / คน / วัน 5,665 บาท / คน / วัน 10 ประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 10 ประเทศที่สร้างรายได้ให้ไทยสูงที่สุด 5 ประเทศค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันสูงที่สุด อันดับ 1 จีน จำนวน 11 ล้านคน ( 28 %) จากทั้งหมด 40 ล้านคน อันดับ 1 จีน จำนวน 0.53 ล้านล้านบาท ( 28 %) จากทั้งหมด 1.9 ล้านล้านบาท

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 24 10 ประเทศที่มีจํานวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยมากที่สุดในปี พ . ศ . 2562 ตารางที่ 2 - 1 : ประเทศที่มีจํานวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยมากที่สุดในปี พ.ศ. 2562 10 ประเทศที่มีจํานวนนักท่องเที่ยวสูงสุด จํานวนนักท่องเที่ยว ( คน ) สัดส่วนจากนักท่องเที่ยว ทั้งหมดในปี พ . ศ . 2562 1. สาธารณรัฐประชาชนจีน 11,138,658 ร้อยละ 28 2. ประเทศมาเลเซีย 4,274,458 ร้อยละ 11 3. ประเทศอินเดีย 1,961,069 ร้อยละ 5 4. สาธารณรัฐเกาหลี 1,880,465 ร้อยละ 5 5. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 1,856,762 ร้อยละ 5 6. ประเทศญี่ปุ่น 1,787,185 ร้อยละ 4 7. สหพันธรัฐรัสเซีย 1,481,837 ร้อยละ 4 8. ประเทศสิงคโปร์ 1,150,024 ร้อยละ 3 9. สหรัฐอเมริกา 1,136,210 ร้อยละ 3 10. เขตบริหารพิเศษฮ่องกง 1,090,121 ร้อยละ 3 ในส่วนของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบว่า ในปี พ . ศ . 2562 นักท่องเที่ยวจากประเทศที่สร้างรายได้ ให้กับประเทศไทยมากที่ สุด 10 ประเทศ ได้แก่ 1) สาธารณรัฐประชาชนจีน 2) ประเทศมาเลเซีย 3) สหพันธรัฐรัสเซีย 4) ประเทศ ญี่ ปุ่ น 5) ประเทศอินเดีย 6) สหรัฐอเมริกา 7) สาธารณรัฐเกาหลี 8) สหราชอาณาจักร 9) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 10) ประเทศออสเตรเลีย ตามลําดับ โดยนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากที่สุด มีรายละเอียดดังนี้ 10 ประเทศที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยสูงที่สุดในปี พ . ศ . 2562 ตารางที่ 2 - 2 : ประเทศที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทยสูงสุดในปี พ.ศ. 2562 10 ประเทศที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทย สูงสุด รายได้ ( ล้านบาท ) สัดส่วนรายได้จากต่างชาติ ทั้งหมดในปี พ . ศ . 2562 (%) 1. สาธารณรัฐประชาชนจีน 531,576.65 ร้อยละ 28 2. ประเทศมาเลเซีย 107,457.97 ร้อยละ 6 3. สหพันธรัฐรัสเซีย 102,895.03 ร้อยละ 5 4. ประเทศญี่ปุ่น 93,758.84 ร้อยละ 5 5. ประเทศอินเดีย 80,039.88 ร้อยละ 4 6. สหรัฐอเมริกา 76,819.24 ร้อยละ 4 7. สาธารณรัฐเกาหลี 75,435.78 ร้อยละ 4 8. สหราชอาณาจักร 72,318.73 ร้อยละ 4 9. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 58,035.54 ร้อยละ 3 10. ประเทศออสเตรเลีย 55,402.66 ร้อยละ 3

25 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ถึงแม้ว่าชาวจีนจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยมากที่สุด และสร้างรายได้โดยรวมให้กับ ประเทศไทยมากที่สุด แต่เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่ละประเทศแล้ว พบว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันไม่ติดอันดับ 1 ใ น 5 ของประเทศที่มีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวัน สูงที่สุด คือ 1) สหราชอาณาจักร ( 8,249 บาทต่อคนต่อวัน) 2) ประเทศออสเตรเลีย ( 7,752 บาทต่อคนต่อวัน) 3) สหพั นธรั ฐรั สเซี ย ( 7,499 บาทต่ อคนต่ อวั น) 4) สหรั ฐอเมริ กา ( 7,301 บาทต่ อคนต่ อวั น) และ 5) ประเทศญี่ปุ่น ( 5,665 บาทต่อคนต่อวัน) และ เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันของทั้งนักท่องเที่ยว ชาวไทยและต่างชาติ พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยถึง 2 เท่า สําหรับในปี 2564 ประเทศไทยมีจํานวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม - ธั นวาคม 2564 จํานวน 427 , 869 คน ลดลงร้อยละ 93.62 เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งการระบาดของโรคโควิด - 19 และมาตรการควบคุมการเดินทาง ยังคง เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางท่องเที่ยว ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ( WHO) พบจํานวนผู้ติดโรคโควิด - 19 สะสมทั่วโลก 285.65 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่มีจํานวนผู้ติดเชื้อสะสม 261.64 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าการระบาดยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลจํานวนผู้เสียชีวิตน้อยกว่าการ ระบาดในอดีต แสดงให้เห็นว่าความรุนแรงของโรคน้อยกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การฉีดวัคซีน ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมี ผลต่อ การเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำรเปิด ประเทศของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในขณะที่สถานการณ์การท่องเที่ยวภายในประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2564 มีจํานวน นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยสะสม 53.03 ล้านคน - ครั้ง ลดลงร้อยละ 41.44 มีรายได้สะสม 2.16 แสนล้านบาท ลดลงร้อยละ 55.15 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยภาพรวมกา รท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย ปรับตัวดีขึ้นตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด - 19 ประกอบกับ ภาครัฐ ได้ ดําเนินการผ่อนคลาย มาตรการควบคุมการเดินทางภายในประเทศ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ และบริบทในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 การท่องเที่ยวของไทยปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่มีการยกเลิก การลงทะเบียนผ่านระบบไทยแลนด์พาส ( Thailand Pass) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ของการท่องเที่ยว ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักเดินทางไม่ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศมาเป็นระยะเวลานำน ส่งผลให้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดย มีจํานวนนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2565 จํานวน 3,204.177 คน ขยายตัวร้อยละ 5,376.94 และ มีจํานวน นักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยสะสมตั้งแต่ เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2565 78.32 ล้านคน - ครั้ง ขยายตัวร้อยละ 210.10 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ห่วงโ ่ คุณค่าและ ภาคการผลิตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ( Supply - Side) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างงานสร้างรายได้เป็น 1 ใน 10 ของงานทั่วโลก หรือประมาณ 330 ล้านงาน และในปี พ . ศ . 2562 มี ผลิตภัณฑ์มวลรวม ด้านการท่องเที่ยว ทั่ว โลก คิด เป็นร้อยละ 10.3 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวม จากทั่ว โลก อีกทั้งในปีเดียวกัน ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Gross Domestic Product : TGDP) ยังมากถึ งร้ อยละ 1 7.79 ของ ผลิตภั ณฑ์ มวลรวม ภายในประเทศ ( Gross Domestic Product : GDP) ซึ่งเป็นผลลัพธ์ จากการดําเนินงานของหลากหลาย ภาคส่วนร่วมกัน หากพิจารณาถึงห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยอ้างอิงจาก

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 26 กรอบการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขององค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) 17 จะประกอบไปด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วนตั้งแต่องค์กรการท่องเที่ยวต่าง ๆ ไปจนถึงการบริการสนับสนุน การท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ รูปที่ 2 - 8 : ห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว • องค์กรการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจองท่องเที่ยว ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 1) องค์กร ที่เกี่ยวข้องจากประเทศต้นทาง ได้แก่ หน่วยงานด้านอินเ ท อร์เน็ต หน่วยงานให้บริการศูนย์ข้อมูล บริษัททัวร์นําเที่ยว เป็นต้น 2) องค์กรที่เกี่ยวข้องในประเทศเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ องค์กรธุรกิจนําเที่ยว สายการบินต่าง ๆ บริษัทนําเที่ยว เป็นต้น • หน่วยงานทางการคมนาคมและขนส่ง เช่น บริษัทให้บริการเช่ารถ หน่วยงาน ให้บริการศูนย์ข้อมูล รถเดินทางสาธารณะ บริษัทบริการรถแท็กซี่ บริษัทบริการเรือสําราญ หน่วยงานให้บริการศูนย์ข้อมูล การเดินทาง เป็นต้น • หน่วยงานให้บริการที่พัก เช่น โรงแรม รีสอร์ท อ ะ พาร์ ต เมนต์ บ้านรับรองแขก โฮสเทล เป็นต้น • ร้านบริการอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ร้านอำหารและบาร์ ไนท์คลับ ร้านอาหารจานด่วน ของที่ระลึก ประเภทอาหาร ตู้บริการอาหารอัตโนมัติ เป็นต้น • ของที่ระล กและงานหัตถกรรม เช่น ร้านขา ย ของหัตถกรรม ช่างฝีมือ กิจกรรมหัตถกรรม เป็นต้น • สินทรัพย์ทางการท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1) สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม เช่น โบราณคดี ชุมชนท้องถิ่ น พิพิธภัณฑ์ สถานที่ ท่องเที่ ยวทางประวัติศาสตร์ และสินทรัพย์ที่ จั บ ต้องไม่ได้ 2) สินทรัพย์ทางธรรมชาติ เช่น ทะเลสาบ แม่น้ํา ภูเขา ป่าไม้ ดอกไม้และพันธุ์พืชต่าง ๆ • ด้านความบันเทิง เช่น การแสดง บริษัทบริการมัคคุเทศ ก์ มัคคุเทศก์อิสระ ผู้นําทางหรือพี่เลี้ยง โปรแกรมท่องเที่ยว บริการสุขภาพและสปา เป็นต้น • การบริการสนับสนุน เช่น ศูนย์บริการข้อมูลต่าง ๆ ร้านค้าต่าง ๆ ร้านซักรีด หน่วยงานดูแล ความปลอดภัยและธนาคาร ร้านอินเ ท อร์เน็ตและร้านกาแฟ 17 ห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว องค์กำ รการท่องเที่ยวโลก (UNWTO)

27 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) • การสนับสนุนโครงสร้างพื้นำน เช่น หน่ ว ยงานจัดการของเสีย วัตถุก่อสร้าง บริษัทพลังงานและน้ํา หน่วยงานด้านการศึกษา หน่วยงานด้านการสื่อสาร และหน่วยงานดูแลความปลอดภัยและสุ ขอนามัย เมื่อวิเคราะห์สถิติจากบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Accounts – TSA) 18 ในด้านสาขาการผลิตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้ง 12 สาขา จะพบว่า ในปี พ.ศ. 2562 ภาคการผลิตที่มี มูลค่าเพิ่ มสูงที่ สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) การบริการอาหารและเครื่ องดื่ ม อยู่ ที่ 532,981 ล้านบาท 2) การบริการโรงแรมและที่ พัก อยู่ ที่ 417,933 ล้านบาท และ 3) การขา ยสินค้าเพื่ อการท่องเที่ ยว อยู่ที่ 220,427 ล้านบาท ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวต่อมูลค่าผลผลิตในภาคการท่องเที่ยว ของไทย ที ่ มี สั ดส่ วนสู งที ่ สุ ดคื อกิ จกรรมด้ำนศิ ลปะและวั ฒนธรรม 19 อย่ำงไรก็ ตาม อุ ตสาหกรรม การท่องเที่ยวไทยกลับมีการลงทุนในด้านการขนส่งทำงบกมากที่สุด แม้จะเป็นภาคการผลิตที่สามารถสร้าง มูลค่าสูงสุดเพียงอันดับที่ 5 เท่านั้น ในขณะที่ กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งเป็นสาขาการผลิต ที่มีสัดส่วนมูลค่าการใช้จ่ายท่องเที่ยวต่อมูลค่าผลผลิตท่องเที่ยวสูงที่สุด กลับเป็นสาขาการผลิตที่มีมูลค่า การลงทุนน้อ ยที่สุด 20 รูปที่ 2 - 9 : มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสัดส่วนการใช้จ่ายต่อมูลค่าผลผลิตท่องเที่ยว 18 บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Account: TSA) 19 ตารางที่ 5 และตารางที่ 6 บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Account: TSA) 20 ตารางที่ 8 บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Account: TSA) 0.53 0.42 0.22 0.15 0.1 0.09 0.06 0.06 0.03 0.02 0.008 0.003 3.5 2.7 1.4 1 0.6 0.6 0.4 0.4 0.2 0.2 0.1 0 0 1 2 3 4 0 0.2 0.4 0.6 มู ค พม ส ส น ล้านล้านบาท (%) 85.86 84.91 78.82 68.56 64.74 63.85 53.07 43.79 27.24 26.57 19.91 15.1 0 25 50 75 100 ร้อยละ (%) ตาราง 5 มูลค่าเพิ่มและสัดส่วน มูลค่าเพิ่มของ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ต่อมูลค่าเพิ่ม ทั้งหมด ณ ราคาพื้นำน ตาราง 6 สัดส่วนมูลค่าการใช้ จ่ายท่องเที่ยวต่อมูลค่า ผลผลิตท่องเที่ยว Tourism Ratio)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 28 รูปที่ 2 - 10 : มูลค่าการลงทุนและสัดส่วนมูลค่าการสะสม ทุนถาวรเพื่อการท่องเที่ยวต่อมูลค่าการสะสมทั้งหมด การประเมินส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสมดุลด้านการกระจายรายได้ รายได้จากการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจําเป็นต้องสูญเสียไปกับการนําเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น เนื้อสัตว์ สุรา เบียร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงค่าธรรมเนียมสถาบันการเงิน เป็นต้น เพื่อนําไปประ กอบการดําเนิน ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์เรียกส่วนที่สูญเสีย จากการนําเข้าวัตถุดิบเหล่านี้ว่า “ ส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยว Tourism Leakage ” โดยวัดได้เป็นร้อยละ ของการนําเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศต่อการใ ช้วัตถุดิบทั้งหมด รูปที่ 2 - 11 : การประเมินส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยว ผลการประเมินการรั่วไหลทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภาพรวม พบว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยวมีส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวร้อยละ 28.37 กล่าวคือ เมื่อเกิดรายได้จากการท่องเที่ยว 100 บาท จะสูญเสียรายได้จากการนําเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ 28.37 บาท โดยภาพ รวมรายได้ที่รั่วไหล มาจากการนําเข้าเนื้อสัตว์ การใช้บริการสถาบันการเงิน การใช้บริการการค้าส่ง การใช้บริการอื่น ๆ และ การใช้บริการการค้าปลีกเป็นหลัก ซึ่งคิดเป็นรายได้รั่วไหลทางการท่องเที่ยวของปี พ . ศ . 2559 จะเท่ากับ 23,260 19,000 10,583 8,152 7,458 3,798 3,460 2,067 1,440 1,395 1,243 1,155 28 22.9 12.7 9.8 9 4.6 4.2 2.5 1.7 1.7 1.5 1.4 0 5 10 15 20 25 30 0 5,000 10,000 15,000 20,000 25,000 มู ค พม ส ส น ล้านล้านบาท (%) มูลค่าการลงทุนและสัดส่วนมูลค่าการสะสมทุนถาวรเพื่อการท่องเที่ยว ต่อมูลค่าการสะสมทุนทั้งหมด ▪ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย มีการลงทุนใน ด้าน การ ขนส่งทางบกมากที่สุด แม้จะ เป็นภาคการผลิตที่สร้างมูลค่าสูงสุด เป็นอันดับที่ 5 ▪ รองลงมาคือการลงทุนในด้านโรงแรม ที่พัก และอาหารเครื่องดื่ม ▪ ในขณะที่ กิจกรรมด้านศิลปะและ วัฒนธรรม มีมูลค่าการลงทุนต่าที่สุด แม้จะเป็นภาคการผลิตที่มีสัดส่วน มูลค่าการใช้จ่ายท่องเที่ยวต่อมูลค่า ผลผลิตท่องเที่ยวสูงที่สุด ส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยว (Tourism Leakage) วัดได้เป็นร้อย ละของการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศต่อการใช้วัตถุดิบทั้งหมด การประเมินส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสมดุลด้านการกระจายรายได้ แหล่งข้อมูล ตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิตและการสอบถามสัดส่วนการใช้ วัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศของผู้ประกอบการในธุรกิจที่ เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว จำนวน 1,284 รายใน 8 เขต พัฒนาการท่องเที่ยว ( 37 จังหวัด ) อิทธิพลต่อความแตกต่างกันของส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยว 714,672.20 184,803.30 134,377.20 65,569.40 0 100,000 200,000 300,000 400,000 500,000 600,000 700,000 800,000 น ส่วนรั่วไหลและรายได้รั่วไหลทางการท่องเที่ยวของไทย เนื้อสัตว์ การบริการ สถาบัน การเงิน การค้าส่ง บริการอื่น ๆ และการค้าปลีก การบริการสถาบันการเงิน บริการ ธุรกิจบริการอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดและเบียร์ เนื้อสัตว์ การค้าส่ง เบียร์ ผลไม้ และ การค้าปลีก ยารักษาโรค สถาบันการเงิน การค้าปลีก การค้าส่ง และบริการด้านธุรกิจ สร้างการท่องเที่ยวให้เข้มแข งมากข ้นผ่านการจัดการห่วงโ ่ อุปทาน (Supply chain) ให้มีกระแสของการใช้วัตถุดิบจากใน ประเทศเป็นสำคัญ เช่น ▪ สัดส่วนการนำเข้าผลผลิต ▪ โครงสร้างการผลิต ▪ กลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก ▪ ประเภทของธุรกิจ ▪ ลักษณะของแหล่ง ท่องเที่ยวในแต่ละเขต ➢ การสนับสนุนให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ➢ การใช้อาหารไทยเป็นหลักในการชักจูงนักท่องเที่ยว ➢ การสร้างอั ต ลักษณ์ของสินค้าและบริการในแต่ละที่ท่องเที่ยว ภาพรวมรายได้รั่วไหล บริการที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าและบริการ 1 2 3 1 2 3 20.34 % 28.37 % 35.88 % 27.57 % พบว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมีส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยว ร้อยละ 28.37 กล่าวคือเมื่อเกิดรายได้จากการท่องเที่ยว 100 บาท จะสูญเสียรายได้จากการนำเข้าวัตถุดิบต่างประเทศ 28.37 บาท

29 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 714,672.2 ล้านบาท 21 โดย ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว มี 3 ประเภทธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) ธุรกิจที่พัก มีรายได้รั่วไหลประมาณ 134,377.2 ล้านบาท ( ร้อยละ 20.34) 2) ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีรายได้ รั่ วไหลประมาณ 184,803.3 ล้านบาท ( ร้อยละ 35.88) และ 3) ธุรกิจจําหน่ายสินค้าและให้บริการ มีรายได้รั่วไหลประมาณ 65,569.4 ล้านบาท ( ร้อยละ 27.57) อย่างไรก็ตาม สัดส่วนปริมาณรายได้รั่วไหลของแต่ละธุรกิจจะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับ ประเภทของธุรกิจ ลักษณะของแหล่งท่องเที่ ยว สัดส่วนการนําเข้าผลผลิต โครงสร้างการผลิต และ กลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก ดังนั้น จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกําหนดแนวทางต่าง ๆ เพื่อลดสัดส่วนรั่วไหล ทางการท่องเที่ยวให้ลดลง โดยผ่านการจัดห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ให้มีกระแสของการใช้วัตถุดิบ ในประเทศเป็นสําคัญหรือเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกับวัตถุดิบจากต่ำงประเทศ เช่น การสร้างอัตลักษณ์ของสินค้า และบริการในแต่ละแหล่งท่องเที่ยวไทย การสนับสนุนให้ ใช้ ประโยชน์ จาก วัตถุดิบในประเทศไทย ก็จะส่งผลให้ ส่วนรั่วไหลของรายได้ ลดลง และยังช่วยให้เกิดการกระจายรายได้มาสู่คนไทยมากยิ่งขึ้น จํานวนการจ้างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีบทบาทสําคัญใน การสร้างอาชีพและเพิ่มโอกาสในการจ้างงาน เช่นกัน อ้างอิงจาก บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Account : TSA) อัตราการจ้างงาน ใน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่ องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ในขณะที่ ระหว่างปี พ.ศ. 2553 – 256 2 การจ้างงานทั้ งหมดในประเทศไทย มี อัตราการเติบโตที่ ลดลงที่ ร้อยละ 1.1 ของการจ้างงานทั้งหมดในประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 256 2 มีการจ้างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งสิ้น 4, 3 72,304 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11. 6 ของการจ้างงานทั้งหมดในประเทศไทย 22 อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีเพียง 54 สถาบันเท่านั้นที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนหรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว คิดเป็ นเพียงร้อยละ 34.8 จากมหาวิทยาลัยทั้งหมดของประเทศไทย และไม่มีสถาบันใดที่ติด 50 อันดับ มหา วิทยา ลัยที่มีศักยภาพด้านหลักสูตรการท่องเที่ยวและการโรงแรมของโลกโดยการจัดอันดับของ QS World University Ranking 23 ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาสถาบันการศึกษาที่เน้นเฉพาะเจาะจงด้าน การท่องเที่ยวทั้งระบบ อย่างครบวงจรจึงมีความสําคัญเป็นอย่างมาก 21 งานวิจัย “การประเมินส่วนรั่วไหลทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสมดุลด้านการกระจายรายได้” โดย รศ.ดร.บัณฑิต ชัยวิชญ ชาติ และคณะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสต ร์ สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) 22 ตารางที่ 7 บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Satellite Account: TSA) 23 การจัดอันดับของ QS World University Ranking ที่ได้รับการยืนยัน จาก Internatio nal Ranking Expert Group (IREG) ว่าเป็นการจัดอันดับที่มีมาตรฐานและความ แม่นยําสามอันดับต้นของโลก และเป็นองค์กรจัดอันดับที่ถูกใช้ในการอ้างอิงมากที่สุดทั่วโลก

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 30 รูปที่ 2 - 12 : การจ้างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทย จํานวนที่ พัก หนาแน่น ในพื้นที่ท่องเที่ยวสําคัญ การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการกดดันราคาห้องพักในบางพื้นที่ ในระหว่างปี พ.ศ. 2557 – 2561 ธุรกิจโรงแรมและที่พักระดับกลางและราคาประหยัด (Midscale Hotels และ Budget Hotels) มีสัดส่วนของตลาดรวมกันมากกว่าร้อยละ 64 โดยมีอัตราการเติ บโตสูงกว่าร้อยละ 10 ในขณะที่โรงแรมระดับหรู (Luxury Hotels) มีอัตราการเติบโตเพียงร้อยละ 6 และมีสัดส่วนของตลาดลดลง จากร้อยละ 40 ในปี พ.ศ. 2557 เป็นร้อยละ 35 ในปี พ.ศ. 2561 24 อันเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีงบประมาณในการเดินทางท่องเที่ยวน้อยกว่า นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เน้นท่องเที่ยวแบบประหยัด 2) การเปิดรับเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ ยว ซึ่ งช่วยให้นักท่องเที่ ยวสามา รถเข้าถึงโรงแรมและที ่ พัก ในแต่ละระดับราคาได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่มีงบประมาณการท่องเที่ยว จํากัด นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีที่พักราคาประหยัดที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องจํานวนมาก นําไปสู่ จํานวนห้ องพักที ่ สูงขึ้ นจนเกิ ดภาวะอุปทาน ห้องพั ก มากกว่าความสามารถในการรองรับของพื้ นที่ ( Oversupply) 25 เนื่องจากเกิดอุปทานห้องพักที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่มีอุปสงค์ของนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง 24 สถิติจาก Euromonitor และ KKP Research ( ปี พ.ศ. 2562) 25 สถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย TAT และ KKP Research 10.3 % 10.2 % 10.7 % 10.6 % 10.7 % 11.0 % 11.3 % 11. … 11.6 % 11.6 % 11.6 % 9.0% 9.5% 10.0% 10.5% 11.0% 11.5% 12.0% - 10,000,000 20,000,000 30,000,000 40,000,000 50,000,000 ปี ปี ปี ปี ปี ปี ปี ปี 0 ปี 1 ปี ปี น น นใน ุ ส ห ม น ้ หม นใน ุ ส ห ม การจ้างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสัดส่วนต่อการจ้างงานทั้งหมดในประเทศ หน่วย : คน ▪ ในปี พ ศ มีการจ้างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 372,304 คน คิด เป็น 6 ของการจ้างงานทั้งหมด ▪ ระหว่างปี พ ศ 2553 – 2563 การจ้างงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 1.31 % ในขณะที่การจ้างงานทั้งหมดในประเทศลดลง ▪ ในขณะเดียวกันประเทศไทยไม่มีสถาบันที่มุ่งเน้น ด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร มีเพียง 54 สถาบัน ที่ มีการสอนหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง กับ การ ท่องเที่ยว คิดเป็นเพียง 34.8 % จากมหาลัย ทั้งหมดในประเทศไทย โดย เป็น มหาวิทยาลัย ราช ภัฏถึง 18.5 % ▪ ผลักดันการจัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากร การท่องเที่ยว เพื่อรองรับการ ดำเนินงาน ตาม วัตถุประสงค์ข้อตกลงการยอมรับมาตรฐาน วิชาชีพอาเซียน (Mutual Recognition Arrangement - MRA) หน่วย : สัดส่วนจ้างงานท่องเที่ยวต่อทั้งประเทศ (%) ำก ำวทยาล ย

31 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) รูปที่ 2 - 13 : ภาวะอุปทานห้องพักล้นเกิน 1 อีกทั้งยังมี การกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในเมืองสําคัญด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี (พัทยา) จังหวัดกระบี่ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุ ย) ซึ่ งในปี พ.ศ. 25 62 มีจํานวนห้องพักรวมกันเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 51 ของจํานวน ห้องพักแรมทั้งหมดในประเทศ 26 โดยในพื้นที่ 6 จังหวัดดังกล่าว สามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 91 ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งหมด และสามารถสร้างราย ได้ รวมจาก การท่องเที่ยวทั้งหมด สูงถึงร้อยละ 77 ของรายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งหมดของประเทศ รูปที่ 2 - 14 : ภาวะอุปทานห้องพักล้นเกิน 2 26 KKP Research “ พลิกท่องเที่ยวไทย ให้ฟื้นได้อย่างทรงพลัง (ตอนที่ 1) ” อัตราการเข้าพักขยายตัวชะลอลงในช่วงปี พ ศ . – 4.9 % 10.5 % 4.7 % 2.3 % น นห พ แ ม พ แ ม 0% 5% 10% 15% 20% 25% 0 1 แ ม ค ห พ ฉ หน่วย : อัตราการขยายตัว (%) ▪ การขยายตัวของอัตราการเข้าพักเข้าใกล้จุดอิ่มตัว ➔ ในช่วงปี พ ศ 2559 - 2563 จำนวนห้องพักแรมขยายตัวเฉลี่ย ต่อปี แต่อัตราการเข้าพักแรม Occupancy Rate) ขยายตัวเพียง ต่อปี ▪ เทียบกับช่วงปี พ ศ 2554 - 2558 ที่อัตราการเข้าพักแรมของนักท่องเที่ยว ขยายตัว มากกว่าจำนวนห้องพักแรม การแข่งขันด้านราคาสูงข ้น ส่งผลให้ราคาห้องพักถูกปรับลดลง ▪ ระดับราคาห้องพักเฉลี่ย ของห้องที่มีคนเข้าพัก Average Daily Room Rate: ADR) ขยายตัวลดลงต่อเนื่อง จากปี 560 ที่ขยายตัว เหลือเพียง 1 ในปี 563 ▪ รายรับของโรงแรม Revenue Per Available Room: RevPAR) มีอัตราการ ขยายตัว ลดลง จาก เหลือเพียง 1 ในช่วงเวลาเดียวกัน 6 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี กระบี่ เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี เกาะสมุย มีจานวนห้องพักแรมรวมกันกว่า ของจานวนห้องพักทั้งประเทศ ในปี พ ศ 2563 การกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในภาคใต้ ส่งผลให้ มีการเร่งลงทุนด้านโรงแรมและที่พักอย่างมาก จนเกิดป ญหา Oversupply ในพื้นที่ 39 % 0 % พ ศ 2563 ไทย ต่างชาติ รวม กรุงเทพฯ 36% 42% 39% ภูเก็ต 5% 24% 16% ชลบุรี 5% 13% 10% กระบี่ 4% 4% 4% เชียงใหม่ 6% 3% 4% สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย 2% 5% 3% สัดส่วนของรายได้รวม %) 57% 91% 77% รายได้รวมทั้งหมด ทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ เฉพาะใน จังหวัดยอดนิยม คิดเป็นรายรับรวมถง ของรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งประเทศ ป ญหาห้องพักล้นเกิ นส่งผลให้ ในปี พ ศ 2563 ราคาห้องพักและ รายรับของธุรกิจโรงแรมในภาคใต้ หดตัวลง ครั้งแรกในรอบหลายปี การกระจุกตัวของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 32 ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อ มและทรัพยากรธรรมชาติในภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ ประมาณ 226,833 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1 8.89 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ด้านการท่องเที่ยว ( Tourism Gross Domestic Product: TGDP) 27 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ • การใช้ทรัพยากรทางน้ําในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อยู่ที่ 745 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ร้อยละ 4.59 ของภาครวมการใช้น้ําภายในประเทศ หรือคิดเป็นมูลค่า 6,693.82 ล้านบาท • การใช้พลัง งำนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อยู่ที่ 5 20 ล้านเมกะจูล คิดเป็นร้อยละ 14.67 ของการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมในประเทศ หรือคิดเป็นมูลค่า 211,127.15 ล้านบาท • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อยู่ที่ 30.6 ล้านตั น คาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 11.76 ของภาครวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปร ะ เทศ หรือคิดเป็น มูลค่า 635.55 ล้านบาท • การสร้างขยะหรือของเสียในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อยู่ที่ 807,313 ตัน คิ ดเป็นร้อยละ 2.77 ของภาครวมการสร้างขยะในประเทศ หรือคิดเป็นมูลค่า 1, 325.68 ล้านบาท โดยสาขาการผลิตที่ มีสัดส่วนการสร้างขยะมากที่สุด 5 อันดับในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่ 1) ภัตตาคาร และร้านอาหาร 2) โรงแรม รีสอร์ท เกสต์เฮาส์ ที่ พัก 3) การขนส่งผู้ โดยสารทางรถยนต์ 4) การขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ 5) การขายสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว รูปที่ 2 - 15 : บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวที่รวมต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ แม้ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยจะมีต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ค่อนข้างสูง แต่การท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงประสบความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาทะเลสีดํา ปัญหาสุสานขยะ รวมไปถึงปัญหาการรบกวนหรือทําลายทรัพยากรธรรมชาติของนักท่องเที่ยว โดยจะเห็นได้จากผลการจัดอันดับความยั่งยืนในระดับประเทศ ซึ่งแสดงว่าประเทศไทยยังมี ความท้าทายด้าน การบริหารจัดการควา ม ยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 27 บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวที่รวมต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม ( TSA - SEEA) หมายเหตุ : p หมายถึง ข้อมูลเบื้องต้นจากบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวที่รวมต้นทุน ด้านสิ่งแวดล้อม (TSA - SEEA) ของประเทศไทย ปี 2561 (p) ภาคการท่องเที่ยวไทย มีต้นทุนทาง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ 226,833 ล้านบาท (p) คิดเป็นสัดส่วน 18.89 % ของ Tourism GDP การใช้น้าในภาคท่องเที่ยว 745 ล้านล้านลบ ม คิดเป็น 4.59 % ของภาครวม หรือ 6,693.82 ล้านบาท (p) การใช้พลังงานในภาคท่องเที่ยว 520 ล้านเมกะจูล คิดเป็น 14.67 % ของภาครวม หรือ 211,127.15 ล้านบาท (p) การปล่อยกำ เรือนกระจกในภาคท่องเที่ยว 30.6 ล้านตัน CO 2 คิดเป็น 11.67 % ของภาครวม หรือ 635.55 ล้านบาท (p) การสร้างขยะในภาคท่องเที่ยว 807,313 ตัน คิดเป็น 2.77 % ของภาครวม หรือ 1,325.68 ล้านบาท (p) สัดส่วนการสร้างขยะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายสาขา ▪ อันดับที่ 1 ภัตตาคาร ร้านอาหาร คิดเป็น 27.59 % ▪ อันดับที่ 2 โรงแรม รีสอร์ท เกสต์เำส์ ที่พัก คิดเป็น 24.09 % ▪ อันดับที่ 3 การขนส่งผู้โดยสารทางรถยนต์ คิดเป็น 9.98 % ▪ อันดับที่ 4 การขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ คิดเป็น 9.08 % ▪ อันดับที่ 5 การขายสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว คิดเป็น 7.52 % ป ญหาที่เกิดจากการท่องเที่ยว ทะเลสีดำ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ลักลอบปล่อยน้ำเสีย ที่ไม่ผ่านระบบบำบัด ส่งผลต่อพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวอย่างหนัก สุสานขยะ ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามจำนวนนักท่องเที่ยวและการ เพิ่มขึ้นของที่พัก ก่อให้เกิดมลพิษ อัตรายต่อนักท่องเที่ยวและสัตว์ในพื้นที่ การรบกวนหรือทาลายธรรมชาติ ของนักท่องเที่ยว Sustainable Travel Index ( 2020 ) ภาพรวมอันดับดัชนีความยั่งยืน ▪ ประเทศไทยอยู่ อันดับที่ 76 จาก 99 ประเทศ ▪ อันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ▪ ประเทศไทยอยู่ อันดับที่ จาก ประเทศ ▪ เป้าหมายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว อยู่ใน ระดับ Significant Challenges ▪ มิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ อยู่ที่อันดับ 10 จาก 140 ประเทศ ▪ มิติด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่อันดับ 1 0 ➔ ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร แต่ไม่มีความยั่งยืน Travel & Tourism competitiveness Index ( 2019 )

33 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) • การจั ดอันดั บ Sustainable Travel Index ( 2020) โดย Euromonitor International ระบุ ว่า ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 76 จาก 99 ประเทศ และอยู่ที่อันดับที่ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียน 28 • การจัดอันดับผล การดําเนินงานตามเป้าหมาย Sustainable Development Goals ที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว พบว่าประเทศไทยอยู่อันดับที่ 41 จาก 166 ประเทศ โดยเป้าหมายที่เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวอยู่ในระดับมีความท้าทาย ( Significant Challenges ) ทั้งสิ้น 29 • การจัดอันดับขีดความสามารถในกา รแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ( Travel & Tourism C ompetitiveness Index ) ในปี พ.ศ. 2562 มิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ อยู่ที่อันดับ 10 จาก 140 ประเทศ ในขณะที่มิติด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่อันดับ 130 30 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติแต่ไม่มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวของประเทศไทย สภาเศรษฐกิ จโลก (World Economic Forum : WEF) ได้ จั ดทํารายงานการประเมิ นอั นดั บ ความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวสําหรับหลายประเทศทั่วโลก ( Travel & Tourism Competitiveness Report : TTCR) ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลการประเมินอันดับ ขีดความสามารถ ในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวของปร ะเทศไทย ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2558 – 2562 31 พบว่า ประเทศไทยมีอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและ การท่องเที่ยวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยได้คะแนนเฉลี่ย 4.3 คะแนน จากคะแนนเต็ม 7 คะแนน โดยมีอันดับอยู่ที่ 35 จาก 141 ประเทศทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทย ได้คะแนนเฉลี่ย 4.4 คะแนน โดยมีอันดับสูงขึ้น 1 อันดับ อยู่ที่อันดับ 34 จาก 136 ประเทศทั่วโลก และในปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทยได้คะแนนเฉลี่ย 4.5 คะแนน และมีอันดับอยู่ที่ 31 จาก 140 ประเทศทั่วโลก (สูงขึ้นถึง 3 อันดับ) ทั้งนี้คะแนนของประเทศไทย ที่ได้ในปี พ.ศ. 2562 พิจารณาจากทั้งหมด 14 ดัชนี ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งการจัดอันดับในปีนี้พบว่า ประเทศไทยมีดัชนีที่มีอันดับเพิ่มขึ้นจากเดิม จํานวน 9 รายการ มีดัชนีที่มีอันดับลดลงจํานวน 4 รายการ และมี ดัชนีที่มีอันดับคงที่เท่าเดิมจํานวน 1 รายการ มีรายละเอียด ดังนี้ รูปที่ 2 - 16 : อันดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ( TTC I) ของประเทศไทย จากการพิจารณาทั ้ ง 14 ดั ชนี รายการ พบ 2 ดั ชนี รายการหลั กที ่ ได้ รั บคะแนนและอั นดับ การประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันดีที่สุดจาก 14 ดัชนีรายการ ได้แก่ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ 28 รายงาน Top Countries for Sustainable Tourism โดย Euromonitor International 29 รายงาน Sustainable Development Report 2021 30 รายงานประเมินอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว (TT C I) ของประเทศไทย โดยสภาเศรษฐกิจโลก ( ปี พ . ศ . 2558 – 2562) 31 รายงานประเมินอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว (TT C I) ของประเทศไทย โดยสภาเศรษฐกิจโลก ( ปี พ . ศ . 2558 – 2562) 4.3 4.4 4.5 4.2 4.25 4.3 4.35 4.4 4.45 4.5 4.55 ค แนน ( ็ ม 7 ) Rank 35 / 14 1 Rank 34 / 13 6 Rank 31 / 14 0 อันดับความสามารถในการแข่งขันด้านการ เดินทางและการท่องเที่ยวของประเทศไทย (Thailand Travel & Tourism Competitiveness Index 2015 – 2019 ) ▪ ตั้งแต่ปี 2015 – 2019 ประเทศไทยมีอันดับความสามารถ ในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว สูงข้นอย่าง ต่อเนื่อง โดยในปี 2019 ขึ้นมา 3 อันดับจากปี 2017 มิติโครงสร้างพื้นำนการให้บริการนักท่องเที่ยว (Tourist service infrastructure) มิติการให้ความสำคัญกับการเดินทาง และการท่องเที่ยว (Prioritization of Travel & Tourism) มิติทรัพยากรมนุ ย์และตลาดแรงงาน (Human resource and labor market) มิติความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม (Environmental sustainability) คะแนน ลำดับ 5.9 14 คะแนน ลำดับ 5.2 27 คะแนน ลำดับ 5.1 27 คะแนน ลำดับ 3.6 130 ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในด้าน โครงสร้างพื้นฐานการให้บริการนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรม บริษัทให้เช่ารถ เป็นต้น ลำดับสูงข ้นจากปีก่อน 2 ลำดับ ครอบคลุมถึงงบประมาณของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจาก ภาครัฐ คุณภาพของการตลาด กลยุทธ์การพัฒนา ภาพลักษณ์ของประเทศ ่ งไทยได้ลำดับสูงข ้น 7 ลำดับ ครอบคลุมในเรื่องคุณสมบัติของทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา เบื้องต้น การอบรมบุคลากร ตลาดแรงงาน และประสิทธิผล จาก แรงงาน ไทยสูงข ้นจากปีก่อน 13 อันดับ ครอบคลุมประเด็นการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ความยั่งยืนของการพัฒนาอุตสาหกรรมการเดินทางและ การท่องเที่ยว ่ งไทยอันดับลดลงไป 8 อันดับ

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 34 ซึ่งได้อันดับที่ 10 จาก 140 ประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานบริการด้านการท่องเที่ยวซึ่งได้อันดับที่ 14 จาก 140 ประเทศ ส่วนดัชนีรายการที่ประเทศ ไทย ควรพัฒนาอย่างเร่งด่วน 4 ดั ชนีรายได้ ได้แก่ ความยั่งยืน ของสภาพแวดล้อม อันดับที่ 130 ความมั่นคงและความปลอดภัย อันดับที่ 111 สุขภาพและความสะอาด อันดับ ที่ 88 และโครงสร้างพื้ นฐานด้านการขนส่งทางบกและทางน้ํา อันดับที่ 72 ตามลําดับ นอกจากนั้น จากการพิจารณาข้างต้นยังแสดงให้เห็นถึงประเด็นที่ไม่สมเหตุสมผลคือ ประเทศไทยได้รับอันดับของแหล่ง ทรัพยากรธรรมชาติดีมาก แต่ความยั่งยืนของสภาพแวดล้อมกลับอยู่อันดับที่ค่อนข้างต่ํามาก แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี สวยงาม และเป็นที่น่าดึง ดูดใจของนักท่องเที่ยว แต่กลับไม่มี การพัฒนาและฟื้นฟูที่เพียงพอส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมลดถอยลงไปตามกาลเวลา รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมและสังคมอื่น ๆ ควรได้รับการพัฒนา ฟื้นฟู และรักษาให้เกิดความยั่งยืน เมื่อวิเคราะห์ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่ งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ( T ravel and T ourism C ompetitiveness I ndex : TTCI ) ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2562 เปรียบเทียบกับ ผลการจัดอันดับของต่างประเทศแล้ว พบว่าประเทศไทยเป็นอันดับที่ 9 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รองจาก ประเทศสิงคโปร์ ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศมาเลเซีย ที่อยู่ในอันดับ 6 อันดับ 7 และอันดับ 8 ตามลําดับ โดยมีอันดับดีขึ้น 3 อันดับจากการจัดอันดับในปี พ.ศ. 2560 และมีอันดับคงที่เป็นอันดับที่ 3 ของภูมิภาค อาเซียน 32 (รองจากประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซีย) ทั้งนี้ สามารถกล่าวได้ว่าประเทศไทยมีผล การจัดอันดับอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีศักยภาพสูงในด้านสถานที่ท่องเที่ยว นโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยว และ สิ่งอํานวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยว แต่มีคะแนนด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ความเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้ อม และการเดินทางต่อเนื่องทางบกที่ต่ํา • ประเทศไทยมีอันดับในมิติความปลอดภัยต่ําที่สุดเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน (รองจาก ประเทศ ฟิลิปปินส์) และอยู่ที่อันดับ 111 ของโลก โดยมีผลการจัดอันดับในปัจจัยย่อย ที่น่ากังวล เช่น ด้านการพึ่งพาบริการจากเจ้าหน้าที่ตํารวจอยู่ที่อันดับ 107 ซึ่งต่ําลงจากปีก่อนถึง 47 อันดับ ด้านผลกระทบทางธุรกิจจากการเกิดอาชญากรรมอยู่ที่อันดับ 87 เป็นต้น • ประเทศไทยมีอันดับในมิติสุขภาพและอนามัยต่ําที่สุดเป็นอันดับ 4 ในอาเซียน ร่วมกับ ประเทศ เวียดนาม และอยู่ที่ อันดับ 88 ของโลก โดยมีอันดับด้านความหนาแน่นของบริการ ทางการแพทย์ ( Physician density) ค่อนข้างต่ํา อยู่ที่อันดับ 97 ของโลก • ประเทศไทยมีอันดับในมิติด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมต่ําที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ในอาเซียน (รองจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศเ วียดนาม ) และอยู่ที่อันดับ 130 ของ โลก ซึ่ งเป็นมิติที่ มี อันดับน่ากังวลมากที่ สุด มีอันดับด้านความเข้มงวดของกฎระเบี ยบ ด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ 104 ของโลก ต่ําลงจากปีก่อนหน้า 4 อันดับ มีอันดับความหนาแน่นของ ฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ที่ 131 ของโลก ต่ําลงจากปีก่อนหน้า 5 อันดับ และมีอันดับสิ่งมีชีวิตที่มี ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อยู่ที่ 111 ของโลก ต่ําลงจากปีก่อนหน้า 7 อันดับ อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอาเซียนแล้ว พบว่าประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในมิติ การแข่งขันด้านราคา มีคะแนน 5.8 อยู่ที่อันดับ 25 ของโลก ในขณะที่ ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีผลการจัดอันดับรวมเป็นที่ 1 ในเอเชีย มีคะแนนอยู่ที่ 4.8 อยู่ที่อันดับ 113 ของโลก 33 นอกจากนี้ยังโดด เด่นในมิติทรัพยากรธรรมชาติ มีคะแนน 4.8 อยู่ที่อันดับ 10 ของโลก และเป็นอันดับที่ 1 ใน 32 อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว (TT C I) ของประเทศไทย (ปี พ.ศ. 2562) 33 อันดับขีดความสามาร ถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว (TT C I) ของประเทศญี่ปุ่น (ปี พ.ศ. 2562)

35 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) อาเซียน ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีผลการจัดอันดับรวมเป็นที่ 1 ในอาเซียน มีคะแนนอยู่ที่ 2.2 อยู่ที่อันดับ 120 ของโลก 34 ็ ผ สถ น ณ์ แพ ค - 19 ําใหสภ ศ ษฐ ( World Economic Forum - WEF) ม ม ผ แพ จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทาง และการท่องเที่ยว ใน ี 2564 ( ม น ค ้ สุ คื ี 2562 ) แ ม ุ พ ฒน น ม คื ดัชนี ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ( T ravel and T ourism C ompetitiveness I ndex : TTCI ) ็ น น พฒน น แ ( T ravel & T ourism Development Index : TTD I) ม ผ แพ น ศึ ษ น พฒน น แ ํา ี 2564 พื ฟื้นฟู น ค ื ห ุ นแ ื น ห ื TTDI (Travel & Tourism Development Index 2021 : Rebuilding for a Sustainable and Resilient Future) ซึ ศ ม น TTDI ู ใน ํา 36 117 ศ 35 ั ุ น สภ ศ ษฐ ( WEF) ม ุ ั ใน ํา น ้ ใหม ห ื TTDI แ ็ น 5 น คื 1 ) ั ื ้ นส แ ม ( Enabling Environment) 2 ) น แ ื น น แ ( T&T Policy & Conditions) 3 ) ค ส พื้นฐ น ( Infrastructure ) 4 ) ั ค ื นค ม น แ ( T&T Demand Drivers) แ 5 ) ค ม ื น น น แ ( T&T Sustainability ) ้ น ้ สภ ศ ษฐ ุ ั ใน ํา น ้ ใหม สําคญ คื ั 16 ค ม ื ห ุ น แ ื น น ศ ษฐ แ ส คม (Socioeconomic Resilience and Conditions) พ ณ ั น ค ม น ้ ู แ น ส คม มถึ ุ มแมแ ็ ผู น ผูพ ผูสู ุ ค ม สม ภ ค พศ ส ธ ผูใ แ น ็ น น ั 17 ค ม แ ค ม น แ ผ น แ (Travel & Tourism Demand Pressure and Impact) พ ณ ั น ําน น นพ ฉ น (Inbound length of stay) ค ม สนใ ใน คนห แห ฒนธ มแ ธ ม น พื้น ๆ ใน ศ คุณภ พ มื แ ศูน ์ ( Quality of town and city centres) ็ น น อันดับ TTDI ของประเทศไทยอยู่ในลําดับที่ 36 จาก 117 ประเทศทั่วโลก ในปี 2564 มีคะแนนรวม 4.3 จากคะแนนเต็ม 7 คะแนน ปัจจัยที่ประเทศไทยได้คะแนนที่น่าพึงพอใจ 3 อันดับแรก มีดังนี้ • โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางอากาศ อันดับที่ 13 • ด้านทรัพยากรธรรมชาติ อันดับที่ 14 • ด้านทรัพยากรที่ไม่ใช่เพื่อการพักผ่อน * ( เช่น การเป็นสถานที่ตั้งของสํานั กงานใหญ่ของ องค์กร/บริษัทต่างชาติ/จํานวนเมืองที่เป็นที่ยอมรับระดับโลก) อันดับที่ 16 (* ตัวชี้วัดใหม่ ) ปัจจัยที่ประเทศไทยควรมีการปรับปรุง พัฒนาและยกระดับให้ดีขึ้น มี ดังนี้ • ด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม อันดับที่ 97 • ด้านความมั่นคงและความปลอดภัย อันดับที่ 92 • ด้านการให้ความสําคัญกับการเดินทางและท่องเที่ยว อันดับที่ 88 34 อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว (TT C I) ของประเทศสิงคโปร์ (ปี พ.ศ. 2562) 35 รา ยงานการศึกษาดัชนีการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยวประจําปี 2564 ของสภาเศรษฐกิจโลก ( WEF)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 36 การจัดทําดัชนีการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยว (TTDI) ปี 2564 ของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ครอบคลุมการพัฒนาของประเทศทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในประเด็นด้านสังคมได้ ให้ความสําคัญกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนมากขึ้น อันเนื่องมาจากผลกระทบของ โควิด - 19 ดังนั้น หน่วยงานทุกภาคส่วนจึงมีบทบาทสําคัญในการช่วยขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว ทั้งในด้านการบริหาร จัดการ ด้านสิ่งแวดล้อม การยกระดับและพัฒนามาตรฐานการอํานวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง การพัฒนาเมือง สุขอนามัย ความปลอดภัย รวมถึงการส่งเสริมให้เมืองหลักและเมืองรองเป็นเมืองท่องเที่ ยวน่าอยู่ 1.3 การคาดการณ์การฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 การวิเคราะห์การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย หลังจากเกิดสภาวะหยุดนิ่งจากสถานการณ์ การแพร่ ระบาด ของโรคโควิด – 19 พิจารณาใน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อ การท่องเที่ยวไทย 2) ปัจจัย การฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ประกอบ ไปด้วย แผนการฉีดวัคซีนป้องกัน โรคโควิดของประเทศไทย อัตราการฉีดวัคซีนของชาวไทยและชาวต่างชาติ และ 3) บริบทการพัฒนาการท่องเที่ยว ของประเทศไทย ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570 ) ทั้งนี้ ปัจจัยภายนอก จะพิจารณาจากความสามารถในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของโลก โดย องค์กรและ สถาบันวิจัยจํานวนมากคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวโลกจะกลับมาเป็นปกติ ( เทียบเท่ากับปี พ.ศ. 2562) ภายใน ร ะยะเวลา 2 – 4 ปี โดย บริษัท Bloomberg 36 คาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวโลกจะกลับมาฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ในปี พ.ศ. 2566 โดยการท่องเที่ยวภายในประเทศ ( Domestic Tourism) จะสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่า การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ( International Tourism) McKinsey & Company 37 และ ศูนย์วิจัย กสิกรไทย 38 คาดการณ์ว่า สภาวะการท่องเที่ยวโลกจะสามารถฟื้นตัวได้ปี พ.ศ. 2567 ในขณะที่ องค์กำ รการท่องเที่ยวโลก แห่งสหประชาชาติ (UNWTO) 39 คาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวโลกจะกลับสู่ภาวะปกติได้ระหว่าง ต้นปี พ.ศ. 2566 ไปจนถึงกลางปี พ.ศ. 2568 ซึ่งขึ้นอยู่กับมาตรการกําหนดการจํากัด การเดินทาง ความล่าช้าในการจัดการกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ความมั่นใจของนักท่องเที่ยว ความร่วมมือระหว่างประเทศ และความเสื่อมโทรมทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ UNWTO ยังคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวในแถบเอเชียแปซิฟิก จ ะฟื้นตัวภายในระยะเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกับ บริษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation : I FC) สถาบันการเงินในเครือธนาคารโลก (World Bank) 40 คาดการณ์ว่าถึงแม้ว่าจะมีการฉีด วัคซีนอย่างทั่วถึงและการท่องเที่ยวสามารถกลับมาดําเนินกิจการได้ดังเดิม แต่การท่องเที่ยวโลกจะฟื้นตัวกลับมาได้ ภายในปี พ.ศ. 2568 เนื่องจาก ภาคการผลิต ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ตามมาตรฐานด้านความสะอาดและสุขอนามัย เมื่อวิเคราะห์ ปัจจัยการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ประกอบไปด้วย แผนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดของประเทศไทย อัตราการฉี ด วัคซีนของชาวไทยและชาวต่างชาติ พบว่า ประเทศไทยมีแผนการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ให้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย จํานวน 100 ล้านโดส ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรในประเทศไทย ภายในปี 2564 (พ.ค. - ธ.ค. 2564 ) 41 โดยในปัจจุบัน ประเทศไทย 36 รายงานการคาดการณ์การท่องเที่ยว โดย Bloomberg Intelligence ( ปี พ.ศ. 2564 ) 37 บทความ “COVID - 1 tourism spend recovery in numbers” โดย บริษัท McKinsey & Company ( ปี พ.ศ . 2563 ) 38 บทความ “ Global tourism may not recover until 2024” โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย (ปี พ.ศ. 2563) 39 สถิติการคาดการณ์การฟื้นตัวการท่องเที่ยวโลก จัดทําโดย องค์กำ รการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) 40 บทความ “How the Tourism Sector in Emerging Markets is Recovering from COVID - 19 ” โดย Nisachol Mekharat และ Nouhoum Traore บริษัทเงินทุนระหว่างประเทศ ) International Finance Corporation: IFC) สถาบันการเงินในเครือธนำคารโลก (World Bank) ( ปี พ . ศ . 2563) 41 แผนการฉีควัคซีนโควิด – 19 ในระยะถัดไปของประเทศไทย กรมควบคุมโรค (วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 )

37 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) มีการจัดหาวัคซีนแล้ว 63 ล้านโดสและอยู่ระหว่างการจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ประชากรไทยได้รับการฉี ด วัคซีนอย่างน้อย 1 โดสแล้วทั้งสิ้น 25,944,411 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 37 ของจํานวนประชากรไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2564 ) 42 ในขณะเดียวกัน ยอดรวมการฉี ด วัคซีนทั่วโลกอย่างน้อย 1 โดส อยู่ที่ร้อยละ 33 ของประชากรทั่วโลก จากข้อมูล ที่กล่าวมา ข้างต้นจะเห็นได้ว่า องค์กรส่วนมากคาดการณ์การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวโลก อยู่ในช่วงระยะเวลา 2 - 4 ปี และในแต่ละประเทศ รวมถึงประเทศไทยมีแผนการฉีดวัคซีนให้กับประชา ชน ภายในประเทศ เพื่อเร่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หาก วิเคราะห์สถานการณ์การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไทย ภายหลังกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคโควิด – 19 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ถึง พ.ศ. 2570 พบว่าสถานการณ์การฟื้นตัวของประเทศไทยสามารถ แบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังต่อไปนี้ รูปที่ 2 - 17 : แนวโน้มการฟื้นตัวสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 (หมายเหตุ : คาดการณ์ ณ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ภายใต้บริบทสถานการณ์ปัจจุบัน) 42 สถิติการได้รับวัคซีน โดย กรมควบคุมโรค ❖ การวิเคราะห์และคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวไทย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การฟื้นตัวทั่วโลก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ในปี 2565 – 2567 สถานการณ์การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยและทั่วโลก ทั้งนี้สถานการณ์การฟื้นตัวของไทยสามารถ แบ่งออกเป็น 3 กรณี ด้วยข้อสมมุติำนการฟื้นตัวของประเทศไทยและโลก

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 38 กรณีที่ดีที่สุด (Best Case) ตารางที่ 2 - 3 : การคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย กรณีที่ดีที่สุด (Best Case) Best Case 2566 2567 2568 2569 2570 นักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดการณ์ จํานวน นักท่องเที่ยวก่อ น สถานการณ์ โควิด – 19 43.78 46.08 48.62 51.29 54.11 อัตราการฟื้นตัวจาก สถานการณ์โควิด – 19 50% 60% 68% 72% 75% จํานวนนักท่องเที่ยวภายหลัง สถานการณ์โควิด - 19 ( ล้านคน) 21.89 27.65 33.06 36.93 40.58 รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ( ล้านล้านบาท) 1.38 1.75 2.10 2.36 2.61 นักท่องเที่ยวไทย คาดการณ์ จํานวน นักท่องเที่ยวก่อน สถานการณ์ โควิด - 19 186.75 193.75 201.50 209.56 217.95 อัตราการฟื้นตัวจาก สถานการณ์โควิด - 19 80% 95% 100% 100% 100% จํานวนนักท่องเที่ยวหลัง สถานการณ์โควิด - 19 ( ล้านคน / ครั้ง) 149.40 184.06 201.50 209.56 217.95 รายได้รวมจาก นักท่องเที่ยวไทย ( ล้านล้านบาท) 1.07 1.36 1.56 1.63 1.73 รายได้รวมทั้งหมด ( ล้านล้านบาท) 2.45 3.11 3.65 3.99 4.34 หมายเหตุ : คาดการณ์ ณ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ภายใต้บริบทสถานการณ์ปัจจุบัน ในส่วนของกรณีที่ดีที่สุด มีการ ตั้งสมมุติฐาน ดังนี้ 1) อัตราการฉีดวัคซีนป้องกัน โรคโควิด – 19 ของ ต่างประเทศครอบคลุมไม่ต่ํากว่าร้อยละ 20 ของประชากรใน 10 ประเทศหลักที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว สูงสุดแก่ประเทศไทย 2) ประเทศไทยสามารถจัดหา วัคซีนได้ตามแผน การฉีดวัคซีน และกระจายวัคซีนป้องกัน โรคโควิด – 19 อย่างทั่วถึงภายในปี พ.ศ. 256 4 และไม่เกิดการระบาดเพิ่มเติม 3) อัตราการเติบโตขอ ง ค่าใช้จ่ายต่อคนสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี และค่อย ๆ สูงขึ้น เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และ นักท่องเที่ยวที่เข้ามา เกือบทั้งหมด เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ สูง พร้อมทั้งดําเนินงานตามแผนพัฒนา การท่องเที่ยวฉบับที่ 3 ทุกประการ จากข้อสมมติฐานข้างต้น ส่งผลให้ ภายใต้กรณีที่ดีที่สุด ( Best Case) สามารถคาดการณ์ได้ว่า จํานวน นักท่องเที่ยวต่างชาติภายหลังกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในปี พ.ศ. 2566 อยู่ที่ ประมาณ 21.89 ล้านคน ในขณะที่จํานวนนักท่องเที่ยวไทยในปีเดียวกันจะมีจํานวนการท่องเที่ยวสูงกว่าอยู่ที่ 149.40 คน/ครั้ง ส่งผลให้ประเทศไทยจะได้รำยได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 2 , 449 , 850 ล้านบาท โดยในปีถัด ๆ มำ คาดการณ์ว่า อัตราการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 จะปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยอัตราการฟื้นตัว ของประเทศไทยจะกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งจะกลับสู่ภาวะปกติก่อนการฟื้นตัวของ ต่างประเทศ ทั้งนี้ ใน ปี พ.ศ. 2570 ประเทศไทยจะได้รายได้จากการท่องเที่ยวราว 4 , 333 , 478 ล้านบาท

39 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) หมายเหตุ: คาดการณ์ ณ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ภายใต้บริบทสถานการณ์ปัจจุบัน กรณีำน (Base Case) ตารางที่ 2 - 4 : การคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย กรณีฐาน (Base Case) Base Case 2566 2567 2568 2569 2570 นักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดการณ์ จํานวน นักท่องเที่ยวก่อ น สถานการณ์ โควิด - 19 43.78 46.08 48.62 51.29 54.11 อัตราการฟื้นตัวจาก สถานการณ์โควิด - 19 30% 45% 55% 60% 65% จํานวนนักท่องเที่ยวภายหลัง สถานการณ์โควิด - 19 ( ล้านคน) 13.13 20.74 26.74 30.77 35.17 รายได้รวมจาก นักท่องเที่ยวต่างชาติ ( ล้านล้านบาท) 0.82 1.31 1.69 1.96 2.25 นักท่องเที่ยวไทย คาดการณ์จํานวนนักท่องเที่ยวก่อ น สถานการณ์ โควิด - 19 186.75 193.75 201.50 209.56 217.95 อัตราการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด - 19 60% 80% 95% 100% 100% จํานวนนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด - 19 ( ล้านคน / ครั้ง) 112.05 155.00 191.43 209.56 217.95 รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวไทย ( ล้านล้านบาท) 0.76 1.06 1.34 1.49 1.58 รายได้รวมทั้งหมด ( ล้านล้านบาท) 1.58 2.37 3.03 3.45 3.83 ในส่วนของกรณีฐาน มีการ ตั้งสมม ติฐาน ดังนี้ 1) อั ตราการฉีดวัคซีนป้องกัน โรคโควิด – 19 ขอ ง ต่างประเทศครอบคลุมไม่ต่ํากว่าร้อยละ 20 ของประชากร ใน 5 ประเทศหลักที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว สูงสุดแก่ประเทศไทย 2) ประเทศไทยจัดหา วัคซีนป้องกันโควิดได้ล่าช้ากว่ากําหนดเพียงเล็กน้อยและสามารถ กระจายวัคซีนป้องกันโควิด – 19 อย่างทั่วถึงภายในกลางปี พ.ศ. 2565 รวมถึง การ ไม่เกิดการระบาดเพิ่มเติม 3) อัตราการเติบโตของค่าใช้จ่ายต่อคนทั้งนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี และค่อย ๆ สูงขึ้น เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากข้อสมมติฐานข้างต้น ส่งผลให้ ภายใต้กรณีฐาน ( Base case ) สามารถคาดการณ์ได้ว่า จํานวน นักท่องเที่ยวต่างชาติภายหลังกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในปี พ.ศ. 2566 จะมีเพียง 13.13 ล้านคน ในขณะที่จํานวนนักท่องเที่ยวไทยในปีเดียวกันจะมีจํานวนการท่องเที่ยวสูงกว่าอยู่ที่ 112.05 คน/ครั้ง ส่งผลให้ประเทศไทยจะได้ รายได้ รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,580,870 ล้านบาท โดยในปีถัด ๆ มา คาดการณ์ว่าอัตราการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 จะปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ สอดคล้องกับรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน โดยอัตราการฟื้นตัวของประเทศไทย จะกลับมาฟื้นตั วอย่างเต็มที่ในปี พ.ศ. 256 9 ทั้งนี้ ใน ปี พ.ศ. 2570 ประเทศไทยจะได้รายได้จาก การท่องเที่ยว ประมาณ 3,827,335 ล้านบาท

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 40 กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) ตารางที่ 2 - 5 : การคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) Worst Case 2566 2567 2568 2569 2570 นักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดการณ์ จํานวน นักท่องเที่ยวก่อ น สถานการณ์ โควิด - 19 43.78 46.08 48.62 51.29 54.11 อัตราการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด - 19 10% 30% 45% 50% 55% จํานวนนักท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์โควิด - 19 ( ล้านคน) 4.38 13.82 21.88 25.65 29.76 รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ( ล้าน ล้านบาท) 0.27 0.87 1.38 1.62 1.89 นักท่องเที่ยวไทย คาดการณ์ จํานวน นักท่องเที่ยวก่อ น สถานการณ์ โควิด - 19 186.75 193.75 201.50 209.56 217.95 อัตราการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด - 19 40% 65% 85% 95% 95% จํานวนนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด - 19 ( ล้านคน / ครั้ง) 74.70 125.94 171.28 199.08 207.05 รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวไทย ( ล้านล้านบาท) 0.45 0.79 1.08 1.28 1.36 รายได้รวมทั้งหมด ( ล้านล้านบาท) 0.73 1.65 2.46 2.90 3.25 หมายเหตุ : คาดการณ์ ณ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ภายใต้บริบทสถานการณ์ปัจจุบัน ในส่วนของกรณีเลวร้ายที่สุด มีการ ตั้งสมม ติฐาน ดังนี้ 1) มีการกลายพันธุ์ ของโรคระบาดโควิด – 19 รุนแรงในหลายประเทศทําให้ประสิทธิภาพของวัคซีนด้อยสภาพลง จึงต้องพัฒนาวัคซีนและเริ่มฉีดวัคซีนใหม่อีก ครั้ง โดยอัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด – 19 ของต่างประเทศครอบคลุมต่ํากว่าร้อยละ 20 ของประชากร ใน 10 ประเทศหลักที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดแก่ประเทศไทย 2) ประเทศไทยสามารถจัดหา วัคซีน ป้องกันโรคโควิด – 19 ได้ล่าช้ากว่ากําหนดค่อนข้างมาก โดยสามารถ กระจายวัคซีนป้องกันโควิด – 19 อย่า ง ทั่ วถึงภายใน กลาง ปี พ.ศ. 2565 แต่เกิดการระบาดเพิ่ มเติม 3) อัตราการเติบโตของค่าใช้จ่ายต่อคน ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ํากว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีค่อนข้างมาก และค่อย ๆ สูงขึ้นเพียง เล็กน้อย เป็นผลมาจาก สภาวะเศรษฐกิจยังคงไม่ฟื้นตัว และ นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาในประเทศไทย ส่วนมากไม่ใช่ กลุ่มนักท่องเที่ย วคุณภาพ สูง เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตาม แผนพัฒนา การท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 อย่างสิ้นเชิง จากข้อสมมติฐานข้างต้น ส่งผลให้ ภายใต้กร ณีเลวร้ายที่สุด ( Worst case ) สามารถคาดการณ์ได้ว่า จํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติภายหลังกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในปี พ.ศ. 2566 จะมีเพียง 4.38 ล้านคนเท่านั้น ในขณะที่จํานวนนักท่องเที่ยวไทยในปีเดียวกันจะมีจํานวนการท่องเที่ยวสูงกว่า อยู่ที่ 74.70 คน/ครั้ง ส่งผลให้ประเทศไทยจะไ ด้ รายได้ รวมทั้งสิ้นประมาณ 727,303 ล้านบาท โดยในปี ถัด ๆ มาได้คาดการณ์ว่าอัตราการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 จะปรับตัวดีขึ้น เรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์

41 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) การท่องเที่ยวไทยจะฟื้ นตัวได้สูงสุดร้อยละ 95 เท่านั้นในปี พ.ศ. 2569 และ พ.ศ. 2570 ในขณะที่การฟื้นตัว ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ในปีเดียวกัน ทําให้ประเทศไทยได้รายได้จากการท่องเที่ยว 2 , 903 , 983 ล้านบาทและ 3 , 252 , 854 ล้านบาท ตามลําดับ ทั้งนี้ ข้ อสันนิษฐานข้างต้นจะมีความเปลี่ยนแปลงไปขึ้นอยู่กับ สถานการณ์และ ปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถ ส่ งผลต่ อการท่ องเที ่ ยว ยกตั วอย่ำงเช่ น 1) ประเทศไทยมี การยกระดั บมาตรฐานความปลอดภัย ความสะอาด และสุขอนามัย โดยประเทศไทยได้ออกมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว ( Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA ) เพื่อทําให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ ด้านสุขอนามัยในการท่องเที่ ยวในประเทศไทย และ 2) ประเทศไทยมีนโยบายกระตุ้ นการท่องเที่ ยว ภายในประเทศที่ มีประสิทธิภาพ ทั้ งในส่วนของมาตรการการช่วยเหลือผู้ ประกอบการและ กระตุ้น การท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่น การ ขยายระยะ เวลายื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล มาตรการชดเชยรายได้ให้กับ มัคคุเทศก์ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ําสําหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว การแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของ ประชาชนผ่านโครงการ “คนละครึ่ง” การแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวผ่านโครงการ “เราเที่ยว ด้วยกัน” เป็นต้น และ 3) การวางแผนและเตรียมการ เปิดประเทศ เป็นต้น ประเทศเป้าหมายที่สําคัญหลังการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 กลุ่มประเทศที่ประเทศไทยควรให้ความสําคัญในด้านการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรกภายหลังจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ พิจารณาจาก ค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว การเดินทางมา ซ้ําของ นักท่องเที่ยว (Revisit) และการคาดการณ์การฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดขอ ง โรคโควิด – 19 ของประเทศดังกล่าว โดยพบว่า ประเทศมีค่าใช้จ่ายต่อการเดินทางสูง มีอัตรา การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน ประเทศไทยซ้ํา ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเป้าหมาย และควรให้ความสําคัญเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่ ส หรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศออสเตรเลีย สหพันธรัฐรัสเซีย และประเทศญี่ปุ่น ตารางที่ 2 - 6 : ประเทศที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทยสูงสุด ปี พ.ศ. 256 2 ลําดับ ประเทศ ค่าใช้จ่ายต่อหัว ( บาท / วัน / คน ) 1) สหราชอาณาจักร 8,249 2) ประเทศออสเตรเลีย 7,752 3) สหพันธรัฐรัสเซีย 7,499 4) สหรัฐอเมริกา 7,301 5) ประเทศญี่ปุ่น 5,665 6) สาธารณรัฐประชาชนจีน 5,154 7) ประเทศอินเดีย 4,408 8) สาธารณรัฐเกาหลี 4,332 9) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 3,375 10) ประเทศมาเลเซีย 2,715

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 42 ตารางที่ 2 - 7 : ประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยซ้ําสูงสุด ปี พ.ศ. 256 2 ลําดับ ประเทศ จํานวนนักท่องเที่ยวเดินทาง ้ ํา ( ร้อยละ ) 1) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 9 6 . 16 2) ประเทศญี่ปุ่น 77.19 3) ประเทศออสเตรเลีย 7 3.62 4) ประเทศมาเลเซีย 72.26 5) สหราชอาณาจักร 7 0.90 6) ประเทศเยอรมนี 68.12 7) สหพันธรัฐรัสเซีย 65.89 8) สหรัฐอเมริกา 63.98 9) ประเทศอินเดีย 59.70 10) สาธารณรัฐประชาชนจีน 49.10 ตารางที่ 2 - 8 : ระยะเวลาการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 ลําดับ ประเทศ ระยะเวลาการฉีดวัค ี นป้องกันโรคโควิด - 19 ( ปี ) 1) ประเทศอินเดีย 5 2) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2 3) สหพันธรัฐรัสเซีย 1.5 4) ประเทศญี่ปุ่น 1.5 5) ประเทศมาเลเซีย 1.5 6) ประเทศออสเตรเลีย 1 7) สาธารณรัฐเกาหลี 1 8) สาธารณรัฐประชาชนจีน 1 9) สหราชอาณาจักร 0.5 10) สหรัฐอเมริกา 0.5 ( หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันที่ 19 พฤ ษ ภาคม 2564 ที่มา: The Economist Intelligence Unit ) 1.4 โครงสร้างประชากรโลกและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป จากข้อมูลประชากรโลกของสหประชาชาติ (United Nations) 43 แสดงให้เห็นแนวโน้มของจํานวน ประชากรโลกที่มีจํานวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไปที่มี อัตราการเติบโตเร็วที่สุดจนกลายเป็น “ สังคมผู้สูงอายุ ” ซึ่งเป็นกลุ่ม Baby Boomers ผู้เกิดภายหลังสงครามโลก ครั้ งที่ 2 หรือระห ว่างปี พ . ศ . 2489 – 2507 จากการสํารวจของ TripAdvisor.com และ Virtuoso 44 43 สถิติประชากรโลกของสหประชาชาติ ( ปี พ.ศ. 2523 – 2603) 44 การวิเคราะห์รูปแบบการท่องเที่ยวของกลุ่มประชากรที่แตกต่างกัน ของ Tripadvisor และ Virtuoso ( ปี พ.ศ. 2560 )

43 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ชื่นชอบรูปแบบการท่องเที่ยวที่แตกต่างจากกลุ่ม Generation X และกลุ่ม Millennials เป็น อย่างมาก โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้สูงอายุมักมีลักษณะในการท่องเที่ยวต่าง ๆ ดังนี้ • ผู้ สูงอายุจะมีงบประมาณการใช้จ่ายในการท่องเที่ ยวมากกว่ากลุ่ ม Generation X และ กลุ่ม Millennials ถึง 1.5 เท่า • มีแนวโน้มในการท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจสูงที่สุด • มีความสนใจในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น • การตัดสินใจท่องเที่ยวไม่ได้รับอิทธิพลจากราคาเที่ยวบินหรือข้อเสนอราคาพิเศษมากนัก • พึ่งพาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อดั้งเดิมเป็นหลัก รูปที่ 2 - 18 : จํานวนประชากรโลกแบ่งตามช่วงอายุ ผลงานวิจัยจากการวิเคราะห์ข้อมูลของ TripAdvisor และ Virtuoso 45 พบว่า ระหว่าง 3 กลุ่ม นักท่องเที่ยว 1) Baby Boomers อายุ 51 ปีขึ้นไป 2) Generation X อายุ 36 ปีขึ้นไป และ 3) Millennials อายุ 17 ปีขึ้นไป กลุ่มนักท่องเที่ยวสูงอายุเป็นกลุ่มที่แสดงถึงโอกาสทางธุรกิจที่หลากหลาย เนื่องจากเป็น กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ให้ความสําคัญกับคุณภาพในการท่องเที่ยว เดินทางท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาล มีเวลา พํานักต่อการเดินทางที่ยาวนานประมาณ 15 วัน ถึง 1 เดือน มองหาความสะดวกสบายและความปลอดภัย ระหว่างการเดินทาง ซึ่งส่งผลให้ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วย จากผลการสํารวจแนวโน้มการท่องเที่ยว ประจําปีของ AARP Research 46 ( พ . ศ . 2564) พบผลสํารวจว่า ยังมีกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังไม่ยกเลิกความตั้งใจ ที่ จะไปท่องเที่ ยวแล ะต้องการที่ จะไปท่องเที่ ยวในโลกกว้าง ร้อยละ 54 วางแผนที่ จะท่องเที่ ยวในปี พ . ศ . 2564 และ ร้อยละ 13 ของกลุ่มผู้สูงอายุวางแผนท่องเที่ยวทางทะเลด้วยเรือสําราญ 45 รายงานการวิเคราะห์ข้อมูลจาก TripAdvisor และ Virtuoso โดย EIC 46 รายงานคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยว 2021 ของ AARP Research (2021 )ำนวนปร ำกรโลก ่ งำ ่ วงอาย 0 2 4 6 8 10 12 19 199 1 นลำน น ่ำกว่า ปี 1 ปี 1 ปี ปี ปี จำนวนและการคาดการณ์ประชากรโลก แบ่งตามช่วงอายุ ตั้งแต่ปี พ ศ 2523 - 2603 1 2 10 8 6 4 2 0 252 3 2533 2543 2553 2563 2573 2583 2593 2603 ต่ำกว่า 5 ปี 5 - 14 ปี 15 - 24 ปี 25 - 64 ปี 65 + ปี

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 44 ตารางที่ 2 - 9 : พฤติกรรมการท่องเที่ยวของประชากรในแต่ละช่วงอายุ Baby Boomers ( อายุ 51 ปีข ้นไป ) Generation X ( อายุ 36 ปีข ้นไป ) Millennials ( อายุ 17 ปีข ้นไป ) การใช้จ่ายในการท่องเที่ยว (USD) 8,736 5,700 2,915 รูปแบบการท่องเที่ยว ให้ความสําคัญกับการพักผ่อนหย่อนใจ 82% 79% 77% การจองบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 84% 82% 90% การเปรียบเทียบตัวเลือกทางออนไลน์ 72% 71% 80% ป จจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว สังคมและวัฒนธรรม 52% 46% 46% คําแนะนําจากเพื่อน 22% 28% 36% ราคาค่าตั๋วเครื่องบินถูก 13% 21% 36% ข้อเสนอแพ็คเกจที่พักราคาถูกพิเศษ 22% 23% 18% ความเฉพาะเจาะจงของที่พัก 20% 18% 11% สื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ภาพยนตร์ 5% 10% 18% โทรทัศน์ 11% 19% 22% สื่อสิ่งพิมพ์ 15% 17% 15% แหล่งที่มา : EIC analysis based on data from TripAdvisor and Virtuoso กลุ่ม ประชากรชาว Generation X ( เกิดระหว่าง ปี พ . ศ . 2508 – 2523) หรือประชาชนที่มีอายุ ประมาณ 36 ปีขึ้นไป จากการศึกษารายงานเจาะเทรนด์โลก 2021 โดย ศูนย์สร้างสรรค์ ( TCDC ) 47 พบว่า เป็นกลุ่มที่ชอบ หา งานอดิเรก (Hobbies) ที่ แปลกใหม่ให้ตนเองอยู่เสมอ โดยไม่ได้คํานึงว่ากิจกรรมเหล่านั้นคือ สิ่งที่ทําในยามว่าง แต่กลับมองว่าเป็นการให้เวลากับตัวเอง ร้อยละ 57 ที่ให้ความสําคัญกับเรื่องโภชนาการ ทางอาหาร การออกกําลังกาย และ ปั่นจักรยานทัวร์นาเมนต์ ตัวอย่ำงของ การท่องเที่ยว สําหรับ กลุ่มประชากร นี้ ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure tourism) การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport tourism ) เป็นต้น สําหรับกลุ่ม ประชากรชาว Millennial หรือ Generatio n Y ( เกิดระหว่างปี พ . ศ . 2524 – 2539) จากรายงานเจาะเทรนด์โลก 2021 ของ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ( TCDC ) พบว่า ร้อยละ 73 ใช้สื่อสังคม ออนไลน์หลากหลาย เช่น อินสตาแกรม สแนปแชท ติ๊กตอก เป็นต้น จึงส่งผลให้มีโอกาสทางธุรกิจขึ้นเกิดเป็น ธุรกิจประเภท Direct - to - Consumer และ ร้อยละ 77 มักจะซื้อเครื่องดื่มและโพส ต์ ลงโซเชียลทุก ๆ สัปดาห์ ส่งผลต่อรายได้การเติบโตของร้านกาแฟ ร้านชานมไข่มุก และร้านอาหาร ที่กําลังเป็นที่นิยม ณ ขณะนั้น ซึ่งเป็น โอกาสสําหรับธุรกิจ บริการ ท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy) หรือการท่องเที่ยวแบบ เนิ บช้า ( Slow Travel ) ที่ไม่พึ่งพามัคคุเทศก์ เป็นต้น สําหรับประชากรชาว Generation Z ( เกิดระหว่างปี พ . ศ . 2540 – 2555) เป็นกลุ่มคนที่เกิดมากับ โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง เติบโตมาพร้อมกับความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา รายงานเจาะแนวโน้มโลก 2021 ของ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) 48 48 กล่าวว่าร้อยละ 33 ใช้เวลามากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันในโลก 47 รายงานเจาะเทรนด์โลก 2021 โดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center) 48 รายงานเจาะเทรนด์โลก 2021 โดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center)

45 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ออนไลน์ อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้ ชอบท่องเที่ยวเพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับคน ในชุมชน เช่น การทํากิจกรรม Workshop การทํางานฝีมือการทํากิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน เป็นต้น คนกลุ่มนี้ไม่สนใจสินค้าหรือ โฆษณา จาก ผู้มีอิทธิพล (Influencers) แต่จะติดตามบุคคลที่มีลักษณะคล้าย หรือ มีความสนใจเรื่องเดียวกัน รูปแบบการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล การทําการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากในปัจจุบันนักท่องเที่ยว มีการเปลี่ยนแปลงในด้านของโครงสร้างกลุ่มนักท่องเที่ยว ตลอดจนมีการเปลี่ยนแปลงของพฤติ กรรมและ ความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว (Tourism marketing technique must adapt to a digital era) จากการวิเคราะห์โครงสร้างประชากรข้างต้น รวมถึงการวิจัยของ ธนาคาร กรุงศรี พ . ศ . 2564 49 แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันมีประชากรในประเทศไทยอาศัยอยู่ร่วมกันมาก และแต่ละกลุ่มประชากรมีลักษณะ พฤติกรรม และ ความชอบในด้านการท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การสื่อสารการตลาดต้องปรับตัว รูปที่ 2 - 19 : รูปแบบการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากรที่หลากหลาย • การตลาดหลากหลายช่องทางอย่างไร้รอยต่อ (Omnichannel Marketing) ซึ่งเป็น การติดต่อ สื่อสารกับนักท่องเที่ยวเป้าหมายในหลากหลายช่องทางที่เชื่อมโยงช่องทางต่าง ๆ รวมเป็นหนึ่งเดียว โดยผสมผสานช่องทางการสื่อสารทั้งแบบออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) เข้าด้วยกัน • การตลาดผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ และสร้างเนื้อหาให้เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม ( Social Media Marketing) จากการศึกษาสถิติผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยปี พ . ศ . 2564 พบผู้ใช้งานมากถึง 55 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 78.7 ของจํานวนประชากร ทั้งประเทศ ซึ่งถือว่า เป็นจํานวนที่ค่อนข้างมาก รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์แต่ละที่จะมี การแสดงผลและการใช้งาน ที่แตกต่างกัน ดังนั้น การสร้างสรรค์และนําเสนอเนื้อหาจึงจําเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ของ แต่ละแพลตฟอร์ม • การสื่อสารการตลาดอย่างตรงใจนักท่องเที่ยวด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Personalized Marketing by Big Data Analysis) เนื่ องจากการที่ จะทราบได้ถึ ง ความต้องการที่ แท้จริ งของ นักท่องเที่ยวแต่ละคนนั้น จําเป็นที่จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลจํานวนมหาศาลของนักท่องเที่ยว 49 รายงานเรื่องธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมหลัง COVID – 19 ของ Research Intelligence, Krungsri Research ( พ . ศ . 2564) การตลาดต้องปรับตัวให้ทันสมัย (Marketing New Version) ป จจุบันโครงสร้างประชากรค่อนข้างหลากหลาย รวมถงแต่ละกลุ่มคนยังมีความแตกต่างกัน ทางพฤติกรรมและความต้องการทางการท่องเที่ยว วิธีการทำการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะสมกับยุคปจจุบัน การทำการตลาดทุกช่องทางอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ทุก กลุ่ม ทุกที่ และทุกเวลา (Omnichannel Marketing) จากสถิติผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยปี พ . ศ . 2564 พบ 55 ล้านคน ( 78.7 %) จึงควรการทำการตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Marketing) การตลาดผ่านการสร้างเนื้อหาด้วยตัวผู้ใช้เอง (User Generated Content: UGC) ซึ่งจะมีผลต่อนักท่องเที่ยวมากกว่าการตลาดผ่านช่องทางอื่น ๆ การตลาดผ่านผู้มีอิทธิพล (Influencers) จะส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว มากกว่ารูปแบบการตลาดแบบดั้งเดิม เนื่องจากเป็นบุคคลที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ การสื่อสารการตลาดอย่างตรงใจนักท่องเที่ยวในทุก ๆ รายละเอียด (Personalized Marketing) ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เชิงลึก (Big Data Analysis) การตลาดผ่านช่องทางที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การตลาดสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านภาพยนตร์ เป็นต้น

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 46 เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งวิเคราะห์เพื่อนําผลลัพธ์มาปรับปรุงประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวและสร้าง ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งผ่านการตลาดที่ตรงใจ • การตลาดผ่านการสร้างเนื้อหาด้วยตัวผู้ใช้เอง (User Generated Cont ent : UGC) การสร้าง ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวนั้นสร้างเนื้อหา และเผยแพร่ผ่านช่องทางของตนเอง จะเป็นการสื่อสารการตลาดที่เกิดจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ของนักท่องเที่ ยวตลอดจนทําให้สามารถดึงดู ดความสนใจของกลุ่ มเป้าหมายที่ ใกล้ชิดกับ นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้น ๆ ได้มากยิ่งขึ้น • การสื่อสารการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพล (Influencers) เนื่องจากผู้มีอิทธิพลเป็นบุคคลที่มีผู้ติดตาม ค่อนข้างมาก และได้รับความเชื่อถือจากผู้ติ ด ตำมเหล่านั้น ดังนั้นการตลาดผ่าน ผู้มีอิทธิ พล จึงสามารถส่งผลต่ อ การตัดสินใจของนักท่องเที่ยวคนอื่น ที่ติดตามผู้มีอิทธิพลนั้น ๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ • การตลาดผ่านช่องทางที่ เป็นที่ ได้รับความสนใจจากชีวิตประจําวัน เนื่ องจากประชาชน มีพฤติกรรมในการ ชม ภาพยนตร์อยู่เป็นประจําเพื่อความบันเทิง หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ขอ ง แต่ ละคน อย่างไรก็ตามการสื่อสารการตลาดสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ผ่านละคร หรือภาพยนตร์ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสําหรับการตลาดในปัจจุบัน 1.5 รูปแบบและประเภทการท่องเที่ยวศักยภาพสูงของไทย พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เปลี่ยนไปจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 รวมทั้ง แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญของโลก (Mega Trend) ความพร้อม ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ทั้งในด้านของแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว ความยั่งยืนของทรัพยากร และวัฒนธรรม และโครงสร้างพื้ นฐานต่าง ๆ พบว่ามีประเภทการท่องเที่ ยว ที่ ประเทศไทยมีศักยภาพ 7 ประเภท ได้แก่ 1) การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม (Creative Tourism) 2) การท่องเที่ยว เชิงธุรกิจ (MICE) 3) การท่องเที่ยวเชิง กีฬา (Sport Tourism) 4) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และ แพทย์แผนไทย (Me dical and Wellness Tourism) 5 ) การท่องเที่ยว สําราญทางน้ํา ( Coastal Maritime and River Tourism 6) การท่องเที่ยวเชื่อมโยงอนุภูมิภาค ชุมชน และนานาชาติ ( Connectivity Tourism) และ 7) การท่องเที่ยวอย่าง มีความรับผิดชอบ ( Responsible Tourism) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม (Creative Tourism) การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมเป็นรูปแบบของกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการใช้ องค์ความรู้และนวัตกรรมในการสร้างสรรค์คุณค่าสินค้าและบริการการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ แก่นักท่องเที่ยวจากแหล่งท่องเที่ยวที่มีความเกี่ยวข้องกับวัตถุสิ่งของ ภูมิปัญญา จิตวิญญาณ และประวัติศาสตร์ หรือผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมทั้งที่จับต้องได้ ( Tangible Culture ) และที่จับต้องไม่ได้ ( Intangible Culture ) ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเชิงสร้า ง สรรค์ เป็นประเภทการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีศักยภาพควรได้รับการสนับสนุน เป็นอย่างมาก เนื่องด้วย 1) ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นมาในอดีตจํานวนมาก เช่น วัด โบราณสถาน เป็นต้น สอดคล้องกับ ความต้อง การ ของนักท่องเที่ยวทั้งชำวไทย และชาวต่างชาติใน การท่องเที่ยว เชิง วัฒนธรรม ในประเทศไทย จากสถิติการศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย จัดทําโดย การท่องเที่ ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) ในปี 2562 50 พบว่า นักท่องเที่ ยวไทยเลือกที่ จะท่องเที่ ยว เพื่อสักการะศาสนสถานและมีความต้องการท่องเที่ยวเพื่อศึกษาพื้นที่สําคัญทางประวัติศาสตร์ ศึกษาวิถีชีวิต 50 รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสํารวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย ( ปี พ.ศ. 2562 )

47 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) วัฒนธรรมตามชุมชนในระดับสูง โดยมากกว่าครึ่งของนักท่องเที่ยวไทยเลือกที่จะท่องเที่ยวทางศาสนา รองลงมาคือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ร้อยละ 38.6 ในทํานองเดียวกัน จากการศึกษาสถิติสัดส่วนของ นักท่องเที่ยวต่างชาติในปี พ.ศ. 2562 พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณร้อยละ 55.16 51 เลือกที่จะ ชื่นชม สถานที่ทางประวัติศาสตร์ โดยครอบคลุมไปถึงกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเข้าวัด พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น ตลอดจนการ รับประทานอาหา รไทย หรือเรียนทําอาหารไทยและท่องเที่ยวงานเทศกาล ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ ถูกจัดอยู่ใน ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมทั้งสิ้น 2) ประเทศไทยมีต้นทุนด้านสถานที่ท่องเที่ยวและ ความพร้อมของชุมชนในการนําเสนอกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดย ประเทศไทยมี ความโด ด เด่นของโขนไทย (Khon, masked dance drama in Thailand) ที่ถูกจัดเป็นมรดกวัฒนธรรมอันจับ ต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) โดยองค์กำ ร UNESCO นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ จดทะเบียนเป็นมรดกโลกหลายที่ กระจายตามจังหวัดของประเทศไทยซึ่งส่วนมากเป็นเมืองโบราณสถาน ยกตัวอย่างเช่น อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ กําแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีการพึ่งพาแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นโบราณสถานหรือแหล่งท่องเที่ยว ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมหรือศิลปะโบราณอยู่มาก โดยแหล่งท่องเที่ยวหรือศิลปะและวัฒนธรรมที่ถูกสร้าง ขึ้นมาเป็นเวลานานอาจทรุดโทรมลงได้ตามกาลเวลา ถึงแม้ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของนักท่องเที่ยวที่ฝักใฝ่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโบราณ แต่ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจํานวนมากมี ความสนใจในศิลปวัฒนธรรมสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น เช่น สตรีทอาร์ท (Street Art) โรงละคร ศิลปะร่วมสมัย เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวรูปแ บบดังกล่าวจํานวนน้อย และกระจุกตัวอยู่ ในพื้ นที่ กรุงเทพมหานคร และเมืองท่องเที่ยวสําคัญบางเมืองเท่านั้น การพัฒนาและสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และศิลปวัฒนธรรมสมัยใหม่ และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่องเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับวัฒนธรรมเดิม จะช่วยเพิ่มความห ลากหลายและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กระจายออกไปต่างเมืองได้มากขึ้น การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (MICE) การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (MICE) หมายถึง การท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจการจัด การประชุมขององค์กร ( Meeting) การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ( Incentive) การจัดการประชุมนานาชาติ ( Conventions) และการจัดการแสดงสินค้าและนิทรรศการ ( Exhibitions) ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจจัดเป็น ประเภทการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีศักยภาพ สืบเนื่องมาจาก ความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยว เชิ งธุรกิจที่เดินทางมายังประเทศไทยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ในปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับ นักเดินทางกลุ่มไมซ์ทั้งจากต่างประเทศและนักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่เดินทางในประเทศรวมทั้งสิ้น 30 , 885 , 994 คน สร้างรายได้ให้ประเ ทศไทยรวมกว่า 201 , 017 ล้านบาท ทํา ให้ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ 550 , 160 ล้านบาท มีสัดส่วน GDP หรือมูลค่าผลกระทบในด้านมูลค่าเพิ่มของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 3.27 โดยมี นักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศทั้งสิ้น 1 , 273 , 981 คน ก่อให้เกิดรายได้ 93 , 971 ล้านบาท 52 ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยมีจุดแข็งในการรองรับนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจและการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ในด้านความได้เปรียบจากการที่มีสาธารณูปโภคและสถานที่จัดกิจกรรมไมซ์ที่มีมาตรฐาน ความพร้อมและ จุดเด่นที่แตกต่างกันไปในแ ต่ละภาค อาทิ ภาคกลางมีความพร้อมในทุกกลุ่มงานและมีบุคลากรและสถานที่ 51 รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสํารวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย ( ปี พ.ศ. 2562 ) 52 รายงานประจําปี 2563 ของสํานักวานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 48 จัดงานที่พร้อมรองรับงานไมซ์ในทุกรูปแบบ ภาคเหนือโดดเด่นและมีชื่อเสียงด้านวิถีชีวิตล้านนา รวมถึงธุรกิจ ด้านสุขภาพ การเกษตร และหัตถกรรม ภาคอีสานจะโดดเด่นด้านเทคโนโลยีการเกษตร มีภูมิปัญญาผ้าไหม หลากหลายชนิดที่สามารถนํามาเล่าเรื่อง ภาคตะวันออกที่สามารถเน้นเรื่องการพัฒนาพื้นที่ EEC เป็นหลัก เช่น ธุรกิจเพาะปลูกผลไม้ และธุรกิจพลอยที่น่าสนใจ และภาคใต้นอกจากความโดดเด่นเรื่องทะเล ยังคงมี การเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซียเช่นกัน ประกอบ กับประเทศไทยมีสถานที่ ที่เอื้ออํานวยต่อการจัดกิจกรรมไมซ์ เช่น แหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีจุดเด่นมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านความคุ้มค่า (Value for Money) ความสามารถในการแข่ง ขันด้านราคา และภาพลักษณ์และชื่อเสียงด้านการบริการ รูปที่ 2 - 20 : อัตราการเติบโตของการใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจทั่วโลก การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ( Sport Tourism) การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ประกอบไปด้วย 3 ประเภท ได้แก่ 1) การท่องเที่ยวงานหรือมหกรรมกีฬา (Sport Event Tourism) ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะเฉพาะ 2) การท่องเที่ยวเพื่อเล่นกีฬา (Active Sport Tourism) การเข้ำร่ วมกิ จกรรมที ่ มี การเล่ นกี ฬาหรื อเพื ่ อเข้ำร่ วมแข่ งขั นกี ฬา 3) การท่ องเที ่ ยวเชิ งกี ฬา เพื่อ ความทรงจํา (Nostalgia Sport Tourism) คือการเดินทางไปยังสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาที่มีชื่อเสียง และการเข้าค่ายกีฬากับนักกีฬาที่มีชื่อเสียง ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเ ชิงกีฬาของประเทศไทย เป็นการท่องเที่ยว ที่น่าสนใจและมีศักยภาพ เนื่องจากสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจํานวนมากและช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ การท่องเที่ยว โดยบริษัทวิจัยการตลาด Technavio คาดว่าการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของโลก จะมีมูลค่า 5.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี พ .ศ. 2564 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 32 ต่อปี ในขณะที่การบริโภคเพื่อการท่องเที่ยว เชิงกีฬาของไทย ในปี พ.ศ. 2560 มีมูลค่า 157,606 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2561 มีมูลค่าเป็น 177,550 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.65 อีกทั้ง ประเทศไทยมีกีฬามวยไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ และกีฬาอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมสําหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น กีฬากอล์ฟ และกีฬาดําน้ํา เป็นต้น จากการศึกษา สถิติที่จัดทําโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) พบว่า มวยไทยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับ 4.6 7.4 2.3 2.9 2.4 3.7 3.6 3.9 3.9 2.6 0 1 2 3 4 5 6 7 8 อัตราการเติบโตของการใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเชิง ธุรกิจทั่วโลก ระหว่างปี พ ศ 2553 ถึง ปี พ ศ 2562 ร้อยละของการเปลี่ยนแปลง

49 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประ เทศไทย ในปี พ.ศ. 2561 สูงถึง 100,000 ล้านบาท 53 หรือคิดเป็นร้อยละ 5 จากรายได้การท่องเที่ยว ทั้งหมด อีกทั้งสามารถสร้างกําไรจากการขายของที่ระลึกที่เกี่ยวข้องแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ประเทศไทยยังคงมีความพร้อมด้านมีศูนย์การฝึกซ้อมกีฬาและสนามกีฬา โดยประเทศไทย มีสนามกีฬาที่มีความจุมากกว่า 5,000 ที่นั่ง มากถึง 69 สนาม อีกทั้งมีต้นแบบเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา เช่น บุรีรัมย์ ซึ่ง คว้าแชมป์ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกถึง 6 สมัย ยอดนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – พ.ศ. 2558 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย (Medical and Wellness Tourism) การท่ องเที ่ ยวเชิ งสุ ขภาพ ความงาม และแพทย์ แผนไทยสามารถแบ่ งออกเป็ น 2 แบบ คือ 1) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) โดยกิจกรรมในการท่องเที่ยวลักษณะนี้ประกอบไปด้วย การตรวจร่างกาย การทําทันตกรรม เสริมความงาม การแปลงเพศ เป็นต้น และ 2) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Tourism) ประกอบ ไปด้วยการทํากิจกรรมสุขภาพทางวัฒนธรรม การปรับสมดุลของอาหาร ปรับสภาพจิตใจ เช่ น กิจกรรมการนวด การทําสปา อาบน้ําแร่หรือน้ําพุร้อน ฝึกปฏิบัติสมาธิ และการใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และ แพทย์แผนไทย เป็นประเภทการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีศักยภาพการให้บริการในคุณภาพสูง เนื่องด้วย 1) ประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ได้การรับรองมาตรฐาน JCI 69 โรงพยาบาล เป็นอันดับที่ 4 ของโลก 54 และ อันดับที่ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2) การนวดแผนไทยซึ่งได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก 3) การ ท่องเที่ยว เชิง การแพทย์ของประเทศไทยติดอันดับ 6 ของโลกที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย คิดเป็นร้อยละ 38 55 4) อุตสาหกรรมการท่องเที่ ยวเชิงสุขภาพเป็นรูปแบบการท่องเที่ ยวที่ สามารถ ทํารายได้สูงเทียบกับรูปแบบการท่องเที่ยวอื่น ๆ โดยใน ปี พ.ศ. 2561 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของ ประเทศไทยติดอันดับ 13 ของโลกและสร้างรายได้มากกว่า 9.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 56 นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สุขภาพ และความงามยังคงเป็นรูปแบบการท่องเที่ยว ที่ สามารถสอดรับกับแนวโน้มความต้องการของนักท่องเที่ ยวไทยและนักท่องเที่ ยวต่างชาติที่ สนใจ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทยสูงขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการเข้าสู่สังคมสูงวัย ในหลา ย ๆ ประเทศ รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่มีการพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งความรู้ทางการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือทางการแพทย์รูปแบบใหม่ ๆ ที่ทําให้ประชากรทั่วโลก มีอายุขัยเพิ่มขึ้นและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวใส่ใจ สุขภาพตนเองมากยิ่งขึ้น 57 จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยจะสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (Health Teach หรือ Digital Health) ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญอย่างยิ่งในการขั บเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรที่สามารถเพิ่มช่องทางการสื่อสาร ระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ และสามารถสร้างความไว้วางใจกับผู้ใช้บริการได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนา มาตรฐานการผลิต / การบริการ โครงสร้างพื้ นฐาน สิ่ งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ และความเชี่ ยวชาญ 53 รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสํารวจข้อมูลเพื่อการศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเชิงลึก ( ปี พ.ศ. 2562) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 54 บทความ “ ประเทศที่มีโรงพยาบาลได้การรับรองมาตรฐาน JCI มากที่สุดในโลก โดย Health Me Now ปี พ . ศ . 2562 55 รายงาน “Healthcare Research Center: IHRC” ปี พ.ศ. 2561 56 สถิติจาก Global Wellness Institute ปี พ.ศ. 2561 57 รายงาน “ ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมหลัง Covid - 19 ” โดย วิจัยกรุงศรี ( พ.ศ. 2564)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 50 ใน การรักษาโ รคเฉพาะทางที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย และกาตาร์ที่ต่างมีนโยบายผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพเช่นกัน 58 การท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา (Coastal Maritime and River Tourism) การท่องเที่ ยวสําราญทางน้ํา เป็นรูปแบบหนึ่ งของการท่องเที่ ยวที่ ใช้เส้นทางน้ําเป็นสื่ อกลาง ใน การท่องเที่ ยว ซึ่ งรวมไปถึงการทํากิจกรรมทางน้ํา ทั้ งนี้ การท่องเที่ ยวสําราญทางน้ําเป็นประเภท การท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เนื่องจาก ประเทศไทยมี สถานที่และ แหล่งท่องเที่ยวในการรองรับ นักท่องเที่ยวที่สนใจด้านการท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา เช่น เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง อีกทั้ง มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมทางน้ําที่ หลากหลาย อาทิ การดําน้ําทั้ งน้ําตื้ นและน้ําลึก เวคบอร์ด ( Wakeboard) เจ็ ต สกี ( Jet ski) และ ล่องแก่ ง ( Rafting) เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยมีธุรกิจการเดินทาง ท่องเที่ยวทางน้ํา ทั้งทางทะเล เลียบชายฝั่ง และลุ่มแม่น้ําต่าง ๆ ที่มีความโดดเด่นและมีคุณภาพสูงจํานวนมาก สอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวด้วยเรือสําราญโลกที่กําลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจํานวนผู้โดยสารเรือสําราญในช่วง 5 ปีหลัง สูงขึ้นทุกปีคิดเป็นร้อยละ 30 ตลอดช่วงเวลาระหว่างปี พ.ศ. 2558 มีจํานวนนักท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา 23.06 ล้านคน และในปี พ.ศ. 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยว 3 ประเทศแรกที่นิยมล่องเรือสํารา ญ 1) ชาวอเมริกัน 2) ชาว จีน และ 3) ชาวเยอรมัน ในส่วนของ อัตราการเติบโตของจํานวนนักท่องเที่ยวสําราญทางน้ําของประเทศไทย จากการศึกษาสถิติจํานวนนักท่องเที่ยว เรือสําราญ โดยสมาคมเรือสําราญระหว่างประเทศ ( Cruise Lines International Association : CLIA) พบว่า อัตราการเติบโต ( CAGR) การใช้บริการเรือสําราญในไทยในช่วง พ.ศ. 2557 – 2562 สูงขึ้นถึงร้อยละ 13 ในขณะที่เอเชียมีการเติบโตที่ร้อยละ 14 และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร้อยละ 7 ทั้งนี้ TripBarometer Travel Trends คาดการณ์ว่าทวีปเอเชียจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา โดยภูเก็ต เกาะสมุย และแหลมฉบัง จะเป็นที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ทําให้นักท่องเที่ยวมีความกังวล เรื่องความสะอาด และความปลอดภัย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา ดังนั้น สมาคม เรือ สําราญระหว่างประเทศ ( Cruise Lines International Association : CLIA) จึงได้ประกาศมาตรการ คัดกรอง ผู้โดยสารและลูกเรือหรือ ‘ โปรโตคอล ’ อย่างเป็นทางการ เพื่อให้สมาชิกเรือสําราญในกลุ่ม CLIA ที่คิดเป็นร้ อยล ะ 90 ของเรือสําราญทั่วโลกนําไปปฏิบัติสร้างความมั่นใจให้กับนักเดินทางมากยิ่งขึ้น การ ท่องเที่ยวเชื่อมโยงอนุภูมิภาค ชุมชน และนานาชาติ ( Connectivity Tourism) การส่งเสริม การ ท่องเที่ยวเชื่อมโยงอนุภูมิภาค ชุมชน และนานาชาติ ของประเทศไทย เป็นการส่งเสริมให้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคอาเซียน โดยใช้ประโยชน์จากที่ตั้ง ทางภูมิศาสตร์ และแผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ํา และ ทางอากาศ ตลอดจนความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีกับประ เท ศ เพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเส้นทาง การท่องเที่ยวภายในประเทศอนุภูมิภาค และอาเซียนเข้าด้วยกันบนพื้นฐานอัตลักษณ์เดียวกัน อีกทั้งยังส่งผล ให้เกิดการกระจายความเจริญอย่างครอบคลุม ตลอดจนเกิดการเผยแพร่วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทย ไปสู่สายตาประชากรโลกในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาการท่องเที่ยวของแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการท่องเที่ยว โดยมีแนวทางการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศ ในภูมิภาค โดยใ ช้ประโยชน์จากโครงข่ายคมนาคมที่มีในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นใหม่ตามแผนพัฒนา ในอนาคต 58 รายงาน “Thailand’s MICE Industry Report” จัดทําโดย สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุม

51 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) การอํานวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศ โดยการพัฒนาและยกระดับพิธี ผ่านแดนของ การเดินทาง ในทุกรูปแบบอย่างไร้รอยต่อ การปรับปรุงและแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อ การเดินทางข้าม แดน ของ นักท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ความรู้ เผยแพร่ข้อมูล และอํานวยความสะดวกในการเดินทาง แก่ นักท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศร่วมกันให้สอดรับกับทิศทางและแนวโน้ม ของตลาดยุคใหม่โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้สอดรับกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ การท่องเที่ยว อย่าง มีความรับผิดชอบ ( Responsible Tourism) การท่องเที่ยว อย่าง มีความรับผิดชอบ เป็นการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้น การเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ทําลายสังคม และสิ่งแวดล้อม แต่ยังคง สร้างประโยชน์ให้สังคม สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คนในท้องถิ่น สร้างการกระจาย ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเพื่อรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึง การแก้ปัญหาหรือผลกระทบที่เกิดจาก การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนับเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกําลัง ให้ความส น ใจ สอดคล้องกับที่นายกรัฐมนตรีได้ ประกาศเจตนารมณ์ ในการประชุมระดับผู้น ํา ( World Leaders Summit ) ในการประชุม รัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ( United Nations Framework Convention on Climate Change Confer e nce of the Parties : UNFCCC COP - COP 26 ) ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ว่าไทยพร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่าง เต็มที่ทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมาย การปล่อ ย ก๊าซเรือนกระจกสุ ทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2065 ทั้งนี้ การท่องเที่ยว อย่าง มีความรับผิดชอบ เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เนื่องจาก นักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจการท่องเที่ยว อย่างมีความรับผิดชอบ เพิ่มมากขึ้น จาก ผลการสํารวจความคิดเห็นของผู้เดินทางกว่า 29 , 000 คนใน 30 ประเทศ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่าง มี ความรับผิดชอบ ของ บุ๊คกิ้งดอทดอม 59 พบว่า ร้อยละ 55 ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมีความมุ่งมั่นที่จะใช้บริการ การท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืนและช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ร้อยละ 56 ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกคิดว่าการใช้ บริการที่พักที่มี ความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมีความจําเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้ง ร้อยละ 87 ของ ผู้เดินทาง ชาวไทย เชื่อว่าผู้คนต้องเดินทางท่องเที่ยวในวิถียั่งยืน ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อรักษาโลกใบนี้ไว้ให้ คน รุ่นต่อไป และ ร้อยละ 66 ของผู้ เดินทางชาวไทยยอมรับว่าการแพร่ระบาดได้เปลี่ยนทัศนคติให้พวกเขาลงมือสร้าง ความ เปลี่ยนแปลง เชิงบวกในชีวิตประจําวัน อาทิ การรีไซเคิล (ร้อยละ 50) และการลดขยะอาหาร (ร้อยละ 28) ในขณะเดียวกัน จากสถิติการสํารวจของ อโกด้า ( พ.ศ. 2564 ) แสดงให้เห็นถึง แนวโน้มสําคัญในด้านการระบุ ตัวเลือกการท่องเที่ยว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจํากัดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง การเสนอ สิ่งจูงใจทางการเงินแก่ผู้ให้บริการที่พักที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างพื้นที่คุ้มครองให้มากขึ้น เพื่อจํากัดจํานวนนักท่อ งเที่ยว นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาความพร้อมของประเทศไทยในการสนับสนุนการท่องเที่ยว อย่าง มีความรับผิดชอบ พบว่าใน หลายพื้นที่ของประเทศไทยเป็นพื้นที่ด้อยพัฒนา และควรได้รับการพัฒนาและอนุรักษ์ ที่สามารถจัด การ การท่องเที่ยว อย่าง มีความรับผิดชอบ ได้ โดย ในปี 2563 ประเทศไทยติดอันดับจุดหมาย ที่นักท่องเที่ยวจิตอาสา เลือกเดินทางมาเที่ยวมากที่สุด 1 ใน 6 อันดับแรกทั่วโลก 60 ซึ่ง โปรแกรมการท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมที่สุด ได้แก่ 1) การช่วยเหลือช้าง และ 2) การอนุรักษ์ธรรมชาติหรือกิจกรรมเชิงเกษตร 59 รายงานจํานวนนักท่องเที่ยวที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยบุ๊คกิ้งดอทคอม (Booking.com) ( ปี พ.ศ. 2563) 60 หนังสือ “ 9 แนวโน้มใหม่ในอนาคตการท่องเที่ยว” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ปี พ.ศ . 2564)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 52 นอกจาก การส่งเสริม รูปแบบและประเภทการท่องเที่ยวศักยภาพสูงของไทย ด้วยการพัฒนาโครงสร้าง หรือกิจกรรมที่ตอบสนองต่อรูปแบบการท่องเที่ยวศักยภาพสูง การท่องเที่ยวไทยยังควรส่งเสริมให้นักท่องเที่ยว ในแต่ละรูปแบบมี การพํานักระยะยาวมาก ยิ่งขึ้น ( Long - Stay Tourism) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตทาง เศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ มูลนิธิด้าน การท่องเที่ยวพํานักระยะยาว ( Long Stay Foundation) ของประเทศ ญี่ปุ่น ได้ให้คํานิยามไว้เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่มีระยะเวลาการพํานักตั้งแต่ 2 สัปดาห์ จนถึง 2 – 3 เดือน หรือ 2 – 3 ปี 61 ซึ่ง ควรส่งเสริมการ พํานักระยะยาว กับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดย กลุ่มเป้าหมาย หลักของ ประเทศไทยคือนักท่องเที่ยวรูปแบบการท่องเที่ยวศักยภาพสูงต่าง ๆ ข้างต้น เช่น 1) กลุ่ ม นักท่องเที่ยว ที่เข้ามา เพื่อรักษาสุขภาพและพักฟื้น 2) กลุ่มนักท่องเที่ยวเกษียณอายุที่ขาดผู้ดูแลและต้องการมาใช้ชีวิต บั้นปลาย ในประเทศไทย 3) กลุ่มนักเรียนและนักศึกษา ทั้งจากหลักสูตรระยะสั้นและโครงการแลกเปลี่ยน และ 4 ) กลุ่มนักกีฬา ที่มาเก็บตัวฝึกซ้อมและกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาเรียนรู้และฝึกฝนทักษะด้านกี ฬา อีกทั้ง การท่องเที่ยว ไทยยังควรส่งเสริม การท่องเที่ยวที่เน้นช็อปปิ้ง (Shopping Paradise) สําหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ กลุ่มนักท่องเที่ยวรูปแบบท่องเที่ยวศักยภาพสูงต่าง ๆ เช่น การซื้อสินค้า ด้านอุปกรณ์การกีฬา การซื้อสินค้าและ บริการด้านการแพทย์ สุขภาพ ความงาม การซื้อสินค้าและบริการที่เป็นสินค้ารัก ษ์ โลกอย่างยั่งยืน เป็นต้น นอก จาก จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวแล้ว ยังช่วยขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจ ของประเทศด้วยเช่นกัน 1.6 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ใน ปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการปรับใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ อย่างหลากหลาย เช่น การใช้เทคโนโลยีวัตถุเสมือนและโลกเสมือน ( Augmented Reality – AR และ Virtual Reality – VR) เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในด้านการเดินทางและค้นหาสถานที่ผ่านแอปพลิเคชันแบบ Real Time การจําลอง สถานที่ประวัติศาสตร์ของไทยที่ไม่ได้เปิดให้เข้าชม และเพิ่มคุณค่าให้ประสบการณ์การท่องเที่ยว การใ ช้ เทคโนโลยี 5 G ในการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยําและรวดเร็วของ การสื่อสาร ร่วมกับเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ของสรรพสิ่ง ( I nternet o f T hings ) และระบบคลาวด์ (Cloud) จะทําให้สามารถยกระดับการบริการแก่ นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยมีตัวอย่างของการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังนี้ • การใช้เทคโนโลยีที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวไร้สัมผัส (Contactless) เช่น เทคโนโลยีการสั่งงาน ด้วยเสียงในลิฟต์หรือในห้องพัก การใช้ Digital key ในการปลดล็อกห้องพักผ่าน Smart Phones เพื่อมอบบริการที่สะดวกสบายเหนือระดับให้กับลูกค้า รวมถึงการประยุกต์ใช้ระบบเซนเซอร์สั่งการ แทนการสัมผัส การยืนยันตัวบุคคลด้วยไบโอเมตริก เป็นต้น ซึ่งการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นการสร้าง ความมั่นใจและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง • การนําเทคโนโลยีบลอกเชน ( Blockchain) มาใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นอกเหนือจาก การใช้งานในภาคการเงินของประเทศไทย เช่น การพัฒนาระบบพาสปอร์ตให้เป็นดิจิทัลพาสปอร์ต ( Digital Passport) ซึ่งจะสามารถลดการปลอม แปลงพาสปอร์ตและ ลดอัตราการเข้าประเทศไทย ของนักท่องเที่ยวแฝง หรือจะสามารถนําไปปรับใช้ใน การพัฒนา Covid Passport ที่ทําให้สามารถ ตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนของนักท่องเที่ยวได้ อย่างแม่นยํา ตลอดจน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี บล็อกเชน ในการ เก็บข้อมูลนักท่องเที่ยว เพื่อจัดทําเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่ครอบคลุม ทุกมิติ 61 นิยามการท่องเที่ยวแบบพํานักระยะยาว โดยมูลนิธิด้านการท่องเที่ยวพํานักระยะยาว ( Long Stay Foundation)

53 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) • การใช้ป ญญาประดิ ์ ( Artificial Intelligence) และ พัฒนาระบบเชื่อมต่อ อินเทอร์เน ต ของสรรพสิ่ง (Internet of Things) มากยิ่งข้น เพื่อพัฒนาการบริการทางดิจิทัลสําหรั บ นักท่องเที่ยว ภายในโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น การใช้หุ่นยนต์ใน การเสิร์ฟ อาหาร ภายในโรงแรมเพื่อลดการสัมผัสกับพนักงานจากสถานการณ์ การ แพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 กา ร ใช้ Bot ในการพูดคุยโต้ตอบกับนักท่องเที่ยว หรือการใช้หุ่นยนต์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวสูงวัย • การขยายการใช้ งานของเทคโนโลยี โลกเสมื อน AR/VR และ Extended Reality (XR) ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AR/VR มาช่วยในการพัฒนาแพลตฟอร์ม ให้สามารถประชาสัมพั นธ์สินค้าชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น สามารถดูรายละเอียด สินค้าด้วยภาพเสมือนจริง ได้ 360 องศา หรือสามารถลองสินค้าประเภทเครื่องแต่งกาย ก่อนการตัดสินใจ สั่งซื้อจริง เป็นต้น • การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวออนไลน์แทนการเดินทางจริง (Online Travel Experience ) ซึ่งทั้งในและต่างประเทศมีการริเริ่มมาก่อนในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ และสถานที่ท่องเที่ยวผ่านโปรแกรมประชุมทางไกล การจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ การจัดงานกาชาด ออนไลน์ การจัดนิทรรศการออนไลน์รูปแบบ 3 D Virtual Space ที่มีทั้งภาพ เสียง และวิดีโอ เป็นต้น • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับมาตรำนของสถานที่จัดงานและ การป ระชุมขนาดใหญ่ โดยเข้ามาช่วยจัดการจํานวนผู้ร่วมงานและสร้างความมั่นใจกลับมา เพื่อดึงดูด กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการจัด มหกรรมขนาดใหญ่ ( Mega Event ) เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีกําลังจ่ายที่สูง และมักจะเลือกบริโภคสินค้าและ บริการด้านการท่องเที่ยวคุณภาพสูง รูปที่ 2 - 21 : ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีในการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันจากการสํารวจสัดส่วนบริษัทในอุตสาหกรรมการขนส่ง การเดินทาง และการท่องเที่ยว ทั่วโลกที่มีแนวโน้มจะนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2565 โดย สภาเศรษ ฐ กิจโลก วอย่างการใ เท โนโลยีว ถ เส อน (Augmented Reality – AR) ล โลกเส อน (Virtual Reality - VR) ในอ สา กรร การท่องเที่ยว อป ล เ น (BTS SkyTrain) ใ ค น AR ม ใ ใน น นสถ น ถ ฟฟ้ ม AR Map ให ค นห สถ น / ึ ้ น ใ ค น AR/VR ใน ส เก ส์ โปรโ ทการ ท่องเที่ยวของปร เท ทย อป ล เ น AR Smart Heritage ให น มสถ น ศ ส ์ ใน ศ ม ิ ให ม ห ื สถ น ส ห วอย่างการใ งาน เท โนโลยี 5 G ที่สาำรถ นาำนที่ เกี่ยวของก การท่องเที่ยว ➢ ำนการเ นทาง : พมค ม นส ค ม ภ สน ม น แ ส ม ถ ส มู น ค มแม น ม ึ ้ น ➢ ำนการโรง ร : ม พม ฟั ์ น ใน ู ค น Voice Assistant ➢ ำนการ ปร ร องานอีเว น ์ : ค ม Wifi แ ให ส มู ็ แ ส ม ถพู น ฉพ น แ ➢ อป ล เ น : พ ฒน แ พ ค น ส ห ค นห ห น้ ู น นค ม สถ น แ ซื้ ม ค นห ถ ห ื แ พ ค น ส ม ถ ผู สู แ ื นๆ การ นาในอนา ▪ ใ เท โนโลยีป ำปร ์ (AI) นแ นมนุษ ์ แ ให มนุษ ์ น พมในส น AI ม ส ม ถ ▪ นาอ นเทอร์เน ของสรร ส ่ง (IoT) พมค มส ส ให น ฉพ ส ห น สู ุ

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 54 ( World Economic Forum ) 62 พบว่าแนวโน้มจะนําเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการดําเนินธุรกิจ ดังนี้ 1) การพัฒนา เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน รวมถึงมีการนําอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things : IoT) มาประยุกต์ใช้ ในการให้บริการนักท่องเที่ยวเช่นกัน 2) การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ของผู้ใช้บริการ หรือนักท่องเที่ยว 3) การใช้บริการคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) และการใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ ของเครื่องจักร (Machine learning) ซึ่งจะช่วยใ นการพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ ตามมา เช่น การรับรู้เสียงและถอด ความ (Speech recognition) การรับรู้ใบหน้า (Face recognition) การแนะนํา สิ่งที่นักท่องเที่ยวสนใจโดยอัตโนมัติ ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เป็นต้น 4) การค้า ดิจิทัล (Digital Trade) และใช้ เทคโนโลยี ภาพเสมื อนจริ ง (Augmented Reality and Virtual Reality) 5) การใช้ ยานพาหนะ ไร้ คนขับ (Autonomous Transport) โดยใช้เทคโนโลยีและระบบเซนเซอร์ ในการขับเคลื่อนโดยปราศจาก การช่วยเหลือ จากมนุษย์ และ 6) การประยุกต์ใช้อุปกรณ์สวมใส่ติดตัวกับร่างกาย ( Wearable Electronics ) เพื่อช่วยให้ นักท่องเที่ยวสามารถรับรู้เที่ยวบินและใช้เป็นบอร์ดดิ้งพาส (Boarding pass) สําหรับเที่ยวบินได้ รูปที่ 2 - 22 : สัดส่วนบริษัทในอุตสาหกรรมการขนส่ง เดินทาง และการท่องเที่ยวโลก เศร กิจแบ่งป น (Sharing Economy) และ Online Travel Agency (OTAs) เศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ Sharing Economy เป็นการทําธุรกิจแบบ Peer - to - Peer โดยเป็น การจับคู่ ผ่านแพลตฟอร์มบนระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างผู้มีสินทรัพย์หรือสิ่งของเหลือใช้และผู้ใช้บริการ ที่ต้องการเช่า – ยืม แทนการครอบครอง 63 ดังนั้น ธุรกิจประเภท Sharing Economy จึงสามารถสร้างรายได้ให้ผู้บริโภค ตลอดจน เป็นการนําทรัพยากรส่วนเกิน (Excess Capacity) มาจัดสรรให้เกิดการใช้ประโยชน์ อย่างเต็มที ่ และ ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ในส่วนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งมีความหลากหลายในบริการ ไม่ว่าจะเป็น ที่พัก การคมนาคมขนส่ง ร้านค้า – ร้านอาหาร บริการนําเที่ยว และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงรูปแบบ การท่องเที่ ยวขอ งนักท่องเที่ ยวที่ เปลี่ยนไปนิยมการเดินทางด้วยตนเองมากขึ้ น โดยในปี พ.ศ. 2559 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยคิดเป็นร้อยละ 64 64 62 รายงานการสํารวจสัดส่วนบริษัทในอุตสาหกรรมการขนส่ง การเดินทาง และการท่องเที่ยวทั่วโลกที่มีแนวโน้มจะนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใ ช้ระหว่าง ปี พ.ศ. 2561 – 2565 โดย World Economic Forum ( ปี พ.ศ. 2561) 63 Sharing Economy: นัยต่อเศรษฐกิจไทย โดย ปราณี สุทธศรี / ณฐ์ภัชช์ พงษ์เลื่องธรรม / วิศรุต มาลสุขุม / ณัชพล จรูญพิพัฒน์กุล , ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ปี พ.ศ. 2562) 64 รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการสํารวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยว ( ปี พ.ศ. 2562 ) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 53 % 58 % 68 % 68 % 79 % 79 % 89 % 95 % 95 % 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% Wearable electronics Autonomous transport Augmented and virtual reality Digital trade Machine learning Cloud computing User and entity big data analytics Internet of things App- and web- enabled markets สัดส่วนบริ ั ทในอุตสาหกรรมการขนส่ง การเดินทาง และการท่องเที่ยวทั่วโลก ที่มีแนวโน้มนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ระหว่างปี 2018 และ 2020

55 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) นอกจากนี้ ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวส่วนมากเลือกที่จะจองโรงแรม ที่พัก บริการด้านการท่องเที่ยว หรือโปรแกรมการเดินทางผ่านทำงออนไลน์ ด้วย Online Travel Agency (OTAs) ซึ่งทําหน้าที่เป็นตัวกลาง ด้านข้อมูลระหว่างนักท่องเที่ยวและผู้ให้บริการที่พัก การเดินทาง และบริษัทนําเที่ยว ตลอดจนดําเนินการจอง ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการนําเสนอสิทธิพิเศษ และส่วนลดพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวเ ช่นกัน เมื่อศึกษาสถิติการใช้งาน OTAs 65 ในปี พ.ศ. 2563 ของประเทศไทย จะพบว่า ร้อยละ 51 ของคนไทยใช้ OTAs ในการจองที่พัก โดยร้อยละ 80 กล่าวว่า OTAs มีความง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถจอง โรงแรมและตั๋วเครื่องบิน เหตุผลรองลงมาคือนักท่องเที่ยวจะได้รับ สิทธิพิเศษจาก OTAs และสามารถ เปรียบเทียบราคา คะแนน (Rating) และคําวิจารณ์ ได้ ประเด นภา ี ธุรกิจบริการดิจิทัล (Digital Service Tax: DST) หรือ ภา ี e - Service แพลตฟอร์ม OTAs ที่นิยมมากที่สุดในประเทศไทยคือ Agoda (โดยร้อยละ 69 ) รองลงมาคือ Booking.com ตามมาด้วย Traveloka และ Trivago ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น OTAs จากต่างประเทศทั้งสิ้น ส่งผลให้เกิ ด สัดส่วน การรั่วไหลของเม็ดเงินในภาคการผลิต ในรูปแบบของค่าธรรมเนียมการให้บริการ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าของที่ พักและผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับแพลตฟอร์มจะต้องจ่าย นอกจากนี้ ทุกครั้งที่เกิดการจอง ที่พักหรือ บริการผ่าน OTAs ค่าธรรมเนียมจะถูกส่งออกไปยังประเทศต้นทางของแพลตฟอร์ม ทําให้มีเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว จํานวนมากที่รั่วไหลออกนอกประ เทศ โดยในปัจจุบัน ธุรกิจ ต่าง ๆ ในระบบ Sharing Economy เช่น บริษัท Airbnb บริษัท Grab และ Online Travel Agency (OTAs) มีข้อได้เปรียบทางด้า น ภาษี จึงสามารถให้บริการ ในราคาที่ถูกกว่าธุรกิจแบบดั้งเดิมได้ หลายประเทศทั่วโลกต่างประสบกับความท้าทายที่ใกล้เคียงกันนี้ จึงมีการแก้ไขกฎระเบียบด้านภาษี เพื่อสร้างความเท่าเทีย ม กันระหว่างธุรกิจเดิมและธุรกิจดิจิทัล โดยการจัดเก็บภาษีธุรกิจบริการดิจิทัล (Digital Service Tax) 66 โดยในประเทศไทยใช้ชื่อภาษีนี้ว่า “ภาษี e - Servic e ” ซึ่งเป็นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นมูลค่าร้อยละ 7 ของสินค้าและบริการ จากผู้ประกอบการต่างประเทศที่เข้ามาประกอบธุรกิจและให้บริการ ทางอิ เล็ กทรอนิ กส์ (e - Service) ในประเทศไทยที ่ มี รายได้ เกิ น 1,800,000 บาทจากประเทศไทย โดยกฎหมายดังกล่าว มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564 67 ซึ่งครอบคลุมการเก็บภาษีแพลตฟอร์ม ที่ให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่านักท่องเที่ยวที่ใช้บริการจากธุรกิจ Sharing Economy หรือ OTAs อาจจะ ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้จากการที่ ผู้ให้บริการอาจผลักภาระของภาษีที่ต้องจ่ายมายังผู้บริโภคหรือ นักท่องเที่ยว ส่งผลให้ราคาห้องพักหรือบริการต่าง ๆ มีอัตราที่สูงขึ้นมากหรือลดลงขึ้นอยู่กับการแข่งขัน ทางธุรกิจนั้ น ๆ เช่น ในประเทศฝรั่ งเศสและประเทศสเปนได้เริ่ ม มีการเก็บภาษีธุรกิจบริการดิจิทัล ทําให้บริษัท Google ได้ประกาศปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นสําหรับการใช้บริการ Google Ads เท่ากับอัตรา ค่าธรรมเนียมภาษีที่เพิ่มขึ้น ( ร้อยละ 2) เป็นต้น 68 อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีนี้จะเป็นการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในอุ ตสาหกรรมสื่อและการท่องเที่ยวให้ได้รับความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น และ 65 สถิติ OTAs ในประเทศไทย โดย Rakuten Insight ( ปี พ.ศ. 2564) 66 งานวิจัย “What European OECD Countries Are Doing about Digital Services Taxes” โดย Asen E. , Tax Foundation ( ปี พ.ศ. 2563) 67 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. “ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณี การให้บริกา รทางอิเล็กทรอนิกส์จาก ต่างประเทศ ( e - Services ” ( ปี พ.ศ. 2564) 68 รายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมในกิจการกระจายเสียง กิจการโทร ทัศ น์ และกิจการอื่นที่เกี่ยวข้อง โดย สํานักงาน กสทช. ( ปี พ.ศ. 2 564)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 56 เป็นการเพิ่มรายได้จากการเก็บภาษีให้กับรัฐบาล ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลไทยจะสามารถเรียกเก็บ ภาษี e - Service ได้ประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี 69 2. ความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับนโยบาย แผน และยุทธศาสตร์ร ะดับชาติ แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ได้ให้ความสําคัญกับแผ น ยุทธศาสตร์ และนโยบายทุกระดับ และได้จัดทําขึ้น ภายใต้ ความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับเป้าหมาย ตัวชี้วัด หรือประเด็นยุทธศาสตร์ ของแผน ยุทธศาสตร์ และนโยบายที่สําคัญ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มี วิสัยทัศน์ คือ “ ประเทศไทยมี ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็ น ประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ” โดย มี ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน ที่ มุ่งพัฒนาความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศไทย ซึ่ง มีประเด็น หลัก ที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว คือ ประเด็นการสร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว โดยรักษาการ เป็นจุดหมายปลายทาง ที่ ส ํา คัญของการท่องเที่ ยวระดับโลกที่ ดึงดูดนักท่องเที่ ยวทุกระดับและเพิ่ มสัดส่วนของนักท่องเที่ ยว ที่มีคุณภาพสูง มุ่งพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเที่ยวให้มีมูลค่าสูงเพิ่มมากยิ่งขึ้น ด้วยอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทย และใช้ประโยชน์จากข้อมูลและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างสรรค์คุณ ค่าทางเศรษฐกิจและความหลากหลายของ การท่องเที่ยวให้สอดรับกับทิศทางและแนวโน้มของตลาดยุคใหม่ นอกจากนี้ การท่องเที่ยวยังมีความเกี่ยวข้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมี ประเด็นที่ เกี่ยวข้อง คือ 1) ประเด็นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว 2) ประเด็นการสร้าง การเติบโตอย่างยั่งยืน บนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล ซึ่งให้ความสําคัญกับการปรับปรุง ฟื้นฟู และสร้างใหม่ทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง ทั้งระบบ การฟื้นฟูชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาและเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมทางทะเล ที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นส่วนสําคัญในการถ่ายทอดเป้าหมายและประเด็นยุทธศาสตร์ ของยุทธศาสตร์ชาติลงสู่แผนระดับต่าง ๆ ซึ่ง มีประเด็นหลั ก ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว คือ ประเด็นที่ 5 การท่องเที่ ยว ที่ ให้ ความสําคัญกับการรักษาการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ ยวระดับโลก โดยพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งระบบ มุ่งเน้นนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ สร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว และมุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวในสาขา ที่มีศักยภา พ แต่ยังคงรักษาจุดเด่นของประเทศด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจน ให้คุณค่ากับสิ่งแวดล้อมไว้ได้ ซึ่งประกอบไปด้วย 6 แผนย่อย ได้แก่ 1) การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และ วัฒนธรรม 2) การท่องเที่ยวเชิ ง ธุรกิจ 3) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย 4) การท่องเที่ยว สําราญทางน้ํา 5) การท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค และ 6) การพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยว (ร่าง) แผนพัฒนาเศร กิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) แนวคิดของกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 มี เป้าหมายหลัก คือ การพลิกโฉม ประเทศไปสู่ “ เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน ” หรือ “ High - Value and Sustainable Thailand” โดยมีมิติการพัฒนาที่สําคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1) ภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย 2) โอกาสและ ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม 3) ความยั่งยืนขอ ง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 4) ปัจจัย 69 บทความ “1 กันยายน 2564 เริ่มเก็บภาษี “อี - เซอร์วิส” รายได้เข้าประเทศเพิ่ม 5 พันล้านบาท ” โดย สํานักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ( เว็บไซต์ : https://www.pmdu.go.th/e - services/)

57 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ผลักดันการพลิกโฉมประเทศ โดยหมุดหมาย (Milestones) ที่ เกี่ ยวข้องกับการท่อง เที่ ยวอยู่ ภายใต้มิติ การพัฒนาที่ 1 คือ หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ ยวที่ เน้นคุณภาพและความยั่งยืน มีเป้าหมาย คือ 1) ยกระดับการท่องเที่ยวให้เป็นการท่องเที่ยวคุณภาพสูง 2) เพิ่มการพึ่งพานักท่องเที่ยว ในประเทศและกระจายรายได้สู่พื้นที่ และ 3) บริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ประกอบด้วย 6 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) ส่งเสริมกิจกรรม สินค้าและบริการการท่องเที่ยวมูลค่าสูง 2) พัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยว ที่มีศักยภาพ 3) ยกระดับการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของตลาดสากล 4) พัฒนาทักษะแล ะ ศั กยภาพของบุคลากรในภาคการท่องเที่ยว 5) ปรับปรุงกฎหมาย/กฎระเบียบที่ล้าสมัยและเป็ น อุปสรรคต่อ การ ประกอบธุรกิจ และ 6) พัฒนาระบบข้อมูลการท่องเที่ยวอัจฉริยะที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ง่าย แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ให้ความสําคัญ กับกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต่อประชาชนอย่างมีนัยสําคัญ ( Big Rock) โดยมีแนวทางการปฏิรูปประเทศทั้งหมด 13 ด้าน ซึ่งภายใต้ แนวทางด้าน เศรษฐกิจ ได้มุ่งเน้นไปที่ การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง มีประเด็น ที่ต้อง ขับเคลื่อน 5 ประเด็น ได้แก่ 1) เตรียมการขับเคลื่อน Happy Model คือ “กินดี อยู่ดี ออกกําลังกายดี แบ่งปัน สิ่งดี ๆ” 2) พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 3) ส่งเสริมด้านที่พัก 4) เพิ่มขีดความสามารถ ด้านเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ และ 5) สนับสนุนการท่องเที่ยวเรือสําราญทางน้ํา โมเดลเศร กิจ BCG ( พ.ศ. 2564 – 25 70 ) แผนงานขับเคลื่อน BCG ในสาขาการท่องเที่ยว เป็นส่วนหนึ่งของ (ร่าง) ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน การพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (พ.ศ. 2564 – 25 70 ) ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 ด้าน คือ 1) เศรษฐกิจชีวภาพ ( Bio Economy) 2) เศรษฐกิจหมุนเวียน ( Circular Economy) และ 3) เศรษฐกิจสีเขียว ( Green Economy) โดยการท่ องเที่ยวตามแนวทางของ BCG จะพัฒนาโดยการให้ ความสําคัญกับ การท่ องเที่ยว คุ ณภาพสู งที ่ ยั ่ งยื น ( Sustainable tourism) โดยมี แนวทางที ่ สําคั ญ คื อ การประยุ ก ต์ ใ ช้ Happy Model ที่ ชู อัต ลักษณ ์ ของแต่ ละพื้นที่ ด้ วยสินค้ำและบริการ ตลอดจนสื่อสารเรื่องราวและจุดเด่ นแต่ ละแห่ งเชื่ อมโยงกับ จุดแข็งของประเทศ อย่ำงไรก็ดี ใน สถานการณ์ ของการระบาดของโควิด - 19 ที่ทําใ ห้ จํานวนนั กท่ องเที่ยวลดลง ประกอบกับพฤติกรรม ผู้ บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จึงควร ใช้ โอกาสนี้ในการพัฒนามาตรฐานที่พักและบริการ รวมถึงยกระดับ ด้ำนสุขอนามัยเพื่อให้ พร้อม รับ ต้ อนรับการกลับมาของนักท่ องเที่ยวไทยและต่ำงชาติอีกครั้ง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ( Sustainable Development Goals : SDGs) องค์การสหประชาชาติได้กําหนดเป้าหมายการพัฒนาโดยอาศัยกรอบความคิดที่มองการพัฒนาเป็นมิติ ของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มีความเชื่อมโยงกัน เรียกว่า “ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ” ประกอบไปด้วย 17 เป้าหมาย 169 เป้าหมายย่อย ( SDG Targets) ที่มีความเป็นสากล เชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน และกําหนดให้มี 247 ตัวชี้วัด เพื่อใช้ติดตามและ ประเมินความก้าวหน้าของการพัฒนา โดยสามารถจัดกลุ่ม SDGs ตามปัจจัยที่เชื่อมโยงกันใน 5 มิติ (5 P) ได้แก่ (1) การพั ฒนาคน ( People) ให้ ความสําคั ญกั บการขจั ดปั ญหาความยากจนและความหิ วโหย และ ลด ความเหลื่อมล้ํา ในสังคม (2) สิ่งแวดล้อม ( Planet) ให้ความสําคัญกับการปกป้องและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพภูมิอากาศเพื่อพลเมืองโลกรุ่นต่อไป (3) เศรษฐกิจและความมั่งคั่ง ( Prosperity) ส่งเสริมให้ ประชาชน มีความเป็นอยู่ที่ดีและสอดคล้องกับธรรมชาติ (4) สันติภาพและความยุติธรรม ( Peace) ยึดหลักการอยู่ร่วมกัน อย่างสันติ มีสังคมที่ สงบสุข และไม่แบ่งแยก และ (5) ความเป็นหุ้ นส่วนการพัฒนา ( Partnership)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 58 ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยื น ทั้งนี้ การท่องเที่ยวไทยมีความเกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนครบทั้ง 17 เป้าหมายความยั่งยืน 3. ผ ลการดําเนินงาน ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2564) แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ( พ.ศ. 2560 – 2564) ซึ่งระยะเวลาของแผนสิ้นสุดลง ภายในปี พ.ศ. 2564 ได้มีการกําหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยระยะ 20 ปี (ปี พ.ศ. 2579) ไว้ดังนี้ “ ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ ยวคุณภาพชั้ นนําของโลกที่ เติบโตอย่างมีดุลยภาพบนพื้ นฐาน ความเป็นไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน ” โดยได้กําหนด ยุทธศาสตร์ไว้ 5 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ • ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน • ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแ ละสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อรองรับ การขยายตัว • ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน • ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างสมดุลให้กับการท่องเที่ยวผ่านการตลาดเฉพาะกลุ่มและสร้างความเชื่อมั่น • ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบูรณาการการบริหารจัดการการท่องเที่ยวและส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ประเทศ จากการติดตามผลการดําเนินงานของแผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 2 ในระยะครึ่งแผนแรก เมื่ อพิจารณาจากตัวชี้ วัดหลัก 10 ตัวชี้ วัด พบว่ามีตัวชี้ วัดที่ มีผลการดําเนินงานสูงกว่าค่าเป้าหมาย จํานวน 1 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 10 ตัวชี้วัดที่มีผลการดําเนินงานต่ํากว่าค่าเป้าหมายจํานวน 8 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 80 และตัวชี้วัดที่ยังไม่มีกำรดําเนินการจํานวน 1 ตัวชี้วัด หรือคิดเป็นร้อยละ 10 รายละเอียด ดังนี้ ตารางที่ 2 - 10 : ตารางแสดงตัวชี้วัดหลัก ค่าเป้าหมาย และการประเมินระยะครึ่งแผนแรก ตัวชี้วัดหลัก ค่าเป้าหมาย การประเมินระยะ คร ่งแผนแรก ตัวชี้วัดที่ 1 จํานวนแหล่งท่องเที่ยวและ สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับ เครื่องหมายรับรองคุณภาพของกรมการท่องเที่ยว เพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี ต่ํากว่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ 2 อันดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย เป็น 1 ใน 30 อันดับแรก ของโลก หรือ 1 ใน 7 อันดับ แรกของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ต่ํากว่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ 3 ความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการด้านการ ท่องเที่ยวของไทยที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ไม่น้อยกว่าร้ อยละ 90 ต่ํากว่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ 4 รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีอัตราการขยายตัว ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 10 ต่อปี ต่ํากว่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ 5 การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ชาวไทย มีอัตราการขยายตัวไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 3 ของปี สูงกว่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ 6 สัดส่วนการเดินทางท่องเที่ยวของ นักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงเดือนมิถุนายน - กันยายน ไม่ต่ํากว่า 1 ใน 3 ของการเดินทางตลอดทั้งปี ต่ํากว่าเป้าหมาย

59 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ตัวชี้วัดหลัก ค่าเป้าหมาย การประเมินระยะ คร ่งแผนแรก ตัวชี้วัดที่ 7 รายได้จากการท่องเที่ยวในจังหวัดรอง มีอัตราการขยายตัว ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 12 ต่อปี ต่ํากว่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ 8 ดัชนีการรับรู้และเข้าใจในเอกลักษณ์ ความเป็นไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติและ นักท่องเที่ยวไทย เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ยังไม่มีการ ดําเนินการ ตัวชี้วัดที่ 9 อันดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้านการท่องเที่ยว ( TT C I) ของประเทศไทย ด้านความ เด่นชัดของวัฒนธรรมและนันทนาการจากการสืบค้น ออนไลน์ด้านการท่องเที่ยว เป็น 1 ใน 10 อันดับแรก ของโลก ต่ํากว่าเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ 10 ดัชนีด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การ ท่องเที่ยวของประเทศไทยใน 6 มิติที่สําคัญ พัฒนาขึ้นอย่างน้อย 10 อันดับในแต่ละมิติ ต่ํากว่าเป้าหมาย อ ย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาผลการดําเนินงานของตัวชี้วัดย่อยตามรายยุทธศาสตร์ 26 ตัวชี้วัด พบว่ามีตัวชี้วัด ที่ มีผลการดําเนินงานสูงกว่าเป้าหมายจํานวน 1 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 3.85 ตัวชี้วัดที่มี ผลการดําเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมายจํานวน 6 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 23.08 และตัวชี้วัดที่มี ผลการดําเนินงานต่ํากว่าเป้าหมาย จํานวน 13 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 50 อีกทั้งยังมีตัวชี้วัดที่มีการจัดเก็บข้อมูลแต่ไม่ครอบคลุมตามตัวชี้วัด จํานวน 1 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 3.85 และตัวชี้วัดที่ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลจํานวน 5 ตัวชี้วัด ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 19 โดยหากพิจารณาตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ มีผลการดําเนินการดังนี้ • ยุทธศาสตร์ที่ 1 มีตัวชี้วัดย่อยที่มีผลการดําเนินงานต่ํากว่าเป้าหมายจํานวน 5 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดย่อยที่ 1 ตัวชี้วัดย่อยที่ 2 ตัวชี้วัดย่อยที่ 3 ตัวชี้วัดย่อยที่ 4 และตัวชี้วัดย่อยที่ 6 (คิดเป็นร้อยละ 71.43 ) ตัวชี้วัดย่อยที่มีผลการดําเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย 1 ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดย่อยที่ 5 (คิดเป็นร้อยละ 14.29 ) และตัวชี้วัดย่อยที่มีการจัดเก็บข้อมูลแต่ไม่ครอบค ลุม ตามตัวชี้วัด 1 ตัวชี้วัด คือตัวชี้วัดย่อยที่ 7 (คิดเป็นร้อยละ 14.29 ) • ยุทธศาสตร์ที่ 2 มีตัวชี้วัดย่อยที่มีผลการดําเนินงานต่ํากว่าเป้าหมายจํานวน 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดย่อยที่ 2 ตัวชี้วัดย่อยที่ 3 ตัวชี้วัดย่อยที่ 4 และตัวชี้วัดย่อยที่ 5 (คิดเป็นร้อยละ 80 ) และตัวชี้วัดย่อยที่มีผลการดําเนินงานผลสูงกว่าเป้าหมาย 1 ตัวชี้วัด คือตัวชี้วัดย่อยที่ 1 (คิดเป็น ร้อยละ 20 ) • ยุทธศาสตร์ที่ 3 มีตัวชี้วัดย่อยที่มีผลการดําเนินงานต่ํากว่าเป้าหมายจํานวน 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดย่อยที่ 2 และตัวชี้วัดย่อยที่ 3 (คิดเป็นร้อยละ 40 ) ตัวชี้วัดย่อยที่มีผลการดําเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมายจํานวน 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดย่อยที่ 4 และตัวชี้วัดย่อยที่ 5 (คิดเป็น ร้อยละ 40 ) และตัวชี้วัดย่อยที่ไม่มีการจัดเก็บข้อมูล 1 ตัวชี้วัด คือตัวชี้วัดย่อยที่ 1 (คิดเป็น ร้อยละ 20 ) • ยุทธศาสตร์ที่ 4 มีตัวชี้วัดย่อยที่มีผลการดําเนินงานต่ํากว่าเป้าหมายจํานวน 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดย่อยที่ 1 และตัวชี้วัดย่อยที่ 3 (คิดเป็นร้อยละ 50 ) และตัวชี้วั ดย่อยที่มีผลการดําเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมายจํานวน 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดย่อยที่ 2 และตัวชี้วัดย่อยที่ 4 (คิดเป็น ร้อยละ 50 )

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 60 • ยุทธศาสตร์ที่ 5 มีตัวชี้วัดย่อยที่มีผลการดําเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย 1 ตัวชี้วัด คือตัวชี้วัด ย่อยที่ 5 (คิดเป็นร้อยละ 20 ) และตัวชี้วัดที่ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลจํานวน 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดย่อยที่ 1 ตัวชี้วัดย่อยที่ 2 ตัวชี้วัดย่อยที่ 3 และตัวชี้วัดย่อยที่ 4 (คิดเป็นร้อยละ 80 ) รูปที่ 2 - 2 3 : ผลการดําเนินงานรายยุทธศาสตร์ของแผนฉบับที่ 2 ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 เรื่อง (ร่าง) แผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ให้หน่วยงานรัฐต้องปรับปรุงแผนระดับที่ 3 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติจึงได้ดําเนินการปรับ ปรุงแผนพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ( พ.ศ. 2560 – 2564) ให้เป็นแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ( พ.ศ. 2564 – 2565) และได้มีการประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ใน ระหว่าง การขับเคลื่อน และติดตามประเมินผลแผนฉบับดังกล่าว 4. ภู มิทัศน์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย จาก บริบทและความท้าทายของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบัน กล่าวได้ว่า การท่องเที่ยวของไทย ยังมีความท้าทายหลัก ในด้านการกระจุกตัว การรั่วไหลของรายได้ ความไม่เชื่อมโยงของโครงสร้างพื้นฐานและ ระบบคมนาคม การมีภูมิคุ้มกันความเสี่ยงที่ต่ํา กฎระเบียบและมาตรฐานที่ล้าสมัย และ มีการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนาการท่องเที่ยว ของไทย ในระยะ 10 ปีข้างหน้า จะต้องมีเป้าหมายเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็น อุตสาหกรร ม การท่องเที่ ยวที่ มีการเชื่ อมโยงอย่างยั่ งยืนและสมบูรณ์ มีสัดส่วนการพึ่ งพานักท่องเที่ ยว ภายในประเทศ ( Domestic Tourism) ที่สูง เป็นอุตสาหกรรมที่พร้อมรับมือกับความเสี่ยงและวิกฤตทุกรูปแบบ รวมไปถึง การ มี ความสามารถ ในการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างครบวงจร 20 % 80 % 19 % 14.29 % 3.85 % 71.43 % 80 % 40 % 50 % 50.00 % 14.29 % 40 % 50 % 20 % 23.08 % 20 % 3.85 % 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% ยุทธศาสตร์ที่ ยุทธศาสตร์ที่ ยุทธศาสตร์ที่ ยุทธศาสตร์ที่ ยุทธศาสตร์ที่ ภาพรวม ส งกว่าเปำ ำย เป น ปำ เปำ ำย ่ำกว่าเปำ ำย ่ ป น ปำ เปำ ำย ี การ เก ข อ ล ่ ่ รอ ล ำ ว ี ว ่ ี การ เก ข อ ล ยุทธศาสตร์ที่ 1 มีผลการดำเนินนการดังนี้ ตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าเป้าหมาย คือ B 1.1 , B 1.2 , B 1.3 , B 1.4 , B 1.6 ตัวชี้วัดที่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ B 1.5 ตัวชี้วัดที่มีการจัดเก บข้อมูล แต่ไม่ครอบคลุมตามตัวชี้วัด คือ B 1.7 ยุทธศาสตร์ที่ 2 มีผลการดำเนินนการดังนี้ ตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าเป้าหมาย คือ B 2.2 , B 2.3 , B 2.4 , B 2.5 ตัวชี้วัดที่สูงกว่าเป้าหมาย คือ B 2.1 ยุทธศาสตร์ที่ 3 มีผลการดำเนินนการดังนี้ ตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าเป้าหมาย คือ B 3.2 , B 3.3 ตัวชี้วัดที่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ B 3.4 , B 3.5 ตัวชี้วัดที่ไม่มีการจัดเก บข้อมูล คือ B 3.1 ยุทธศาสตร์ที่ 4 มีผลการดำเนินนการดังนี้ ตัวชี้วัดที่ต่ำกว่าเป้าหมาย คือ B 4.1 , B 4.3 ตัวชี้วัดที่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ B 4.2 , B 4.4 ยุทธศาสตร์ที่ 5 มีผลการดำเนินนการดังนี้ ตัวชี้วัดที่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ B 5.5 ตัวชี้วัดที่ไม่มีการจัดเก บข้อมูล คือ B 5.1 , B 5.2 , B 5.3 , B 5.4 ▪ ตัวชี้วัดที่ เป็นไปตาม เป้าหมาย 6 ตัว ▪ ตัวชี้วัดที่ สูงกว่า เป้าหมาย 1 ตัว ▪ ตัวชี้วัดที่ ต่ำกว่า เป้าหมาย 13 ตัว ▪ ตัวชี้วัดที่มีการจัดเก็บ ข้อมูล แต่ ไม่ครอบคลุม ตามตัวชี้วัด 1 ตัว ▪ ตัวชี้วัดที่ ไม่มีข้อมูล 5 ตัว ผลสรุปการดำเนินงานภาพรวม ตัวชี้วัดของรายยุทธศาสตร์ จากทั้งหมด 26 ตัวชี้วัด พบว่า ผลการดำเนินงานรายยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยว ฉบับที่ 2 5 4 1 2 3 ผลการดําเนินงานรายยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ต่ํากว่าเป้าหมาย/ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

61 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) รูปที่ 2 - 2 4 : ภูมิทัศน์การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย 1 ทั้งนี้ จาก การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ได้ส่งผลให้สถานการณ์ท่องเที่ยวโลกและไทยยังคงอยู่ ในภาวะเปราะบางและต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ทาง เศรษฐกิจ การจ้างงาน การลงทุน และ การประกอบ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดทําข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการฟื้นฟูภาคธุรกิจ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ ยว ( Tourism Recovery Recommendations ) เพื่ อ มุ่ งฟื้ นฟูและพัฒนา ธุ รกิจ ในภาค การท่องเที่ยว ของไทยให้มีความสามารถในการปรับตัว ปรับแนวทางและเปลี่ยนแนวคิด ในการพัฒนา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อนําไปสู่ ภาวะปกติถัดไป ( Next Normal ) อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อม สู่การท่องเที่ยวโฉมใหม่ ภายใต้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดย ข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายการฟื้นฟูภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังกล่าว ประกอบด้วย 6 ข้อเสนอหลักสู่บทใหม่ การท่องเที่ยวไทย ดังนี้ 1) ปรับแนวทางการทําธุรกิจของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ( Change the Way Tourism Business Work) 2) ท่องเที่ยวมั่นใจ สะดวกกว่าที่เคย ( More Confid ent more Convenient) 3) ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพตลอดทั้งปี ( Attract Quality Tourists in All Year - Round) 4) ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีและดิจิทัล ( Data and Technology Driven Tourism) 5) ผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวยั่งยืน ( Sustainable Tourism Delivers to Society) 6) ส่งเสริมปัจจัยสนับสนุนขีดความสามารถการท่องเที่ยวไทย ( Promote Favorable Supporting Conditions) สําหรับการ พัฒนาการท่องเที่ยวในระหว่างปี พ.ศ. 2566 – 2570 จะ มุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยว ที่สอดคล้องไปกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่มุ่งพลิกโฉมประเทศไทย ไปสู่ “ เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน ” โดย ให้ความสําคัญกับ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การเสริมสร้ำงความเข้มแข็งและการปรับ สมดุลการท่องเที่ยวไทย 2) การยกระดับ โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และความเชื่อมโยง 3) การมอบประสบการณ์โดยมีนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง และ 4) การเติบโตบนความยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับความ เสี่ยง ทั้งนี้ สามารถสรุปการ แบ่ง ระยะ ของการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยได้ ดังนี้ การท่องเที่ยวไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า พ ศ – 75 การท่องเที่ยวไทยในระหว่าง พ ศ – เม ดเงินรั่วไหล Leakage) การท่องเที่ยวไทย ในปจจุบัน การท่องเที่ยวไทย ในอีก 10 ปีข้างหน้า การกระจุกตัว (Imbalance) ความไม่เชื่อมโยง Disconnect) ภูมิคุ้มกันความเสี่ยงต่า Risk) เติบโตไม่ยั่งยืน Unsustainable) ก ระเบียบล้าสมัย Outdated) เสริมสร้างความเข้มแข งและ ปรับสมดุลการท่องเที่ยวไทย ยกระดับโครงสร้างพื้นำน มาตรำน และความเชื่อมโยง มอบประสบการณ์ โดยมีนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง เติบโตบนความยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกัน มีสัดส่วนการพ่งพา Domestic Tourism ที่สูง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มี การ เชื่อมโยงอย่างยั่งยืนและสมบูรณ์ พร้อมรับมือกับความเสี่ยงและ วิกฤตทุกรูปแบบ อุตสาหกรรมประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างครบวงจร

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 62 รูปที่ 2 - 2 5 : ภูมิทัศน์การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย 2 • การแก้ ไขป ญหาและพลิ กโฉมการท่ องเที ่ ยว ( Resolve and Reimagine) มี เป้ำหมาย ในระหว่างปี พ.ศ. 256 4 – 2565 ให้การท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวจากสถานการณ์ การแพร่ ระบาด ของโรค โควิด – 19 พร้อมทั้งปรับแนวทางและเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาอุตสาหกรรม การท่ องเที ่ ยวเพื ่ อนําไปสู ่ ภาวะปกติ ถั ดไป ( Building Back Towards the Next Normal) เพื่อรองรับความต้องการและพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป • การปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดภูมิคุ้ มกัน ( Reform and Resilience) มีเป้าหมายในระหว่างปี พ.ศ. 2566 – 2570 ให้ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ เน้นคุณค่า ( High Value) และความยั่ งยืนของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่ งแวดล้อม มุ่ งสร้าง ความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเชิง ( B uilding Forward a Better Tourism for All ) นําไปสู่ความสมดุลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งสมดุลในด้านจํานวน นักท่องเที่ ยว สมดุลในด้านรายได้จากการท่องเที่ ยว และสมดุลในด้านของการสนับสนุน เขตพัฒนาการท่องเ ที่ยว เพื่อกระจายความเจริญจากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง บนพื้นฐานของ การบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และข้อมูลเชิงลึกที่ มีประสิทธิภาพสูง เพื่ อให้ ทุกภาคส่วนมีความเข้มแข็งและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปอย่างสมบู รณ์และยั่งยืน (Revolutionize) มีเป้าหมาย ต่ อเนื ่ องจากการพั ฒนาของแผนพั ฒนาการท่ องเที ่ ยวแห่ งชาติ ฉบั บที ่ 3 ในระหว่ำง ปี พ.ศ. 2571 – 25 75 เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีความเปลี่ยนแปลงในทุกระดับ อย่ำงสิ ้ นเชิ ง (Fully Transformed and Sustainable Tourism) ภายใต้ โครงสร้ำงพื ้ นฐาน มาตรฐาน และเทคโนโลยีดิจิทัลที่ล้ําสมัย มีการเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อนําไปสู่การท่องเที่ยว ที่มีความเข้มแข็งและยั่งยื นอย่างแท้จริง ทั้ง ด้าน สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ รวมถึง การเติบโตของธุรกิจและภาคการผลิตในอุตสาหกรรมการท่องเที่ ยวอย่างยั่ งยืน นําไปสู่ ความสามารถในการจัดการกับความเสี่ยงและวิกฤตการณ์ทุกรูปแบบและฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว Revolutionize Fully Transformed and Sustainable Tourism Rebuilding High Value Tourism พ ศ – พ ศ – 75 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเน้น คุณค่า High Value) และความยั่งยืนทาง เศร กิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีสมดุลและกระจาย รายได้อย่างทั่วถ ง พร้อมรับมือกับความ เปลี่ยนแปลงทุกรูบแบบ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่าง สิ้นเชิง มีการเชื่อมโยงทุกภาค ส่วนเพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวที่มี ความเข้มแข งและยั่งยืนใน ทุกระดับอย่างสมบูรณ์ Reform & Resilience Building Back Towards the Next Normal พ ศ 4 – การท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวจาก สถานการณ์โควิด - 19 พร้อมทั้ง ปรับแนวทางและเปลี่ยนแนวคิดใน การพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่ ภาวะปกติถัดไป (Next Normal) Resolve & Reimagine

63 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 64 ส่วนที่ 3 แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 1. วิสัยทัศน์ การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระหว่าง ปี พ.ศ. 2566 – 2570 จะเป็นการยกระดับและ ขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สอดคล้องและต่อยอดจากแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555 – 2559) แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ( พ.ศ. 2560 – 2564) และแผนพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งชาติ ( พ . ศ . 2564 – 2565) โดยมุ่งเน้นการพลิกโฉมการท่ องเที่ยวไทย และขับเคลื่อน การพัฒนาตลอดทั้งห่วงโซ่ของอุตสาหกรรม แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาและ ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ภายในระยะเวลา 5 ปี ดังนี้ “ การท่องเที่ ยวของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่ เน้นคุณค่า มีความสามารถ ในการปรับตัว เติบโตอย่างยั่ งยืนแ ละมีส่วนร่วม ( Rebuilding High Value Tourism Industry with Resilience, Sustainability and Inclusive Growth) ” โดยการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคตนับจากนี้ จะ มุ่งเน้นไปที่การดําเนินการ เพื่อพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมการ ท่อง เที่ยวให้มีความเข้มแข็ง ต่อยอดการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุตสาหกรรมให้สอดรับกับภาวะความปกติถัดไป (Next Normal) โดยจะเป็น การพลิกโฉมการท่องเที่ยวของไทย สู่การท่องเที่ยวเน้นคุณค่า (High Value Tourism) ซึ่งจะให้ความสําคัญกับ การยกระดับใน 3 มิติ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ ( Economic) มิติสังคม ( Social) และมิติสิ่งแวดล้อม ( Environment ) มีรายละเอียดดังนี้ • การพัฒนาให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นเศร กิจท่องเที่ยวคุณค่าสูง ( High Value Economy) โดยมีตัวอย่างแนวทางการพัฒนา เช่น การเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการท่อง เที่ยว (Tourism Spending) และดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High Quality Tourists) การเพิ่มมูลค่าให้กับ สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การปรับสมดุลและลดการพึ่งพา นักท่องเที่ยวต่างชาติ การยกระดับคุณภาพของบุคลากรและทรัพยากรมนุษย์ ในอุต สาหกรรม การท่องเที่ยว เป็นต้น • การพัฒนาให้เกิดสังคมและชุมชนท่องเที่ยวคุณค่าสูง ( High Value Society) โดยมีตัวอย่าง แนวทางการพัฒนา เช่น การสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และ ชุมชน การต่อยอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย การกระจายความเจริญทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่าง ทั่วถึงทั้งประเทศ การพัฒนาให้ประเทศไทยสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี การลดการท่ องเที่ยว ตามฤดูกาล เป็นต้น • การต่อยอดคุณค่าให้กับทรัพยากรและสิ่ งแวดล้อม ( High Value Environment) โดยมี ตัวอย่างแนวทางการพัฒนา เช่น การต่อยอดมูลค่าให้กับต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในภาคการท่องเที่ยว การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ําและพลังงานในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษจากการท่องเที่ยว การบรรเทาผลกระทบ จากความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ( Climate Change) เป็นต้น

65 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) รูปที่ 3 - 1 : การให้คํานิยามของการท่องเที่ยวเน้นคุณค่าทั้ง 3 มิติ เพื่อให้สามารถกําหนดภูมิทัศน์การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน จึงได้มี การกําหนดเป้าหมายที่สอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 กล่าวคือ ภายในปี พ.ศ. 2570 เป้าหมายของแผนฉบับที่ 3 คือการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อสร้างเสริม ความเข้มแข็ง ยืดหยุ่น ยั่งยืน และมีส่วนร่วม เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ ยวที่เน้นคุณค่า บนพื้นฐานของ การบูรณาการเชื่อมโย ง ทุกภาคส่วน โดยสามารถจําแนกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ของ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ที่จะได้รับการพัฒนาตามเป้าหมาย ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ • การพัฒนาในภาคการผลิตหรือฝ่ายอุปทาน ( Supply Side) โดยมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการ และภาคการผลิตเข้มแข็งและเชื่อมโยง มีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับความเสี่ยง สามารถปรับตัวให้ สอดรับกับภาวะปกติใหม่ ( Next Normal ) ตลอดจนมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และกระจายรายได้ผ่านการใช้วัตถุดิบภายในประเทศอย่างสมดุล • การพัฒนาในภาคนักท่องเที่ยวหรือฝ่ายอุปสงค์ (Demand Side) โดยมีเป้าหมาย เพื่อ มอบ ประสบการณ์การเดินทางที่รับผิดชอบและมีคุณค่ากับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ระบบขนส่งสาธารณะ ที่เชื่อมโยง ปลอดภัย มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมโดดเด่นหลากหลาย และประยุกต์ใช้ระบบ บริหารจัดการนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ • การพัฒนาในภาคสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย คํานึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้วยเ ทคโนโลยี และ ต่อยอดเอกลักษณ์และภูมิปัญญาไทยด้วยนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ 2. เป้าหมายของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) เป้าหมายหลัก 1) การท่องเที่ยวไทยมีความเข้มแข็งและสมดุล ( Resilience & Re - balancing Tourism) 2) การยกระดับความเชื่อมโยงและโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ( Connectivity) 3) การสร้างความเชื่อมั่นและมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณค่าสูง ( Entrusted Experience) 4) การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( Sustainable Development) การท่องเที่ยว เนน ณ ่ำ High Value Tourism เ ร ก ท่องเที่ยว ณ ่ำส ง High Value Economy) ▪ เ ่ ่ ำใ ่ ำยทางการท่องเที่ยว แ ึ ู น คุณภ พสู ▪ เ ่ ล ่ำ ให สนค แ น เท โนโลยี ล นว กรร ▪ สม ุ แ ล การ ่ งำน กท่องเที่ยว ่ำงำ ▪ ยกร ณำ ของ ลากร แ พ มนุษ ์ ใน ุ ส ห ม ส ง ล นท่องเที่ยว ณ ่ำส ง High Value Society) ▪ สรำงการ ี ส่วนร่ว ร ว่าง ภ ค ฐ ภ ค น ภ ค น แ ุ ม น ▪ ษณ์ค ม ็ น ▪ กร ำย วา เ ร ทงทาง รง ล ทางอ อ ถึ ้ ศ ▪ เที่ยว ทย ลอ ทง ปี แ มฤ ู ่ อยอ ณ ่ำใ ก ทร ยากร ล ส่ง ว ล อ High Value Environment) ▪ ่ อยอ ล ่ำใ ก นทนทางทร ยากร รร ำ แ ส แ มในภ ค ▪ ห พ ธ ม แ แห ธ ม ม ส ธ ภ พ ▪ เ ่ ปร ส ท ำ ในการใ นา ล ล งงาน ใน ุ ส ห ม ▪ ล การปล่อยกา เรอนกร ก ล การสรำง ล ▪ ผ ค ม นแ สภ พ ภูม ศ (Climate Change)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 66 เป้าหมายรอง 1) การพัฒนาปัจจัยสนับสนุ นด้านการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพสูงสําหรั บทุกกลุ่ม (Supporting Elements) 2) เทคโนโลยีดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลพร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว ( ICT Readiness) 3) ความพร้อมในการรับมือและจัดการกับความเสี่ยงทุกรูปแบบอยู่เสมอ (Risk Readiness) 3. พั นธกิจ 1) เสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคการผลิต ( Supply - side) ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปรับสมดุล และกระจายความเจริญอย่างครอบคลุม ลดการรั่วไหลตลอดห่วงโซ่คุณค่า ( Value Chain) เพื่อให้ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ 2) พัฒนาปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในด้านมาตรฐานสถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว และบุคลากร และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค สิ่งอํานวยความ สะดวก และบุคลากรให้มีคุณภาพในระดับสากล 3) พัฒนาและยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง อย่างครบวงจร ด้วยรูปแบบ การท่องเที่ยว ใหม่ ที่หลากหลายและการสื่อสารการตลาดที่ตรงใจ โดยมุ่งเน้นนักท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลาง 4) ส่งเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บนพื้นฐานของความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม อัตลักษณ์ของสังคมและชุมชน ศิลปวัฒ นธรรม และการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวอย่างมี ประสิทธิภาพ 4. ตัวชี้วัดหลัก ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) 1) สัดส่วน ผลิตภัณฑ์มวล รวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว ต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 25 2) จํานวนธุรกิจบริการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ( Thailand Tourism Standard) และอาเซียน ( Asean Standard) เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ํากว่า 3,000 ราย 3) จํานวนวันพักและค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ • ระยะเวลาพํานักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ต่ํากว่า 10 วัน • ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยว ชาว ต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี • ระยะเวลาพํานักเฉลี่ ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ต่ํากว่า 3 วัน • ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ต่อปี 4) สัดส่วนจํานวนนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางครั้งแรก ( First Visit) และกลุ่มเดินทางซ้ํา ( Revisit) เป็น 40 :6 0 5) อันดับผลการดําเนินงาน ภาพรวม ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ( SDGs) อยู่ใน 35 อันดับแรก 6) อันดับการพัฒนาการเดินทางและการ ท่ องเที่ยวของประเทศไทย ด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม โดย TTDI อยู่ 1 ใน 67

67 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 5. ยุทธศาสตร์การพัฒนา เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ และพันธกิจ ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) จึงได้กําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาออกเป็น 4 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างความเข้มแข็ง และภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวไทย ( Resilient Tourism) ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนา ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ มีคุณภาพสูง ( Quality Tourism ) ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับประสบการณ์ ด้าน การ ท่องเที่ยว ( T ourism Experience ) ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( Sustainable Tourism ) รูปที่ 3 - 2 : แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างความเข้มแข งและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ย ว ไทย ( Resilient Tourism) การสร้าง ความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เพื่อให้ ภาคการผลิตในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ( Supply - side) มีความยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ สร้างความสมดุล ระหว่างจํานวนนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึง ความ สมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากหลากหลายประเทศ และผลั กดั นการท่ องเที ่ ยวภายในประเทศ ตลอดจน กระจายความเจริญ จากการท่องเที่ยวใ ห้ครอบคลุมทั่วถึง ทุกพื้นที่ เพื่อการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมจากการท่องเที่ยวไทย ( Inclusive Growth ) ด้วยการส่งเสริมให้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศและมุ่งลดการรั่วไหลของรายได้ในภาคการท่องเที่ยว

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 68 เป้าประสงค์ 1.1) อุตสาหกรรมท่ องเที ่ ยวไทยมี ความ เข้ มแข็ ง ยื ดหยุ ่ น และมี ศั กยภาพพร้ อมรั บมื อกับ การเปลี่ยนแปลงและวิกฤตการณ์ทุกรูปแบบ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ทันสมัย 1.2) การท่องเที่ยวไทยช่วยในการสร้างความเจริญและลดความเหลื่อมล้ําทั่วทุกพื้นที่โดยการกระจาย รายได้ไปสู่ชุมชน 1.3) ประเทศไทยได้รับ รายได้ จากการท่องเที่ยวไทยอย่างแท้จริง โดยการลดการรั่วไหลของรายได้ ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ด้วยการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 1.4) การท่องเที่ ยวไทยมี ความ สมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติในแต่ละ ประเทศ และส่งเสริมนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 1 ตารางที่ 3 - 1 : ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 1 อันดับ ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 1 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 1.1 อัตราการเติบโตของรายได้ ในสาขาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว 12 สาขา ร้อยละ 2.5 ร้อยละ 3.0 ร้อยละ 3.5 ร้อยละ 4.0 ร้อยละ 4.5 1.2 จํานวนผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ( SMEs) ใ น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้รับการยกระดับศักยภาพ ในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และบริการ ผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยว 12 , 500 ราย 1.3 การกระจายรายได้ผ่าน การท่องเที่ยวชุมชน ค่า Gini 0.606 ค่า Gini 0.605 ค่า Gini 0.604 ค่า Gini 0.603 ค่า Gini 0.602 กลยุทธ์และแนวทางในการพัฒนา กลยุทธ์ที่ 1.1 : สร้างความเข้มแข งให้กับภาคการผลิตและผลักดันนวัตกรรมเพื่ อให้เกิดภูมิคุ้ มกัน พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ (Resilient Supply – Side) • แนวทางที่ 1 .1.1 : บูรณาการและสนับสนุนให้ภาคการผลิตฟื้นตัว จากวิกฤตและ พร้อมรับมือกับ การเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ (Boost Business) • แนวทางที่ 1.1. 2 : ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามา เพิ่ มประสิทธิภาพ กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนําไปสู่สินค้าและบริการที่เป็นเลิศ ( Innovative Tourism Business) • แนวทางที่ 1.1. 3 : ส นับสนุน Startups และการพัฒนานวัตกรรมด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่า ให้กับผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวให้โดดเด่นอย่างแตกต่างและโดนใจนักท่องเที่ยว (Tourism Startups)

69 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) • แนวทางที่ 1.1.4 : ศึกษาและวิเคราะห์ความเสี่ยงด้วย AI เพื่อจัดทําแผนตั้งรับและดําเนินงานป้องกัน ความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ( Risk Management Plan & Implementation) กลยุทธ์ที่ 1.2 : กระจายรายได้และความเจริญจากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถงทุกพื้นที่ และลดการรั่วไหล ในภาคการท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม ( Equitable Tourism) • แนวทางที่ 1.2. 1 : กระจายจํานวน นักท่องเที่ยวไปยังเมือง ต่าง ๆ เพื่อ สร้างการมีส่วนรวมและ กระจาย รายได้จากการท่องเที่ยวสู่ระดับชุมชน (Tourism Distribution ) • แนวทางที่ 1.2. 2 : ส่งเสริม ให้ธุรกิจ บริการ ท่องเที่ยวใช้ทรัพยากรภายในประเทศเป็นหลัก เพื่อกระจาย รายได้ให้หมุนเวียนภายในประเทศ (Local – Sourced Material) • แนวทางที่ 1.2. 3 : ปรับปรุงและทบทวนกฎหมายด้านการลงทุนและการดําเนินธุรกิจในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เพื่อลดการกระจุกตัวและการรั่วไหล (Tourism Regulatory Guillotine) • แนวทางที่ 1.2. 4 : สื่อสารและประชาสัมพันธ์ โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละ พื้นที่ อย่างเท่าเทียมและ ระดับประเทศอย่าง เหมาะสม (Identity – Based Communication ) กลยุทธ์ที่ 1.3 : ส่งเสริม การท่องเที่ยวคุณภาพที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ( Quality – Based Tourism) • แนวทางที่ 1.3. 1 : ยกระดับการสร้างสรรค์สินค้าและบริการท่องเที่ยวให้มีคุณค่าและมูลค่าสูง ตามเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวคุณภาพและผลักดัน เอกลักษณ์ไทย (High – Value Product and Service) • แนวทางที่ 1.3. 2 : สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยวิธีการ ที่สร้างสรรค์ และเหมาะสมแก่นักท่องเที่ยว ( Domestic Tourism Support) • แนวทางที่ 1.3. 3 : ส่งเสริมการตลาดที่ตรงใจกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายที่มีคุณภาพ ทั้งนักท่องเที่ย ว ไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อบรรลุตามเป้าหมายสัดส่วนนักท่องเที่ยว ( Balanced - Ratio Marketing ) ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนา ป จจัยพื้นำนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ มี คุณ ภาพสูง ( Quality Tourism ) ปัจจัย พื้นฐาน ที่สําคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณู ป โภค สิ่ งอํานวยความสะดวก และแหล่งท่องเที่ ยวที่ หลากหลาย ที่ จําเป็นจะต้องมีการพัฒนาโดยคํานึงถึง ความยั่ งยืนและความต้องการของ นักท่องเที่ ยว ทุกกลุ่ ม นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงทักษะ ความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญของบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการศึกษาในด้านการบริการ และการท่องเ ที่ยว รวมถึงกฎระเบียบและมาตรฐานต่าง ๆ ที่จะต้องยกระดับให้มีความทันสมัย มีคุณภาพสูง ตามหลักสากล และมีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด เป้าประสงค์ 2.1) ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมและสิ่งอํานวยความสะดวกที่เชื่อมโยง มีคุณภาพ และเพียงพอ สามารถรองรับการใช้งานของนัก ท่องเที่ยวครอบคลุมทั้งประเทศ 2.2) ประเทศ ไทยมีโครงสร้างด้านดิจิทัลและศูนย์กลางข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ( One – Stop Tourism Database) ที่เชื่อมโยงอย่างแท้จริงและสามารถนําข้อมูลไปต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.3) ประเทศไทยมีการปรับปรุงและกํากับดูแลมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวให้ทันสมัย และมีการกําหนด กฎระเบียบที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 70 2.4) บุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีความรู้ความสามารถ มีภาคการศึกษาด้านการท่องเที่ ยว ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 2 ตารางที่ 3 - 2 : ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 2 อันดับ ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 2 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 2. 1 คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจ ของนักท่องเที่ยวชาวไทยและ ต่างชาติต่อโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการท่องเที่ยว 7 ด้าน ไม่ต่ํากว่า ปีฐาน ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา 2. 2 จํานวนผู้ใช้บริการฐานข้อมูล จากศูนย์กลางข้อมูล ด้านการท่องเที่ยวไทย เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 25 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 30 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 35 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 40 ต่อปี 2. 3 อัตราการเกิดอุบัติเหตุและ อาชญากรรมต่อนักท่องเที่ยว ต่างชาติที่ลดลง ลดลง ร้อยละ 20 ต่อปี ลดลง ร้อยละ 20 ต่อปี ลดลง ร้อยละ 20 ต่อปี ลดลง ร้อยละ 20 ต่อปี ลดลง ร้อยละ 20 ต่อปี 2. 4 อัตราการเพิ่มขึ้นของจํานวน ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ได้รับรองมาตรฐาน ความปลอดภัย ด้านควา ม สะอาด และสุขอนามัยของไทย เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 ต่อปี 2. 5 จํานวนบุคลากรผ่านเกณฑ์ ระดับสมรรถนะและ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปี ที่ จัดทํา ผ่าน ร้อยละ 20 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 ต่อปี 2.6 จํานวนบุคลากรด้าน การท่องเที่ยวได้รับการพัฒนา ทักษะให้ได้มาตรฐาน การ ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ต่ํากว่า 125 , 000 ราย กลยุทธ์และแนวทางในการพัฒนา กลยุทธ์ที่ 2.1 : พัฒนาความปลอดภัย สุขอนามัย และมาตรำนการท่องเที่ยวตลอดเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว ( Global Standardization) • แนวทางที่ 2.1. 1 : ยกระดับและรักษามาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัย ตลอดเส้นทางและ จุดหมายปลายทาง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว ( Hygiene and Wellness) • แนวทางที่ 2.1. 2 : พัฒนาและบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงกํากับดูแลนักท่องเที่ยวตลอด การท่องเที่ยว เพื่อให้ได้รับสินค้าและ บริการอย่างปลอดภัย ( Tourist Safety)

71 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) • แนวทางที่ 2.1. 3 : ควบคุม ดูแล และสนับสนุนการขึ้นทะเบียนมาตรฐานเพื่อการท่องเที่ยว ทุกประเภท อย่างสม่ําเสมอ และปรับปรุงทบทวนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ( Reviewing and Enforcing Stringent Standards) กลยุทธ์ที่ 2.2 : ยกระดับโครงสร้างพื้นำนด้านดิจิทัลและข้อมูลสารสนเทศ (Digital & Data Infrastructure) • แนวทางที่ 2.2. 1 : สนับสนุนการขยายขอบเขตและคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ รวมถึง ปรับปรุงระบบสื่อสารให้มีความ เส ถียร เพื่อสนับสนุนการให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ( ICT Readiness) • แนวทางที่ 2.2. 2 : ส่งเสริมและพัฒนาศูนย์กลางฐานข้อมูลด้านการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยีและ นวัตกรรมที่ทันสมัย และการบูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการจัดการภายใน และนําไปสู่การให้บริการที่เป็นเลิศ ( One - Stop - Database) • แนวทางที่ 2.2. 3 : สนับสนุนการบริหารจัดการของหน่ว ยงานในภาคการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและ เอกชนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการทํางานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ( Digital Organization) กลยุทธ์ที่ 2.3 : พัฒนาและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นำนด้านการเดินทาง และสาธารณูปโภคเพื่อรองรับ นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างทั่วถ ง ( Connectivity & Universal Design) • แนวทางที่ 2.3. 1 : ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอํานวยความสะดวกตลอดการเดินทางจนถึง แหล่งท่องเที่ยวและทุกจุดหมายปลายทาง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับคุณค่าจากการท่องเที่ ยว มากยิ่งขึ้น ( Value - Added Destination) พร้อมทั้งคํานึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าในการลงทุน • แนวทางที่ 2.3. 2 : เชื่อมโยงและบริหารจัดการระบบคมนาคมทุกประเภทให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่าง ไร้รอยต่อ ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ( Connecting - the - dot Transportation) กลยุทธ์ที่ 2.4 : พัฒนาศักยภาพของบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาห กรรมการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ และมีขีดความสามารถในการแข่งขัน ( Thai - Class Potential) • แนวทางที่ 2.4. 1 : ยกระดับกรอบสมรรถนะสําหรับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ( Thai Tourism Competencies) ให้สอดคล้องตามมาตรฐานสมรรถนะบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน และมาตรฐานระดับสากล • แนวทางที่ 2.4. 2 : เพิ่มขีดความสามารถภาคการศึกษาด้านการท่องเที่ยว ด้วยความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อจัดทําหลักสูตรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับสากล ( Tourism and Hospitality Education) • แนวทางที่ 2.4. 3 : พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้สําหรับบุคลากรท่องเที่ยวที่ทันสมัยและเข้ากับบริบท แวดล้อมในปัจจุบัน ( Upskill and Reskill) เช่น Digital Marketing การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การปรับตัว ของผู้ประกอบการ เป็นต้น • แนวทางที่ 2.4. 4 : เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ทําให้เกิดการพัฒนาความรู้และทักษะ อย่างมี ประสิทธิภาพ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ( Innovative Learning Process)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 72 กลยุทธ์ที่ 2. 5 : สนับสนุนการใช้ข้อมูลด้านเศร กิจการท่องเที่ยว ( Tourism Economy ) เพื่อการ กําหนดนโยบายการท่องเที่ยวระดับประเทศ และการวางแผนดําเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ • แนวทางที่ 2. 5 .1 : สนับสนุนงานวิจัยเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว โดยใช้ฐานข้อมูลด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ประกอบการวิจัย ( Tourism Research and Statistics ) • แนวทางที่ 2. 5 .2 : การเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับประสบการณ์ ด้านการ ท่องเที่ยว ( T ourism Experience ) การมอบประสบการณ์การท่องเที่ยว ครบวงจร เป็นปัจจัยหนึ่งในการพัฒนาการท่องเที่ยวเน้นคุณค่า โดยเส้นทางการท่องเที่ยวจะเริ่มตั้งแต่ก่อนการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว การสื่อสารการตลาดที่ตรงใจและ สร้างสรรค์ การคมนาคมขนส่งที่ มีคุณภาพและมาตรฐาน แหล่งท่องเที่ ยวและรูปแบบกา รท่องเที่ ยว ที่หลากหลายพร้อมรองรับความต้องการที่แตกต่าง รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยและ ความสะดวกสบาย ตล อ ด การเดินทาง ซึ่งจะสามารถยกระดับให้มีคุณค่าและคุณภาพสูงขึ้นได้ด้วยการเชื่อมโยงความร่วมมือ การ คิด เชิงออกแบบ และข้อมูลเชิงลึก เป้าประสงค์ 3.1) นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทย พร้อม ได้รับ ป ร ะสบการณ์ที่สะดวก ปลอดภัย และบริการที่เป็นเลิศ 3.2) ประเทศไทยมีรูปแบบการท่องเที่ ยวศักยภาพสูงที่ โดดเด่น มีกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ ยว ที่หลากหลาย เพื่อรองรับความสนใจและพฤติกรรมที่แตกต่างกันของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม 3.3) การสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวไทยมีประสิทธิภาพและโดดเด่น มอบข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ทุกช่องทาง ทุกที่ และทุกเวลา ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และ กระบวนการคิดเชิง นวัตกรรม ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 3 ตารางที่ 3 - 3 : ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 3 อันดับ ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 3 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 3.1 ระดับความพึงพอใจของ นักท่องเที่ยวไทยและ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ เดินทางท่องเที่ยวในไทย เพิ่มขึ้น 0.05 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.05 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.05 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.05 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.05 คะแนน 3.2 อัตราการเติบโตของรายได้ จากรูปแบบการท่องเที่ยวที่มี ศักยภาพสูงในประเทศไทย ไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 5 ไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 5 ไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 5 ไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 5 ไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 5 3.3 อันดับ Global Wellness Travel โดย Global Wellness Institute 1 ใน 5 ภายในปี พ.ศ. 2570

73 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) อันดับ ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 3 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 3.4 อัตราการรับรู้ภาพลักษณ์ ของแบรนด์ประเทศไทย ที่แตกต่าง ปลอดภัย สําหรับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา ไม่ต่ํากว่า ปีที่ผ่านมา กลยุทธ์และแนวทางในการพัฒนา กลยุทธ์ที่ 3.1 : สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอันน่าประทับใจที่มีคุณค่าเพื่อตอบสนองความต้องการ ของนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม ( Value - Based Tourism) • แนวทางที่ 3.1. 1 : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง ( Immersive technology เช่น AR/VR) ตามจุดหมายยอดนิยม ของนักท่องเที่ยวและการบริการเพื่อสร้างความแปลกใหม่และความประทับใจ แก่นักท่องเที่ยว • แนวทางที่ 3.1. 2 : สนับสนุนการสร้างและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรอบสถานี และระบบขนส่งมวลชน ( TOD – Transit - Oriented Development) • แนวทางที่ 3.1. 3 : สื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสถึงคุณค่าของสินค้าและบริการ ด้านการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ( Value - Based Communication) • แนวทางที่ 3.1. 4 : ยกระดับประสบการณ์การเดินทางเข้า – ออกประเทศที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีล้ําสมัย ( Smart Borders) กลยุทธ์ที่ 3.2 : ส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่หลากหลายและ สร้างสรรค์ ของไทย ( High - Potential and Creative Tourism) • แนวทางที่ 3.2.1 : ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ด้วยการออกแบบและผลักดัน กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทยให้โดดเด่นและดึงดูดนักท่องเที่ยว (Creative Tourism) • แนวทางที่ 3.2.2 : ยกระดับการบริการและสถานที่ให้มีความพร้อมและส่งเสริม การท่องเที่ ยว เชิงธุรกิจ ( MICE) ทั้งในรูปแบบการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การเข้าร่วมการประชุม การสัมมนา การเจรจาธุรกิจ และการจัด งานมหกรรม แสดงสินค้าหรือบริการนานาชาติ • แนวทางที่ 3.2.3 : ส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ( Sport Tourism) ของประเทศไทยให้เป็นจุดหมาย ปลายทางที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่พํานักตั้งแต่ในระยะสั้นถึงระยะยาว ผ่านจําหน่ายสินค้า การจัดกิจกรรมนันทนาการและการแข่งขันกีฬาระดับประเทศและนานาชาติ • แนวทางที่ 3.2. 4 : ส่งเสริม การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิง สุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย ( Medical & Wellness Tourism) ผ่านการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม งานวิจัย และองค์ ความรู้ มาต่อ ยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมและสมุนไพรไทยเพื่อประยุกต์ใช้ในการบําบัดรักษา ตามมาตรฐานสากล • แนวทางที่ 3.2. 5 : พัฒนาคุณภาพกิจกรรม ทางน้ํา เช่น การดําน้ํา เซิร์ฟ และ พายเรือคายัค เป็นต้น รวมไปถึงพัฒนาการ บริการ และแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางทางทะเล ชายฝั่ง และลุ่มแม่น้ําสายสําคัญ โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งภายในและระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา ที่โดดเด่นและมีคุณภาพ ( Coastal Maritime and River Tourism) • แนวทางที่ 3.2. 6 : สนับสนุนรูปแบบ การท่องเที่ยวที่มีความเชื่อมโยงระหว่างชุมชน อนุภูมิภาคและ นานาชาติ ( Connectivity) ผ่านการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับศักยภาพของ เขต

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 74 พัฒนาการท่องเที่ยวแต่ละเขต ( Tourism Clusters) เพื่อเพิ่มความหลากหลายของประสบการณ์ การท่องเที่ยว • แนวทางที่ 3.2.7 : ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่าง มีความรับผิดชอบ โดยการพัฒนากิจกรรมและเส้นทาง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ ไม่เกิดการทําลาย แต่ยัง ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และ วัฒนธรรมไทย และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมและองค์ความรู้เพื่อคงไว้ซึ่ งควำมอุดมสมบูรณ์ของ ฐานทรัพยากร ( Responsible Tourism) กลยุทธ์ที่ 3.3 : ส่งเสริม การตลาดเชิงรุกมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเชิงคุณภาพด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ( Quality - Based Marketing) • แนวทางที่ 3.3. 1 : สื่อสารการตลาดท่องเที่ยวด้วยการวิเคราะห์ความต้องการเชิงลึกของนักท่องเที่ยว อย่างตรงใจ ( Data - driven Personalized Marketing) • แนวทางที่ 3.3. 2 : กระตุ้นนวัตกรรมทางการตลาด ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านสื่อใหม่ และ เสริมสร้างการตลาดทุกช่องทางและเชื่อมโยงกันอย่างไร้ รอยต่อ เพื่อการตลาดที่มีประสิทธิภาพเข้าถึง นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มได้ทุกที่ทุกเวลา ( Innovative & Omnichannel Marketing) • แนวทางที่ 3.3. 3 : ประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาดท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ บนพื้นฐาน ของศักยภาพการรองรับในแต่ละพื้นที่ และความพร้อมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ( Responsible Marketing) ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( Sustainable Tourism ) การท่องเที่ยวของประเทศจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว จะต้องมีการพัฒนาบนพื้นฐาน ของ ความยั่งยืนของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภาคการผลิตและธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวมีการเติบโต อย่างยั่งยืน มีการพัฒนาแหล่ งท่องเที่ยวและชุมชนท่องเที่ยว โดยคํานึงถึงความสามารถในการรองรับ นักท่องเที่ยว พร้อมการบริหารจัดการจํานวนนักท่องเที่ยว และการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก การท่องเที่ยว เช่น การปล่อยมลพิษ ของเสีย และภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยสามารถ ต่อยอดและสร้างคุณค่าจากทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม เอกลักษณ์ความเป็นไทย และแหล่งท่องเที่ยว ในปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน เป้าประสงค์ 4.1) การท่องเที่ยวของไทยมีการปร ะยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการกระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยว 4.2) วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และเอกลักษณ์ความเป็นไทยคงอยู่ในสังคมสืบต่อไป พร้อมทั้ง มีการต่อยอดเพิ่มมูลค่าด้วย กระบวนการคิดเชิงออกแบบ อย่างสร้างสรรค์ 4.3) การท่องเที่ยวไทยมีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ รวมถึงการกําจัดของเสียและลดมลพิษ เพื่อคงความเป็นแหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ 4.4) แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม และชุมชนของประเทศไทยมีมาตรฐานความ ยั่งยืนระดับสากล

75 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 4 ตารางที่ 3 - 4 : ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 4 อันดับ ตัวชี้วัดรายยุทธศาสตร์ที่ 4 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568 ปี 2569 ปี 2570 4. 1 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจกและการสร้างขยะ ในภาคการผลิตของ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ลดลง ร้อยละ 2 จากปีที่ ผ่านมา ลดลง ร้อยละ 2 จากปีที่ ผ่านมา ลดลง ร้อยละ 2 จากปีที่ ผ่านมา ลดลง ร้อยละ 2 จากปีที่ ผ่านมา ลดลง ร้อยละ 2 จากปีที่ ผ่านมา 4. 2 จํานวนแหล่งท่องเที่ยวและ ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ได้รับ มาตรฐานความยั่งยืน ในระดับสากล ( GSTC) ปีฐาน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 ต่อปี เพิ่มขึ้น ร้อยละ 3 0 ต่อปี 4. 3 อันดับ Sustainable Travel Index โดย Euromonitor International 1 ใน 50 ภายในปี 2570 4. 4 มูลค่าการลงทุนและสัดส่วน มูลค่า การสะสมทุนถาวร เพื่อการท่องเที่ยวในมิติ วัฒนธรรม ต่อมูลค่า การสะส ม ทุน ด้านการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้ น เป็น ร้อย ละ 1.7 ต่อปี เพิ่มขึ้ น เป็น ร้อยละ 1.9 ต่อปี เพิ่มขึ้น เป็นร้อย ละ 2.1 ต่อปี เพิ่มขึ้น เป็นร้อย ละ 2.3 ต่อปี เพิ่มขึ้น เป็นร้อย ละ 2.5 ต่อปี กลยุทธ์และแนวทางในการพัฒนา กลยุทธ์ที่ 4.1 : เสริมสร้างความสมบูรณ์แก่สิ่ งแวดล้อมและแหล่งท่องเที่ ยวธรรมชาติ ( Enriched Environment ) • แนวทางที่ 4.1. 1 : อนุรักษ์และต่อยอดทรัพยากรธรรมชาติ จัดการแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และลด การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากสิ่งแวดล้อม ( Nature Preservation) • แนวทางที่ 4.1. 2 : ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อบริหารจัดการทรัพยากร ทางธรรมชาติ ( Natural Resources Management) • แนวทางที่ 4.1. 3 : ยกระดับการบริหารจัดการของเสียและมลพิษจากภาคการท่องเที่ยว รวมถึง การเพิ่ม มูลค่า จากขยะ ( Zero Waste Tourism) • แนวทางที่ 4.1. 4 : พัฒนากฎระเบียบและแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก การท่องเที่ยว ( Carbon Footprint Control) และส่งเสริมรูปแบบการเดินทางและขนส่งที่มีผลกระทบต่ อ สิ่งแวดล้อม ต่ํา ( Low Emission Transportation) • แนวทางที่ 4.1. 5 : บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีต่อ แหล่งท่องเที่ยว และภาคธุรกิจ ( Climate Change Impacts) • แนวทางที่ 4.1. 6 : ผลักดันแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้ได้มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ( G r een Destination Standards) เช่น มาตรฐาน GSTC หรือเป้าหมาย SDGs ที่เกี่ยวข้องกับ แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 76 กลยุทธ์ที่ 4.2 : ส่งเสริมการอนุรัก ์ และต่อยอดทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและเอกลัก ณ์ความเป็นไทย ด้วยการประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย ( Thai Cultures and Identities) • แนวทางที่ 4.2. 1 : ฟื้นฟูทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและมรดกที่เป็นสิ่งปลูกสร้างและยกระดับคุณค่าของ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมด้วยนวัตก รรมและเทคโนโลยี ( Enhance Culture) • แนวทางที่ 4.2. 2 : ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเผยแพร่ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว จั ดกิ จกรรมเทศกาลและประเพณี ไทย ที ่ ทําให้ เกิ ดการเรี ยนรู ้ และสื บสานวั ฒนธรรมไทย อย่างสร้างสรรค์ ( Unique Thai Festivals and Mega - Events) • แนวทางที่ 4.2. 3 : เพิ่ มมูลค่าและส่งเสริมอาหารไทยผ่านการท่องเที่ ยวด้วยการใช้นวัตกรรม อย่างสร้างสรรค์ ( Innovative Thai Cuisine) กลยุทธ์ที่ 4.3 : ส่งเสริม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ใน การบริหารจัดการนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ( Effective Tourists Management) • แนวทางที่ 4.3. 1 : ทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบเรื่อง ขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ ( Carrying Capacity ) ของแหล่งท่องเที่ ยวต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับบริบทปัจจุบันแล ะ ความสามารถ ในการรองรับนักท่องเที่ยว • แนวทางที่ 4.3. 2 : ส่งเสริมการบริหารจัดการ ขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ ( Carrying Capacity ) โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น E - ticket GPS และ Digital Platform (Data - driven Tourists Management) เป็นต้ น

77 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 6. ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) สามารถบรรลุตามวิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ ตัวชี้วัด และ ยุทธศาสตร์การพัฒนา จึงได้จัดทําตัวอย่างโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ โดยมี รายละเอียด ของโครงการ แนวทาง การดําเนินงา น เป้าหมายการดําเนินงาน และ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้ 6.1 ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างความเข้มแขงและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ( Resilient Tourism) โ ครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ กลยุทธ์ที่ 1.1 สร้างความเข้มแขงให้กับภาคการผลิตและผลักดันนวัตกรรมเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ ( Resilient Supply – Side) 1) โครงการฟื้นฟู ศักยภาพขอ ง ผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวให้กลับมา พร้อมรับนักท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพและ ยั่ง ยืน 1) ศึกษา แนวทางการใช้งบประมาณจากกองทุน หรือ แหล่งงบประมาณ อื่น เพื่อส่งเสริมภาคการผลิตของ ประเทศไทยให้สามารถ ฟื้ นตัวอย่างเต็ม รูปแบบ 2) ศึกษาแนวทางหรือกรอบสําหรับการบริหารการให้เงินฟื้นฟู ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟู การท่องเที่ยวไทย ให้กลับสู่ภาวะปกติก่อน เกิดสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 3) กําหนด เกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคเอกชนอย่าง เ หมาะสม ใน แต่ ละ บริบทของ สภาพ แวดล้อม สถานการณ์ การท่องเที่ยวของประเทศไทย 4) กําหนด เงื่อนไขสัดส่วนการใช้สินค้าไทย หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เหมาะสม และ สอดคล้องกับแนวทาง การพัฒนาการท่องเที่ยวไทยแก่ธุรกิจที่ขอรับ เงินฟื้นฟู 5) ศึกษา แนวทางในการวัดและประเมินผลความสําเร็จจาก การช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ธุรกิจและผู้ประกอบการเอกชนในภาคการท่องเที่ยว 1) ภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ได้รับการฟื้นฟูจาก ผลกระทบจาก สถานการณ์ การแพร่ระบาดของ โรคโควิด - 19 2) ผู้ประกอบการในภาคเอกชนได้รับ การสนับสนุนหรือส่งเสริม เพื่อ เพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขัน สํานักงา น ปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 2) โครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพ ใน ภาค การท่องเที่ยว 1) ยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประยุกต์และต่อยอดงานวิจัยและพัฒนา ด้วยการนําภูมิปัญญา วัฒนธรรม และทรัพยากรในท้องถิ่นผสมผสาน 1) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้รับ การเ สริมสร้างความเข้มแข็ง กรมการท่องเที่ยว

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 78 โ ครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ ด้วยเทคโนโลยีล้ําสมัย “ Smart Tourism Enterprise” ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ( Value added) เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในปัจจุบัน 2) จัดการอบรม สัมมนาให้ ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตและการบริการการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี พร้อมทั้ง ให้ คําปรึกษาแนะนําเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ 3 ) เชื่อมโยงธุรกิจ (Business Matching) 2) สินค้าและบริการ ได้รับการพัฒนา ให้ มี คุณภาพ ส่งผลให้นักท่องเที่ยว เกิ ดความประทับใจและมาท่องเที่ยวซ้ํา 3 ) โครงการเทศกาล เที่ยวเมืองไทย 1) จัดงาน เทศกาลท่องเที่ยวระดับชาติ ภายใต้ชื่อ “ งานเทศกาลเที่ยว เมืองไทย ” ( Tourism Thailand Festival : TTF) เพื่อนําเสนอสินค้า บริการทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคตให้นักท่องเที่ยว ได้สัมผัส 2) ส่งเสริมสินค้าไทยและวัตถุดิบไทยที่ขึ้นทะเบียน Thailand Trust Mark ให้เป็นที่รู้จักผ่านงานเทศกาลเที่ ย วเมืองไทย 1) ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ได้รับการส่งเสริมให้ ใช้ สินค้า วัตถุดิบและ ทรัพยากรของ ประเทศไทย 2) สินค้าไทยได้รับการพัฒนาและ สนับสนุน ให้มีคุณภาพ 3) ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้รับการพัฒนาและสามารถ ลด การรั่วไหลทางรายได้ การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย กลยุทธ์ที่ 1.2 กระจายรายได้และความเจริญจากการท่องเที่ยวอย่างทั่วถ งทุกพื้นที่ และลดการรั่วไหลในภาคการท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม ( Equitable Tourism) 1 ) โครงการ ส่งเสริมและ พัฒนาการท่องเที่ยว โดยชุมชน เพื่อรองรับ การตลาดท่องเที่ยวรูปแบบ วิถีชีวิตใหม่ ( New Normal) 1) ส่งเสริมการเพิ่มคุณค่าของต้นทุนทรัพยากรสู่การเป็นสินค้าและ บริการบนฐานอัตลักษณ์ของชุมชน 2) เสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวด้วย ตนเองอย่างยั่งยืน 3) ส่งเสริมและพัฒนา ต่อยอด การท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่มีศักยภาพ เช่น แหล่งท่องเที่ยวเนินทราย ( Sand Dune) อําเภอปะทิว จังหวัดชุมพร หรือ ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 1) การท่องเที่ยวโดยชุมชน ได้รับ การพัฒนาและส่งเสริมให้มีมาตรฐาน ระดับสากล 2) รายได้จากการท่องเที่ยวกระจาย สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง กรมการท่องเที่ยว

79 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โ ครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ 4 ) ส่งเสริม สนับสนุน อบรม สร้างองค์ความรู้ให้กับชุมชน รวมทั้งพัฒ นำ กลไกการขับเคลื่อนระบบการบริหารจัดการ 5 ) พัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เข้าสู่มาตรฐานการท่องเที่ยว สากล 6 ) พัฒนาศักยภาพเครือข่ายและความแข็งแรงของกลุ่มท่องเที่ยว โดย ชุมชน พร้อมทั้ง เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ชุมชนท่องเที่ยวผ่านสื่อต่าง ๆ 2 ) โครงการกระจายพื้นที่ และช่วงเวลาท่องเที่ยว 1) ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ เมืองรองผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และ ส่งเสริมการขายและบริหารจัดการกระแสการเดินทางท่องเที่ยวพื้นที่ เมืองรอง 2) ส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการขายเพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว 3) กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พํานักในประเทศไทย และ/หรื อนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยแล้วให้ เดินทางกระจายไปยังพื้นที่รอง โดยการนําเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยว เชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้และประสบการณ์การ ท่องเที่ยวในพื้นที่และร่วมกับพันธมิตร 1) รายได้และ จํานวนนักท่องเที่ยว เดินทางเข้าพื้นที่จากการส่งเสริม การท่องเที่ยวเมืองรอง เพิ่มขึ้น 2) รายได้และ จํานวนนักท่องเที่ยว เดินทางท่องเที่ยววัน ธรรมดาเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย 3) โครงการส่งเสริม การท่องเที่ยวในพื้นที่ เมืองรอง 1) โฆษณา/ประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์เมืองรอง ผ่าน Content Marketing ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์เมืองรอง 2) สนับสนุนช่องทางการเสนอขาย ( Platform) แก่พันธมิตร (บริษัท นำเที่ยว โรงแรม/ที่พัก เป็นต้น) ผ่าน การเข้าร่วมงาน/จัดงานส่งเสริม การขาย Consumer Fair 3) มอบสิทธิพิเศษในการเดินทาง ท่องเที่ยวเมืองรองไม่ว่าจะเป็นส่วนลด การซื้อสินค้า/บริการ คะแนนสะสมพิเศษของที่ระลึก 1) เพื่อพัฒนาการประชาสัมพันธ์ การ ท่องเที่ยวไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว ไทยและ กลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย 2) เพื่อลดการพึ่งพานักท่องเที่ยว กลุ่มใด กลุ่มหนึ่งหรือชาติใดชาติหนึ่ง 3) เพื่ อสร้างรากฐานการท่องเที่ยว ไทยให้ มีความแข็งแรง การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 80 โ ครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ 4) จัดกิจกรรม Event Marketing หรือเทศกาลประเพณีในพื้นที่กระตุ้น การเดินทางท่องเที่ยวเมืองรอง 5) จัดกิจกรรม Online Marketing สร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยว ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการบอกต่อประสบการณ์การเดินทาง 4 ) โครงกำรพัฒนาและ ส่งเสริมกา ร ประชาสัมพันธ์ แพลตฟอร์ม Online Travel Agency (OTA) สัญชาติไทย 1 ) สํารวจและศึกษาแพลตฟอร์มอํานวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ( OTA) ที่มีศักยภาพในการเติบโตและมีขีดความสามารถสูงในการเป็น ที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 ) สนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มนั้น ๆ สามารถขยายพื้นที่ให้บริการ และมีบริการที่ครบถ้วนที่จําเ ป็นในการท่องเที่ยว อีกทั้ง ส่งเสริม การพัฒนาให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล 3 ) สนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมมือกันสร้างเครือข่ายผลักดันให้ผู้ประกอบการชาวไทยนํานวัตกรรมนี้ มาบูรณาการกับธุรกิจของตน เพื่ออํานวยความสะด วกในการจัดหา ตั๋วการเดินทาง และที่พักในทุกพื้นที่ของประเทศไทยแก่นักท่องเที่ยว 4 ) สื่อสารการตลาดโดยตรงไปยังนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยสื่อกลางที่มีประสิทธิภาพและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หันมาใช้ แพลตฟอร์ม OTA สัญชาติไทยทดแทนแพลตฟอร์มต่างชาติอื่น ๆ 1) เพื่อลดความรั่วไหลของรายได้ ที่เกิดขึ้นจากห่วงโซ่อุปสงค์อุปทาน ธุรกิจพิเศษในภาคการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย 2) เพื่อผลักดันธุรกิจที่มุ่งเน้นการพัฒนา นวัตกรรม สําหรับภาคการท่องเที่ยว 3) เพื่อลดการพึ่งพาบริการจากบริษัท ต่างชาติในภาคการท่องเที่ยว กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม 5 ) โครงการสนับสนุน การทบทวนกฎหมาย ด้านพื้นที่และการ ดําเนินงานและการลงทุน ของนักลงทุนต่างชาติ ในอุตสาหกรรมที่ 1) ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในด้านพื้นที่การลงทุนเพื่อกิจกรรมทางการท่องเที่ยว และการลงทุนของ นักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเพื่อทบทวนกฎหมาย ที่ไม่เอื้ออํานวยต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว 2) บูรณาการความร่วมมือกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในการ ยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย 1) เพื่อลดการกระจุกตัวของ แหล่ง ท่องเที่ยวหรือสถานประกอบการ โรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 2) เพื่อลดการรั่วไหลของรายได้จาก การท่องเที่ยวไปยังนักลงทุนต่า งชาติ สํานักงาน ป.ย.ป.

81 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โ ครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ เกี่ยวข้องกับการ ท่องเที่ยว ( Regulatory Guillotine) 3) เพื่อสนับสนุนการดําเนินงาน ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 4) เพื่อยกเลิกกฎหมายที่ไม่ เอื้ออํานวยต่อการพัฒนาการ ท่องเที่ยวไทย กลยุทธ์ที่ 1. 3 ส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ( Quality – Based Tourism) 1) โครงการปั้นชุมชน ท่องเที่ยวต้นแบบ คุณภาพสูง ( High Performance Community - based Tourism Initiatives) 1) ศึกษาและวิเคราะห์จุดเด่นของแต่ละชุมชนในพื้นที่โดย การวิเคราะห์ ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลกลางถึงการวิเคราะห์ข้อมูล ในระดับพื้นที่ 2) คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพสูงและมีความพร้อม ในการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีเพื่อการต่อยอด โดยพิจารณาชุมชนที่เข้าร่วมกับโครงการ คิดถึงชุมชนของ อพท. ก่อนในระยะ 2 ปีแรก และพิจารณาการคัดเลือก และสนับสนุนชุมชนใหม่ ๆ ใน 3 ปีหลัง 3) ออกแบบกิจกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละชุมชน พร้อมทั้ง สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีใ นการต่อยอดการสร้างสรรค์กิจกรรม สินค้า และบริการ 4) ออกแบบเส้ นทางการท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบ 5) ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การเดินทางท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวใน บริเวณชุมชนต้นแบบที่ได้รับการคัดเลือก และสนับสนุนให้นักท่องเที่ยว เสนอแนะความคิดเห็นในการพัฒนากิจกรรม สินค้าและบริการชุมชน และการถ่ายทอดประสบการณ์จริงสู่ผู้อื่น 6) ประเมิน ติดตามผล และให้ข้อเสนอแน ะในการพัฒนากับชุมชนอย่า ง ต่อเนื่อง 1) เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า และส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน 2) เพื่อเชื่อมโยงและกระจาย ความเจริญไปสู่ระดับชุมชน อ งค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน (องค์การ มหาชน )

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 82 โ ครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ 2 ) โครงการสร้างรายได้ จากการท่องเที่ยวโดย ชุมชนเชิงสร้างสรรค์ผ่าน ตลาดมูลค่าสูง 1) กิจกรรมการพัฒนาและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิ ง สร้างสรรค์ สู่ตลาดมูลค่าสูง 2) กิจกรรมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทางการท่องเที่ยวกับการ ท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ 3) กิจกรรมการยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่ มาตรฐาน ระดับสากล 4) กิจกรรมสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ 5) กิจกรรมติดตามประเมินผลลัพธ์การพัฒนาสู่ตลาดมูลค่าสูง 1 ) ต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงสร้างสรรค์ สําหรับตลาดคุณภาพ สามารถนํา เสนอขายสู่ตลาดคุณภาพ มูลค่าสูงได้ 2) สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวผ่าน การเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงสร้างสรรค์ 3) ต้นแบบและหลักสูตรการท่องเที่ยว โดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์สามารถขยาย ผลการพัฒนาไปยังภาคีเครือข่าย ในระยะต่อไป 4) อพท. เป็นหน่วยงานหลักในการ ขับเคลื่อนเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน โดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิด การ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทั้งในมิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 5) ประเทศไทยมีสินค้าและบริการ ด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ เหมาะสมกับตลาดคุณภาพมากขึ้น อ งค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน (องค์การ มหาชน) 3 ) โครงการส่งเสริมตลาด นักท่องเที่ยวกระแสหลั ก และ ก ระตุ้นการเดินทาง ของนักท่องเที่ยวไทย 1) ส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวกระแสหลักให้มีจํานวนความถี่ ในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ตามศักยภาพการรองรับ ของแต่ละพื้นที่ 1) เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวชาว ไทยเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย

83 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โ ครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ 2) จัดงานเทศกาลท่องเที่ยว เพื่อสร้างกระแสเดินทางภายในประเทศ และสร้างการตระหนักถึงการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม 3) พัฒนาและสร้างสรรค์ Event เพื่อกระตุ้นความถี่ในการเดินทางและ เพิ่มจํานวนวันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมทั้ง กระจายการเดินทางไปยังพื้นที่รอง 4) จัดทําสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย ในรูปแบบ Online หรือ Offline เพื่อนำเสนอสินค้า และบริการท่องเที่ยว โดยใช้ Content ที่เข้าถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบต่าง ๆ 2) เพื่อกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ การท่องเที่ยวในเมือง อื่น ๆ และ ชุมชนท้องถิ่น 3) เพื่อ เพิ่มตัวเลือกในการเดินทาง ใหม่ ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทย 4 ) โครงการพัฒนา คลังข้อมูล 1) สํารวจ วิเคราะห์และจัดทําฐานข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับ พฤติกรรมและแนวโน้มในการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายทั้ง ตลาดในและตลาดต่างประเทศ เพื่อนํามาวิเคราะห์สัดส่วนที่เหมาะสม ของนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ 2) พัฒนาและประชาสัมพันธ์ศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว (TATIC - TAT Intelligence Center) เพื่อการนำเสนอข้อมูล การท่องเที่ยว เชิงการตลาดที่แม่นยำและน่าเชื่อถือ 3) จัดทําแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ในการประมาณการจ ํา นวน นักท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1) เพื่อพัฒนาการประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว ไทย และกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย 2) เพื่อลดการพึ่งพานักท่องเที่ยว กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือชาติใดชาติหนึ่ง 3) เพื่อสร้างรากฐานการท่องเที่ยว ไทยให้มีความแข็งแรง การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย 5 ) โครงการพัฒนาสินค้า และบริการท่ องเที่ยวให้ มี มูลค่าเพิ่ม 1) สร้างสรรค์และพัฒนา Content ของสินค้าบริการทางการท่องเที่ยว ไทย เพื่อนำ เสนอ คุณค่าการท่องเที่ยว หรือต่อยอดทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น เอกลักษณ์ท้องถิ่น และจุดเด่นของทรัพยากรธรรมชาติ 2 ) จัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ภาครัฐและเอกชนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อให้ประเทศไทยมีสินค้าอัตลักษณ์ ประจําชาติ การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 84 โ ครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ 6 ) โครงการยกระดับและ เพิ่มมูลค่าสินค้าและ บริการท้องถิ่น เพื่อการท่องเที่ยวหลังโควิด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ด้วยการนําเทคโนโลยีและ นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มา ผนวกเข้ากับวัฒนธรรมที่ดีงาม ในแต่ละท้องถิ่น โดยขับเคลื่อนผ่าน Happy Model สนับสนุน การยกระดับ การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงทั่วประเทศ สินค้าหรือบริการเพื่อการท่องเที่ยว ได้รับการยกระดับ มีมูลค่าเพิ่ม และ สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว สํานักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 6.2 ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนา ป จจัยพื้นำนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ มีคุณภาพสูง ( Quality Tourism ) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ กลยุทธ์ที่ 2 . 1 พัฒนาความปลอดภัย สุขอนามัย และมาตรำนการท่องเที่ยวตลอดเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว ( Global Standardization) 1 ) โครงการส่งเสริม การขึ้นทะเบียนมาตรฐาน ด้านการท่องเที่ยวไทยของ ผู้ประกอบการที่พัก และ สินค้าและบริการ ด้านการท่องเที่ยว 1) สํารวจจํานวน ตําแหน่งที่ตั้ง และลักษณะการประกอบกิจการที่พัก สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเพื่อประเมินศักยภาพในการขึ้น ทะเบียนมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว 2) ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน ด้ำนการท่องเที่ยว ให้แก่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว 3) ออกแบบแนวทางการขึ้นทะเบียนและรับการประเมินมาตรฐานด้าน การท่องเที่ยวให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูง 4) ส่งเสริมกิจการที่มีศักยภาพสูงทั่วประเทศลงทะเบียนเข้าสู่มาตรฐาน การท่องเที่ยวไทยให้มากที่สุด รวมถึง ผลัก ดันและกระตุ้นกิจการที่มี ศักยภาพต่ําให้เกิดการพัฒนาสอดคล้องกับมาตรฐานการท่องเที่ยว 1) เพื่อส่งเสริมการลงทะเบียนเข้าสู่ มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยให้กับ กิจการ ที่มีศักยภาพสูงทั่ ว ประเทศ 2) เพื่อกระตุ้นและผลักดันกิจการ ที่ยังมีศักยภาพต่ําเกิดการพัฒนาและ ลงทะเบียนเข้าสู่มาตรฐานการ ท่องเที่ยวไทยในอนาคต กรมการท่องเที่ยว 2 ) โครงการยกระดับ มาตรฐาน โฮมสเตย์ไทยและ 1) กระตุ้นให้สถานประกอบการโฮม ส เตย์เข้าสู่มาตรฐาน โฮมสเตย์ไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ 1) เพื่อส่งเสริมการมีมาตรฐานของ โฮม ส เตย์ไทย กรมการท่องเที่ยว

85 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ การศึกษาผลประโยชน์ต่อ การพัฒนา การท่องเที่ยว 2) ปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานโฮม ส เตย์ให้ครอบคลุม ด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนความยั่งยืน อาทิ กําหนดพื้นที่สีเขียวบริเวณโฮม ส เตย์ เป็นต้น 3) สนับสนุนความร่วมมือกับภาคการศึกษาเพื่อการศึกษาและวิเคราะห์ ผลประโยชน์ของมาตรฐานโฮม ส เตย์ในมิติต่าง ๆ เช่น การพัฒนา คุณภาพ ชีวิตของผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียง การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่การท่องเที่ยวไทย 2) เพื่อศึกษาประโยชน์และแนวทาง การพัฒนาการท่องเที่ยวโฮม ส เตย์ไทย 3 ) โครงการยกระดับ มาตรฐานและ ความปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยว 1) จัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครการท่องเที่ยว 2) กิจกรรมรณรงค์พื้นที่ความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเพื่อสร้าง ความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว 3) ประชาสัมพันธ์และรณรงค์ความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว 1) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ นักท่องเที่ยว 2) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้าน ความปลอดภัยของประเทศไทยให้แก่ นักท่องเที่ยว กองบัญชาการตํารวจ ท่องเที่ยว 4 ) โครงการพัฒนา แพลตฟอร์มศูนย์กลาง ความช่วยเหลือ ในด้านความปลอดภัย 1) จัดทําแพลตฟอร์มบริการแจ้งเหตุด้านความปลอดภัยของ นักท่องเที่ยวทั้งในรูปแบบสายด่วนและออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับ แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติ ที่สามารถระบุตําแหน่ง นักท่องเที่ยวและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทันที 2) เชื่อมโยงบูรณาการกระจายหน้าที่ให้กับตําร วจท่องเที่ยว 3) จัดหน่วยงานดูแลความปลอดภัยเฉพาะกิ จด้านการท่องเที่ยว รวมถึง บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรอาสาสมัคร การท่องเที่ยวไทย (อสท.) ระดับพื้นที่เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยผู้อาศัยในพื้นที่ภายใ น จังหวัดต่าง ๆ 4) พัฒนาระบบดาวเทียมเพื่อระบุตําแหน่งของนักท่องเที่ยวและเพื่อให้ เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวนักท่องเที่ยวเพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณี ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที 1) เพื่อสร้างการทํางานอย่าง บูรณาการระหว่างหน่วยงานในระดับ ภูมิภาคผ่านการสั่งงานจากศูนย์กลาง 2) เพื่อช่วยเหลือและอํานวย ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวให้เกิด ความปลอดภัยอย่างครอบคลุม ตลอดจนสร้างความมั่ นใจการเดินทาง ท่องเที่ยวไทยให้กั บ นักท่องเที่ยว กองบัญชาการตํารวจ ท่องเที่ยว

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 86 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ 5) พัฒนาการสื่อสารข้อมูลในด้านความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มอย่าง เป็นปัจจุบันโดยการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางเพื่ อสร้างการรับรู้ข้อมูล อย่างเท่าเทียม 6) ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับศูนย์ความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยและ แพลตฟอร์มเพื่อสร้างการรับรู้อย่างทั่วถึงในกลุ่มนักท่องเที่ยว 5) โครงการยกระดับ การให้บริการของสถาน ประกอบการสู่มาตรฐาน ความปลอดภัยด้าน สาธารณสุข ( SHA/SHA+/ SHA++ ) 1 ) เพิ่มจํานวน สถานประกอบการ ในการลงทะเบียนรับตราสัญลักษณ์ SHA/SHA+/SHA++ เพื่อรักษามาตรฐานการบริการการท่องเที่ยว ในช่วงของการระบาดของโรค โควิด - 19 2 ) บูรณาการความร่วมมือพัฒนาและยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัย ด้าน สาธารณสุข สู่ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 1) จํานวนผู้ประกอบการที่ได้รับ มาตรฐานความปลอดภัยด้าน สาธารณสุข ( SHA/SHA+/SHA++ ) เพิ่มขึ้นอีก 3) นักท่องเที่ยวมี ความเชื่อมั่น ใน การให้บริการที่ถูกต้อง ตาม มาตรฐานความปลอดภัยด้าน สาธารณสุข การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย กลยุทธ์ที่ 2 .2 ยกระดับโครงสร้างพื้นำนด้านดิจิทัลและข้อมูลสารสนเทศ (Digital & Data Infrastructure) 1 ) โครงการพัฒนาระบบ ฐานข้อมูลกลาง การท่องเที่ยวของ ประเทศไทย และกระจาย จุดรับข้อมูลอัตโนมัติ ตามพื้นที่นําร่อง ( One - Stop - Tourism Data base) 1) พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลอัจฉริยะ ( Smart Data Link) เชื่อมโยง และรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ ( Big Data) จากจุดรับข้อมูลด้าน การท่องเที่ยวอัตโนมัติแต่ละที่และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ใน ฐานข้อมูลเดียวกัน 2) พัฒนาระบบเทคโนโลยีขั้นสูง ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของ สรรพสิ่ง ( Internet of Things) เพื่อการเก็บข้อมูลอย่างแม่นยําเพื่อให้ เกิดการรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ ( Big Data) ได้อย่างเป็นปัจจุบัน ( Real - time) ไว้บนฐานข้อมูลกลาง และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล ( Analytics) 1) เพื่อให้ประเทศไทยมีศูนย์กลาง ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่ง เดียวอย่างแท้จริง 2) เพื่อลดความสับสน ซับซ้อน และ ผิดพลาดของข้อมูลด้านการท่องเที่ยว จากหลากหลายหน่วยงาน 3) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ วางแผนและบริการจัดการด้านการ ท่องเที่ยวบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงลึก สํานักงา น ปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

87 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ 3) ออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล ( Data Dashboard Platform) จากศูนย์กลางที่ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงและ นําไปใช้ประโยชน์ได้ในหน่วยงานของตน 4) เชื่อมโย งและดึงข้อมูลจากศูนย์กลางไปแสดงผลในแต่ละหน้าเว็บไซต์ การท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด/เขต พัฒนาการท่องเที่ยว 5) ออกแบบรูปแบบเว็บไซต์จังหวัดที่เป็นฟอร์มกลางให้สวยงามและ ประยุกต์กับทุกจังหวัดการท่องเที่ยว 4) เพื่อให้ผู้ประกอบการและ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ประโยชน์จาก ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ 2 ) โครงการพัฒนา การสื่อสารและการเข้าถึง ข้อมูลสารสนเทศ 10 , 000 จุด (Flagship Project) 1) สํารวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่มีเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต ไร้สาย ( Free Wifi) ที่ครอบคลุม 2) พัฒนาเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย ( Free Wifi) ที่รวดเร็วให้เกิดความครอบคลุมทั่ว ทั้งพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่ใกล้เคียง อย่างน้อย 10,000 จุด โดยเน้นในพื้นที่เมืองนําร่อง เช่น กรุงเทพ ฯ เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต นครราชสีมา เป็นต้น 3) ตรวจสอบ ประเมินประสิทธิภาพการใช้งาน และดําเนิน การซ่อม บํารุงอย่างสม่ําเสมอ 1) เพื่ออํานวยความสะดวก ในการเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต ในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย 2) เพื่อเอื้อต่อการยกระดับ ประสบการณ์การเดินทางด้วยการ เข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล 3) เพื่อเป็นราก ฐาน การใช้งาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสรรพสิ่ง ( IoT) หรือ การพัฒนาเมืองท่องเที่ยว อัจฉริยะของประเทศไทย กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและ สังคม 3) โครงการส่งเสริม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัล ของหน่วยงานในภาค การท่องเที่ยว 1) สร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้หน่วยงานต่าง ๆ มีการนําเทคโนโลยีและ นวัตกรรมดิจิทัล อาทิ ข้อมูลขนาดใหญ่ ( Big Data) ปัญญาประดิษฐ์ ( Artificial Intelligence) หรือระบบการวิเคราะห์ ( Analytics) เข้ามา ประยุกต์ใช้ในการทํางาน เพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการเพิ่มศักยภาพ ในการเข้าสู่เศรษฐกิจยุคสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1) เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานในภาค การท่องเที่ยวก้าวสู่การเป็นหน่วยงาน ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ( Digital Organization) กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและ สังคม

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 88 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ 2) สร้างแรงจูงใจด้วยการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยพิจารณาจาก รูปแบบและผลที่คาดว่าจะได้รับจาก การประยุกต์ใช้ที่หน่วยงานต่าง ๆ เสนอเพื่อขอรับงบประมาณ 2) เพื่อพัฒนาให้เกิดการทํางาน ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพภายใน หน่วยงานและระหว่างหน่วยงาน 4) โครงการพัฒนา แพลตฟอร์มเชื่อมโยง ข้อมูลและระบบบริหาร จัดการการท่องเที่ยว โดยความร่วมมือของรัฐ และเอกชน 1) พัฒนา ฐานข้ อมูล ของ TAGTHAI ให้มีความสมบูรณ์ ตอบสนองต่อ การใช้งานของนักท่องเที่ยวมากขึ้น 2) เชื่อมโยง ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างภาครัฐ และเอกชน 3) ส่งเสริมให้ TAGTHAI เป็น Thailand Digital Tourism Platform ข องประเทศ 1) เพื่อให้มีฐานข้อมูล และระบบ วิเคราะห์ข้อมูล ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพื่อบริหารจัดการและเชื่อมโยงสินค้า และบริการการท่องเที่ยว ( Channel Management Portal ) 2) เพื่อ อํานวยความสะดวกให้แก่ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างชาติ รวมทั้ง สร้างภาพลักษณ์ ที่ทันสมัย และเพิ่มโอกาสการขยาย ตลาดของนักท่องเที่ยว คุณภาพสูง กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและ สังคม (หลัก) การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (สนับสนุน) กลยุทธ์ที่ 2.3 พัฒนาและเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นำนด้านการเดินทาง และสาธารณูปโภคเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างทั่วถ ง ( Connectivity & Universal Design) 1) โครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมและสิ่ง อํานวยความสะดวก ในทุกมิติตลอดเส้นทาง การเดินทางท่องเที่ยว ให้สามารถรองรับ 1) ประเมินคุณภาพและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และสิ่งอํานวยความสะดวกในการเดินทา งในแต่ละพื้นที่ให้พร้อมรองรับ นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มโดยเฉพาะ กลุ่มนักท่องเที่ยวสูงอายุ 2) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและสิ่งอํานวยความสะดวก ซึ่งประกอบด้วย รถประจําทางสาธารณะ เรือโดยสารประจําทาง สาธารณะ รถไฟฟ้า ถนน ทางเท้า สะพานลอย และห้องน้ําสาธารณะ 1) เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานด้าน คมนาคมของไทยมีความเชื่อมโยงและ สิ่ งอํานวยความสะดวกมี ความสามารถใน การรองรับ นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม กระทรวงคมนาคม

89 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม เช่น นักท่องเที่ยวสูงอายุ เป็นต้น ให้ครอบคลุมการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม อาทิ เด็ก และ ผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงการใช้งานได้อย่างสะดวก 3) มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้ งานและการเข้าถึงสําหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม 4) สนับสนุนการติ ดตามผลการพัฒนาอย่างเป็นระบบโดย กา ร ประยุกต์ใช้ เทคโนโลยี และสนับสนุนการตรวจสอบการพัฒนาจากประชาชนในพื้นที่ หรือจากนักท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติ 5) ในระยะแรก ( 2 ปี) ของโครงการจะมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในเมืองท่อง เที่ยวสําคัญของประเทศไทย 6) ในระยะต่อไป ( 5 ปี) ของโครงการจะมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ ครอบคลุมไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั่วประเทศ 2) เพื่อยกระดับความสะดวก มั่นคง และปลอดภัยใน การเดินทางให้แก่ นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม 3) เพื่อพัฒนาการเข้าถึงแหล่ง ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างทั่วถึง 2) โครงการจัดทํา แอปพลิเคชัน ด้านการคมนาคม การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง 1) ศึกษาระบบคมนาคมของประเทศไทยเพื่อหาจุดที่ไม่เชื่อมต่อหรือ เข้าถึงยาก พร้อมทั้งจัดทําวิธีการเชื่อมโยงการเดินทางที่เหมาะสม 2) ติดต่อหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงเครือข่ายพันธมิตร ด้านระบบคมนาคมเพื่อให้เกิดการทํางานร่วมกัน 3 ) จัดตั้งศูนย์กลางการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ด้านคมนาคมต่าง ๆ ที่จะมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และกระตุ้นให้เกิดการร่วมมือกันอย่าง ต่อเนื่อง 4) บูรณาการด้านข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลกลางนักท่องเที่ยวของ ประเทศไทยเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและนําเสนอบริการ ด้านคมนาคม 5) จัดทําแอปพลิเคชันด้านคมนาคมที่รวบรวมบริการด้านคมนาคม ทั้งหมดไว้บนแพลตฟอร์มเดียว อาทิ การแนะนําเส้นทางและคํานวณ 1) เพื่อสร้างความเชื่อมโยง ในการทํางานระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้านระบบคมนาคม 2) เพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ นักท่องเที่ยวในการใช้งานระบบ คมนาคมเพื่อการท่ องเที่ยว 3) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาร่วมกัน จากการแบ่งปันข้อมูลนักท่องเที่ยว กระทรวงคมนาคม

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 90 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ เวลาการเดินทาง การบอกเวลาเข้าและออกจากป้ายหรือสถานีของรถ โดยสารสาธารณะ การซื้อตั๋วโดยสารรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถชําระผ่าน ช่องทางออนไลน์ 6) ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ต่อแพลตฟอร์มในกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการใช้งานแพลตฟอร์ม 3) โครงการศึกษา ความเป็นไปได้ ในการพัฒนาโครงข่าย รถไฟให้ครอบคลุมและ เชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศ และรองรับการขนส่ง ต่อเนื่องหลายรูปแบบได้ อย่างไร้รอยต่อ 1) ทบทวนแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟสนับสนุน เขตเศรษฐกิจพิเศษ การท่องเที่ยวและการพัฒนาพื้นที่ 2) ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุมและ เชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้ อย่างไร้รอยต่อ การเชื่อมต่อกับโครงข่ายเดิมกับนิคมอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ในระดับจังหวัด ภูมิภาค และ ประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสิ่งอํานวยความ สะดวกและโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อสนับสนุน การขยายตัว ของระบบเศรษฐกิจ การกระจายโอกาสการพัฒนา ความเจริญ สู่ระดับจังหวัด และภูมิภาค และยกระ ดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 1) เพื่อพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่ว ประเทศและรองรับการขนส่งต่อเนื่อง หลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ 2) เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่ายเดิมกับ นิคมอุตสาหกรรม แหล่งท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ในระดับจังหวัด ภูมิภาค และประเทศเพื่อนบ้าน 3) เพื่อพัฒนาสิ่งอํานวยความสะดวก และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ รูปแบบต่าง ๆ เพื่อสนับสนุน การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ การกระจายโอกาสการพัฒนา ความ เจริญสู่ระดับจังหวัดและภูมิภาค 4) เพื่อยกระดับคุณภำพชีวิตของ ประชาชน กรมขนส่งทางราง

91 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ กลยุทธ์ที่ 2. 4 พัฒนาศักยภาพของบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้มีคุณภาพและมีขีดความสามารถในการแข่งขัน ( Thai - Class Potential) 1) โครงการพัฒนา บุคลากร การท่องเที่ยว ต้นแบบสมัยใหม่ 1) สํารวจบุคลากรที่ต้องการการพัฒนาทักษะ ประเมินศักยภาพและ ทักษะปัจจุบันของบุคลากร และทักษะที่บุคลากรควรได้รับการพัฒนา เพิ่มเติมในแต่ละสาขาอาชีพในภาคการท่องเที่ยว อาทิ มัคคุเทศก์ พนักงานต้อนรับ ไกด์ดําน้ํา ครูสอนดําน้ํา พนักงานประกอบอาหาร และ ผู้บริหารโรงแรม เป็นต้น 2) พัฒนาหลักสูตรเฉพาะ ( Tailored - made Curriculum) ของแต่ละ สาขาอาชีพที่เป็นทักษะความรู้ ( Hard Skills) ที่อ้างอิงจากทักษะที่ควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม โดยเน้นให้ทุกหลักสูตร มีทักษะความเข้าใจในดิจิทัล ( Digital Literacy) ที่สําคัญ หรือ สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ในการอํานวยความสะดวก แก่การทํางาน อาทิ ทักษะการตลาดออนไลน์ ( Digital Marketing) ความรู้ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าหรือนักท่องเที่ยว ( Data Analytics) หรือ ทักษะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละสาขาอาชีพ เป็นต้น 3) พัฒนาหลักสูตรที่เป็นทักษะทางสังคม ( Soft Skills) ที่จําเป็นต่อการให้บริการด้านการท่องเที่ยวให้กับทุกสาขาอาชีพ อาทิ ทักษะการปรับตัว ( Flexibility) ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ ( Emotional Intelligence) ทักษะการคิดอย่างผู้ประกอบการ ( Entrepreneur Mindset) เป็นต้น 4) พัฒนาช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ที่บุคลากรสามารถเข้ามาพัฒนา ทักษะได้จากทุกที่และทุกเวลา โดยกําหนดให้มีการเข้ารับการพัฒนาและ วัดผลผ่านการทดสอบอย่างต่อเนื่อง 1) เพื่อพัฒนาทักษะ ที่บุคลากรในภาค การท่องเที่ยวที่ยังไม่มีศักยภาพหรือ มีศักยภาพน้อยทั้งทักษะความรู้และ ทักษะทางสังคม 2) เพื่อยกระดับทักษะความเข้าใจ ในดิจิทัล ซึ่งสนับสนุนให้เกิด การปรับตัวต่อการนําเทคโนโลยีและ นวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ภายใน หน่วยงานได้ง่ายยิ่งขึ้น กรมการท่องเที่ยว

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 92 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ 2) โครงการพัฒนา หลักสูตรการเรียนรู้ สําหรับนักศึกษาเพื่อสร้าง บุคลากรคุณภาพสู่ อุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยวไทย ( Next Gen Tourism Program) 1) เชื่อมโยงเครือข่ายสถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรด้านการบริการและ การท่องเที่ยว ร่วมกับสถานประกอบกิ จการท่องเที่ยวชั้นนําในประเทศ อาทิ โรงแรม บริษัทนําเที่ยว บริการทางการท่องเที่ยว เป็นต้น 2) จัดทําหลักสูต รด้านการบริการและการท่องเที่ยวบ น ฐานความรู้ของ สถาบันศึกษาและสถานประกอบกิจการท่องเที่ยวชั้นนําของประเทศ 3) พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตร และมุ่งเน้นให้ ผู้เรียนได้นําเสนอความคิดในการสร้างสรรค์ออกแบบการท่องเที่ยวไทย และส่งเสริมให้เกิดการนําความคิดไปใช้ ต่อยอดเพื่อสร้างสินค้าและบริกา ร ต่อไป 4) กระจายหลักสูตรและสื่อประกอบการเรียนการสอนไปยังสถาบัน ศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับบุคลากรในภาคการ ท่องเที่ยวทั่วประเทศ 1) เพื่อให้สถาบันการศึกษาทั่ว ประเทศมีหลักสูตรและสื่อการเรียน การสอนด้านการบริการและ การท่องเที่ยว ที่ได้มาตรฐาน 2) เพื่อยกระ ดับสมรรถนะของ บุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ 3) เพื่อให้เกิดการเปิดกว้างทาง ความคิดของคนรุ่นใหม่จนนําไปสู่การ ต่อยอดสร้างสินค้าและบริการที่ตอบ โจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม 3 ) โครงการส่งเสริม การพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้ความรู้และเสริม ทักษะการบริการในภาค การท่องเที่ยว 1) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมแบบมุ่งเป้า เพื่อให้ผู้ประกอบการ ภาคท่องเที่ยว ภาควิชาการ หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วม ในการพัฒนานวัตกรรมให้ความรู้และเสริมทักษะ 2) ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการให้ความรู้และเสริมทักษะด้านการ บริการและการท่องเที่ยว ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น การพัฒนา แอปพลิเคชัน หรือ เกมส์จําลองเหตุการณ์ ( Simulation Games) เป็นต้น 3) ออกแบบขั้นตอนการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะ ให้มีความแปลกใหม่ น่าสนใจ และมีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักสูตรด้านการบริการและ การท่องเที่ยวตามมาตรฐานสากล 4) สนับสนุนการเข้าร่วมตอบคําถามนักท่องเที่ยวผ่าน แอปพลิเคชัน แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติ เพื่อรับรู้ปัญหาที่แท้จริง ของ นักท่องเที่ยวและฝึกการรับมือกับสถานการณ์จริง 1) เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนา นวัตกรรม แอปพลิเคชัน หรือเกมส์ จําลองเหตุการณ์ ( Simulation Games) เพื่อใช้เป็นช่องทางการให้ ความรู้และเสริมทักษะด้านการ บริการของมัคคุเทศก์ ธุรกิจนําเที่ยว การบริการในร้านอาหารและโรงแรม ให้สมจริงและมีประสิทธิภาพ 2) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการพัฒนา ทักษะภาคปฏิบัติให้กับบุคคลากรใน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สํานักงานนวัตกรรม แห่งชาติ

93 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ 5) สนับสนุนตลาดนวัตกรรม และสร้างเครือข่ายระหว่าง นวัตกร รม ด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานพันธมิตร และแหล่งทุน 3) เพื่อส นับสนุนการเรียนรู้จาก สถานการณ์จริงผ่านการใช้เทคโนโลยี 6.3 ตัวอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับประสบการณ์ ด้านการ ท่องเที่ยว ( Tourism Experience ) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ กลยุทธ์ที่ 3 .1 สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอันน่าประทับใจที่มีคุณค่าเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม ( Value - Based Tourism) 1) โครงการสร้างสิ่งปลูก สร้างด้านการท่องเที่ยว รอบสถานีรถไฟทางคู่ ระยะเร่งด่วน 7 เส้นทาง ( Man - made Destinations TOD) 1) ศึกษาและสํารวจศักยภาพของพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟทางคู่ระยะ เร่งด่วน 7 เส้นทาง รวมถึงพิจารณาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น 2) วางแผนการสร้างแหล่งท่องเที่ยวรอบสถานีรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน โดยคํานึงถึงศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่ และควำมคุ้มค่าทา ง เศรษฐกิจ 3) ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างสํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการสร้างแหล่ง ท่องเที่ยว ( Man - Made) รอบสถานีรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 7 เส้นทาง 4) ติดตามและประเมินผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และประเมิน ประสิทธิผลของแหล่ง ท่องเที่ยว 1) เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่รอบ สถานี ( TOD) ในพื้นที่รอบสถานีรถไฟ ทางคู่ระยะเร่งด่วน 7 เส้นทาง โดยคํานึงถึงศักยภาพและความพร้อม ของแต่ละพื้นที่ 2) เพื่อสร้างประสบการณ์การ ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ด้วยแหล่งท่องเที่ยว ที่เป็นสิ่งปลูกสร้างแทนแหล่ง ท่องเที่ยวธ รรมชาติ 3) เพื่อกระจายความเจริญและ กระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงตลอด เส้นทางการคมนาคมขนส่ง กรมการท่องเที่ยว

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 94 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ 2 ) โครงการขยายตลาด นักท่ องเที่ ยวกลุ่ ม ความสนใจพิเศษและ กลุ่ มเฉพาะ 1) นําเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวแบ่งตามความสนใจของ นักท่องเที่ยวกลุ่มความสนใจพิเศษและกลุ่มเฉพาะ (กลุ่ม Romance in Thailand, กลุ่ม Wedding and Honeymoon, กลุ่ม Green Tourism, นักท่องเที่ยวกลุ่มสุขภาพ , นักท่องเที่ยวกลุ่มกีฬา) 2) โฆษณาประชาสัมพันธ์ ทํากา รตลาดและนําเสนอขายสินค้าบริการที่ ตรงตามความต้องการกลุ่มเป้าหมายคุณภาพ 1) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ย ว กลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพและศักยภาพ ให้เดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น 2) เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยว กลุ่มเป้าหมายเกิดการใช้จ่ายสร้าง รายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย 3 ) โครงการยกระดับ ระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ ด่านชายแดน “ Smart Border Checkpoint” 1) ศึกษาและวิเค ราะห์การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เหมาะสม เพื่อย กระดับการบริการ ความปลอดภัย และ ความสะดวกสบายในจุด ตรวจคนเข้าเมืองชายแดนไทย 2) ส่งเสริมและสนับสนุนการ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ เทคโนโลยีชีวมิติ ( Biometrics) สู่ระบบการเข้าเมืองบนชายแดนให้มี ความสะดวกและแม่นยํามากยิ่งขึ้น 3) ทดสอบการใช้งานเทคโนโลยีสู่ระบบตรวจคนเข้าเมืองบนชายแดนของไทย 4) บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานร่วมกันสนับสนุนการใช้งาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ระบบการเข้าเมืองบนชายแดนอย่างทั่วถึงและ ครอบคลุมทุกจุดของชายแดนไทย 1) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพระบบ การตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ชายแดน ไทยให้ทันสมัยโดยการใช้เทคโนโลยี ( Smart Border Checkpoint) 2) เพื่อพัฒนาการอํานวยความสะดวก แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่าน ชายแดน สํานักงาน ตรวจคนเข้าเมือง 4 ) โครงการพัฒนา นวัตกรรมด้านการเข้าถึง การท่องเที่ยว ( Accessibility) ทั้งด้าน กายภาพและข้อมูล เพื่อ ยกระดับประสบการณ์ นักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุ 1) พัฒนานวัตกรรมด้านการเข้าถึงการท่องเที่ยวเพื่อยกระดั บ ประสบการณ์ นักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ 1.1 ศึกษาพฤติกรรมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีของกลุ่มนักท่องเที่ยว ผู้สูงอายุในการเข้าถึงข้อมูลสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ( user requirement) 1. 2 ศึกษาความต้องการพิเศษ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคของนักท่องเที่ยว กลุ่มผู้สูงอายุในการเข้าถึงทางการท่องเที่ยวทาง กายภาพ ( customer journey) 1 ) เพื่อยกระดับประสบการณ์ นักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ 2 ) เพื่อส่งเสริมการใช้นวัตกรรม ทางการท่องเที่ยวที่เหมาะสม สอดคล้องและสามารถตอบสนอง ความต้องการกลุ่มนักท่องเที่ยว ผู้สูงอายุ กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและ สังคม

95 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ ( Active senior citizen/ retirees) 2) จัดอบรมเพื่อถ่ายทอดการใช้นวัตกรรมการเข้าถึงการท่องเที่ยวสําหรับ นักท่องเที่ยวผู้สูงอายุแก่ผู้ให้บริการทางการท่องเที่ยว 3) ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว เพื่อยกระดับประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยวผู้สู งอายุ 5 ) โครงการยกระดับ ประสบการณ์การ ท่องเที่ยวตามจุดหมาย ปลายทางยอดนิยมด้วย Immersive Technology 1) ศึกษา วิเคราะห์ และกําหนดพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมนําร่อง 2) ศึกษา และวิเคราะห์เทคโนโลยี Immersive ร่วมกั บ สถานที่ที่กําหนด เพื่อวางแผนประเภทเทคโนโลยีและการนํามาใช้เพื่อใช้ Immersive Technology ภายใ น บริเวณแหล่งท่องเที่ยวร่วมด้วยเพื่อส่งเสริมการสร้าง ประสบการณ์แปลกใหม่ 3) ของบประมาณและดําเนินการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยีที่ กําหนด โดยเริ่มต้นด้วยแหล่งท่องเที่ยว ยอดนิยมนําร่อง 4 ) สรุปและรายงานผลการดําเนินงาน เพื่อเป็นข้อเสนอแนะต่อการ ดําเนินงานในแหล่งถัดไป 1) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ในการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว 2) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับแหล่ง ท่องเที่ยวข้างต้น 3) เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่แหล่ง ท่องเที่ยวนั้น ๆ มากยิ่งขึ้น กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและ สังคม 6 ) โครงการพัฒนา Platform Metaverse สําหรับแหล่งท่องเที่ยว ใช้นวัตกรรม (เช่น AR/VR) การรวมของพื้นที่โลกจริง - โลกเสมือน ที่ผสานกันเพื่อการสร้างประสบการณ์มหัศจรรย์ 1) จํานวน Platform Metaverse ด้านการท่องเที่ยวมีจํานวนเพิ่มขึ้น 2) นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจที่ ได้รับประสบการณ์อันน่าประทับใจ กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและ สังคม กลยท ์ ที่ 3 . 2 ส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่หลากหลายและสร้างสรรค์ของไทย ) High - Potential and Creative Tourism) 1 ) โครงการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่าง ประเทศ เพื่อพัฒนา เส้นทาง การท่องเที่ยว 1) ศึกษาและวิเคราะห์ จุดเด่นของประเทศไทยที่มี ขี ดความสามารถ การแข่งขันในระดับนานาชาติ 2) วิเคราะห์แนวทางการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวร่วมกับแหล่งท่องเที่ยว ในภูมิภาคอาเซียนและ อนุภูมิภาค 1) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจาก ประเทศใน อนุภูมิภาค และภูมิภาค อาเซียน สํานักงาน ปลัด กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 96 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ เชื่อมโยง อนุภูมิภาค และ ภูมิภาคอาเซียน 3) พัฒนาจุดเด่นของประเทศไทยทั้งแหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการ ของประเทศไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน 4 ) บูรณาการความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุน การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ 2) เพื่อส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยว ภายในภูมิภาคอาเซียนและ อนุภูมิภาค 3) เพื่อส่งเสริมการพํานักระยะยาว ของนักท่องเที่ยวและเพื่อสนับสนุน การซื้อสินค้าโดยนักท่องเที่ยว 2 ) การพัฒนาคลองท่อม สู่การท่องเที่ยว เชิงสุขภาพ 1) พัฒนาพื้นที่ ที่มีศักยภาพ เช่น ตําบลคลองท่อม และตําบลคลองพน 2) พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ที่มีศักยภาพ 3) อบรมและออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวข้อง 4) นวัตกรรมการจัดการตลาดบริการสําหรับการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพ 1) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้รับ การพัฒนา 2) ผลิตภัณฑ์ชุมชนเชิงนวัตกรรม สร้าง สรรค์ ได้รับการพัฒนา สํานักงา น ปลัด กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 3 ) โครงการส่งเสริม เส้นทาง การท่องเที่ยว กิจกรรมทางน้ํา 1) ประชาสัมพันธ์โครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวกิจกรรม ทางน้ําทุกประเภท โดยเฉพาะกิจกรรมที่เป็นที่นิยมสําหรับนักท่องเที่ยว ไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น การดําน้ําทั้งน้ําตื้นและน้ําลึก เวคบอร์ด ( Wakeboard) และไคท์เซิร์ฟ ( Kite Surf) เป็นต้น โดยประชาสัมพันธ์ไป ยังผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางน้ําทั่วประเทศไทยเพื่อเปิดรับ สมัครผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 2) คัดเลือกผู้ประกอบการและสถานที่จัดกิจกรรมทางน้ํา ตามเกณฑ์ ความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวของสถานที่ และคํานึง ถึงการกระจาย แหล่งท่องเที่ยว 3) บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนและคนในพื้นที่นั้น ๆ ในด้านการ บริการอาหาร ที่พัก การเดินทาง และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว 4) ศึกษาและจัดทําเส้นทางการท่องเที่ยวกิจกรรมทางน้ํา ที่ผสมผสานการทํากิจกรรมร่วมกับคนในชุมชน หรือ 1) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจ ด้านกิจกรรม ทาง น้ํามายังประเทศไทย และท่องเที่ยวในประเทศไทยระยะ เวลานานขึ้น 2) เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ นักท่องเที่ยว 3) เพื่อขยายความเจริญจาก การท่องเที่ยวสําราญทางน้ําไปยังพื้นที่ ต่าง ๆ ของประเทศไทย 4) เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้จาก การขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม ทางน้ํา กรมการท่องเที่ยว

97 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ แหล่งท่องเที่ยวในสถานที่ใกล้เคียงที่ตรงต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ท่องเที่ยวในประเทศไทย นานมากขึ้น 5) สนับสนุนการซื้อขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา เช่น ของที่ระลึก หรือ อุปกรณ์การทํากิจกรรม เป็นต้น 6) วิเคราะห์แรงจูงใจที่จะทําให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เข้าร่วมการท่องเที่ยวตามเส้นทางการท่องเที่ยวกิจกรรมทางน้ําที่จัดทําขึ้น เช่น แรงจูงใจทางด้านราคา ส่วนลดค่าห้องพัก เป็นต้น 7) ประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวกิจกรรมทางน้ําไปยังนักท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ 4 ) โครงการผลักดัน ประเทศไทย สู่การเป็นศูนย์กลาง การแข่งขันกีฬานานาชาติ 1) ศึกษาและวิเคราะห์พื้นที่ในเมืองต่าง ๆ รอบนอกเมืองศูนย์กลางที่ เหมาะแก่การสร้างสนามกีฬาระดับนานาชาติ รวมถึงพิจารณา ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของเมืองนั้น ๆ 2) บูรณาการความร่วมมือทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อผลักดัน การเป็นเจ้าภาพการจัดงานการแข่งขั นกีฬาในระดับนานาชาติ เพื่อดึงดูด นักท่องเที่ยวที่สนใจทางด้านการกีฬาและนักกีฬาเข้ามาฝึกซ้อมในประเทศไทย 3) สนับสนุนการพัฒนาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา โดยเฉพาะกีฬาที่โดดเด่นของประเทศไทย เช่น มวยไทย ดําน้ํา และ กอล์ฟ เป็นต้น 1) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้านการกีฬาของประเทศไทย 2) เพื่อกระจายรายได้ ผ่านสินค้าและ บริการ แ ละนักท่องเที่ยวไปยังเมืองอื่น 3) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่พํานัก ระยะยาวด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา 4) เพื่อสนับสนุนการสร้างสนามกีฬา ที่ได้มาตรฐานมีขีดความสามารถใน การจัดการแข่งขันระดับนานาชาติ การกีฬา แห่งประเทศไทย 5 ) โครงการส่งเสริม การท่องเที่ยวอย่างมี ความรับผิดชอบ 1) การฝึกอบรมและพัฒนาผู้ประกอบการบุคลากรการท่องเที่ยว 2) การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ 3) การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่ได้คุณภาพมาตรฐานอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่ พิเศษเพื่อการ

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 98 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ 4) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การจัดหาและพัฒนาเส้นทาง ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 5) พัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 6) กำรส่งเสริมผลประโยชน์และลดผลกระทบด้านลบทางเศรษฐกิจและสังคม 7) การส่งเสริมผลประโยชน์และลดผลกระทบด้านลบทางวัฒนธรรม 8) การส่งเสริมผลประโยชน์และลดผลกระทบด้านลบทางด้านสิ่งแวดล้อม 9) พัฒนาต้นแบบแหล่งท่องเที่ ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษตามเกณฑ์ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) 6) โครงการส่งเสริม การท่องเที่ยว เชิงส ร้างสรรค์ 1) สํารวจและศึกษาความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวสร้างสรรค์ 2) สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ภายในชุมชนที่มี การสร้างสินค้าและบริการสร้างสรรค์สําหรับนักท่องเที่ยว 3) วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่กลุ่มเป้าหมายให้ ความสนใจโดยอ้างอิงจากแนวโน้มที่กําลังได้รับ ความสนใจจาก นักท่องเที่ยวและข้อมูลเฉพาะตัวของนักท่องเที่ยวที่มี บนฐานข้อมูล 4) ออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ที่มีความเกี่ยวข้องกับ อัตลักษณ์ชุมชน ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และสามารถ ทํากิจกรรมร่วมกับนักท่องเที่ยวตามความเหมาะสมกับแหล่งท่องเที่ยว ที่กําหนด เพื่อเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวพํานักนานมากขึ้น และสนใจ การซื้อสิ นค้า ของที่ระลึกที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนเพิ่มมากขึ้น 5) ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างกิจกรรม การดําเนินกิจกรรมของแหล่ง ท่องเที่ยวที่กําหนด และการสร้างสรรค์สินค้าและบริการให้สําเร็จตาม เป้าหมาย 1) เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว สร้างสรรค์ที่นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม และลงมือทําจริง 2) เพื่อทําให้นักท่องเที่ยวเกิด ความเข้าใจในวิถีและอัตลักษณ์ของ ชุมชน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ 3) เพื่อส่งเสริมการสร้างและพัฒนา สินค้าและบริการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ 4) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่ง ท่องเที่ยว 5) เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวท่องเที่ยว ภายในประเทศไทยนานยิ่งขึ้น ผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่ พิเศษเพื่อการ ท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

99 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ 6) ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว กิจกร รม และสินค้าและบริการ สร้างสรรค์ 7) ติดตามและประเมินผลโครงการ พร้อมทั้งปรับปรุงการดําเนินงานอย่าง ต่อเนื่อง 7 ) โครงการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงสร้างสรรค์อยู่ดีมีสุข ( Happy Creative CBT) 1) กิจกรรมพัฒนาศักยภาพชุมชนและผู้ประกอบการ ด้านการท่องเที่ยวเพื่อพร้อมรองรับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ คุณภาพสูง 2) กิจกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงสร้างสรรค์ผ่านโมเดล “ กินดี ” 3) กิจกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงสร้างสรรค์ผ่านโมเดล “ อยู่ดี ” 4) กิจกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงสร้างสรรค์ผ่านโม เดล “ ออกกําลังกายดี ” 5) กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบปลดปล่อย คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ผ่านโมเดล “ สิ่งแวดล้อมดี ” 6) กิจกรรมต่อยอดและขยายผลสินค้าและบริการการท่องเที่ยว โดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ผ่านโมเดล “ แบ่งปันดี ” 7) กิจกรรมติดตามประเมินผลกา รเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ การท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ผ่านโมเดล “ มีความสุข ” 1 ) กิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงสร้างสรรค์เชิงอาหาร เ ชิงสุขภาพ กายและเชิงสุขภาพใจ ได้รับการพัฒนา สําหรับตลาดคุณภาพ 2) สินค้าผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่น ที่ได้รับการเพิ่มมูลค่าสําหรับตลาด คุณภาพ 3) ชุมชนการท่องเที่ยวโดยชุมชน เชิงสร้างสรรค์ที่ได้รับการยกระดับให้ ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย การจัดการสิ่งแวดล้อม และการบริการ 4) ชุมชนที่ได้รับการยกระดับ ศักยภาพด้านการบริหารจั ดการผ่าน ระบบเทคโนโลยี 5) สินค้าและบริการการท่องเที่ยว โดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ที่ได้รับ การเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวคุณภาพรับรู้ องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่ พิเศษเพื่อการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 100 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ 8 ) โครงการส่งเสริม การท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ และ วัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ” ดําเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เอกลักษณ์การแสดงพื้นบ้าน สร้างสรรค์ ศิลปะการแสดงพื้นถิ่นในระดับ กลุ่มจังหวัดทุกภูมิภาคทั่วประเทศ 1) ด้านการประชาสัมพันธ์ ดําเนินกิจกรรมการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรม วิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยวทาง ศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น การผลิตและเผยแพร่สื่อสารคดี ทางโทรทัศน์ การจัดทําสื่อเผยแพร่ทางออนไลน์ 2) ด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น การเปิดเส้นทาง การท่องเที่ ยวชุมชน ยลวิถี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามเส้นทางการ ท่องเที่ยวชุมชน ยลวิถี การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว การพัฒนา รูปแบบผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย ( CPOT) 3) ด้านการจัดงานระดับมหกรรมวัฒนธรรม ดําเนินการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรม ระดับกลุ่มจังหวัด เพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวชุมชนใกล้เคียง ส่งเสริม การออกร้านจําหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศิลปะ การแสดง วัฒนธรรมและวิถีชีวิต รวมทั้งบุคลากรด้านการท่องเที่ยว 1) วิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาของ คนในกลุ่มจังห วัดต่าง ๆ ได้รับการสืบ สาน รักษา ต่อยอด ด้วยการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโทรทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์ และกิจกรรม Onsite 2) เกิดการเชื่อมเส้นทางการท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมใน กลุ่มจังหวัดต่าง ๆ สร้างรายได้ และ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มีความ เข้มแข็งอย่างยั่งยืน 3) มีสินค้าและผลิตภัณฑ์ทาง วัฒนธรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ ชุมชน กระทรวงวัฒนธรรม 9) โครงการยกระดับ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดภูเก็ตสู่เมือง ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ระดับโลก 1) จัดสร้างศูนย์บริการทางการแพทย์ครบวงจร ประกอบด้วย (1) ศูนย์บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับนานาชาติครบวงจร ( International Health/Medical Plaza ) (2) ศูนย์อภิบาลสุขภาพผู้สูงอายุนานาชาติ (Premium Long Term Care ) (3) ศูนย์ใจรักษ์ ( Hospital Care ) (4) ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูครบวงจร ( Rehabilitation Center ) 1) เกิดการจ้างงาน และเป็น การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสําหรับ ภาคประชาชน 2) สร้างโอกาสการลงทุน และเกิด การกระจายรายได้สําหรับภาคเอกชน กระทรวงสาธารณสุข

101 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ 3) เกิดรายได้จากนักท่องเที่ยวที่ เดินทางเข้ามา ส่งผลให้มูลค่า เศรษฐกิจ สูงขึ้น รวมทั้งเป็นต้นแบบ ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 10 ) โครงการพัฒนา ศูนย์บริการด้าน การแพทย์แผนไทยใน เมืองท่องเที่ยวสําคัญ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมเพิ่มเติมในศูนย์บริการด้านการแพทย์แผนไทย ให้มีการจัดสอนการทําสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ แผนไทย และจัดสอนหลักสูตรระยะยาวในการบําบัดรักษาโรคด้วย การแพทย์แผนไทย ภายใน 6 จังหวัดการท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย (ซึ่งเป็นพื้นที่ตัว อย่าง) ได้แก่ กรุงเทพ ภูเก็ต ชลบุรี กระบี่ เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) 2) บูรณาการการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทําสื่อความรู้ เกี่ยวกับสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทย และประชาสัมพันธ์ ศูนย์บริการด้านการแพทย์แผนไทย รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร ไทยหรือการแพทย์แผนไทยอื่น ๆ แก่นักท่องเที่ยว 1) เพื่อให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่ ให้ความรู้ เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย 2) เพื่อส่งเสริมการแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทยและวิธีการบําบัดรักษา โดยสมุนไพรไทยเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น 3) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะยาว ด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย สุขภาพ และความงาม 4) เพื่อสนับสนุนการซื้อขายสินค้า และบริการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ แผนไท ย กรมการแพทย์ แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก 1 1 ) โครงการสร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่มจากการ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วย การแพทย์ แผนไทย การแพทย์ ทางเลือก และสมุนไพร 1) จัดทําองค์ความรู้และพัฒนาหลักสูตรโภชนาศาสตร์ ผักพื้นบ้าน อาหาร เป็นยา เพื่อถ่ายทอดให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารรองรับการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2) ประเมินรับรองศูนย์สุขภาพดีสําหรับสถานประกอบการร้านนวดเพื่อ สุขภาพ ภัตตาคาร ร้านอาหาร สถานป ระกอบการสปา คลินิกเอกชน ที่ พักนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อยกระดับและสร้างความเชื่อมั่นให้กับ นักท่องเที่ยว 1) จํานวนผู้ประกอบการที่ผ่านการ พัฒนาสามารถประยุกต์ใช้และขยาย ผลจากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และสมุนไพรเพื่อสร้างคุณค่ำและ มูลค่าเพิ่มสําหรับประชาชนและ นักท่องเที่ยว กรมการแพทย์ แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือก

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 102 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ 3) สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาเส้นทางหรือแหล่งท่องเที่ยวเชิง สุขภาพ และพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัด เมืองสมุนไพรและจังหวัดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ 4) สร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อมโยงเมืองสมุนไพรและกัญชาเพื่อสุขภาพร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบ Onsite และ Online ทั้ งในและต่างประเทศ 5) ประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นที่ รู้จักผ่านการจัดพาสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจการ (Press Tours) 2) จํานวนประชาชน ที่มีความเชื่อมั่น และเข้าไปใช้บริการได้รับการยกระดับ ให้เป็นศูนย์สุขภาพดี 3) จํานวนจังหวัด ในเมืองสมุนไพร หรือจังหวัดอื่น ๆ ที่มีศักยภาพด้าน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเส้นทางหรือ แหล่งท่องเที่ยว เชิงสุขภาพที่มีอยู่เดิม ให้เกิดความยั่งยืนในระดับชุมชน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสําคัญให้เป็น เป้าหมายของการท่องเที่ยวระดับโลก 1 2 ) โครงการพัฒนาท่า เทียบเรือรองรับเรือ สําราญขนาดใหญ่ ( Cruise Terminal) 1) ศึกษาความเหมาะสมการดําเนินโครงการ เช่น การศึกษาวางแผน แม่บท การศึกษาสํารวจออกแบบ การวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมลงทุน ในโครงการตามหลักเกณฑ์แล ะ วิธีการภายใต้พระราชบัญญัติการร่วม ลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เป็นต้น 2) จัดหาเอกชนร่วมลงทุนในโครงการ/ก่อสร้าง 3) ควบคุม/ติดตามผลการดําเนินการเป็นระยะ ๆ 1) ยกระดับการท่องเที่ยวเรือสําราญที่ จะเข้าสู่ประเทศไทยทั้งฝั่งทะเล อ่าวไทยและอันดามัน 2) เพื่อกระจา ยรายได้จากเมืองหลัก มาสู่เมืองอื่นๆ 3) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยว สําราญทางน้ําและกิจกรรมต่าง ๆ ทางน้ํา 4) เพื่อเพิ่มช่องทางของรายได้จาก การท่องเที่ยว กรมเจ้าท่า 1 3 ) โครงการพัฒนาและ ส่งเสริมย่านเศรษฐกิจ 1) พัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามแนวทางการจัดทําแผนพัฒนา เมือง/ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้เป็นต้นแบบของการสร้างย่านเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ของประเทศ ที่กระตุ้นเศรษฐ กิจ สร้างงานและรายได้ และ 1) พื้นที่ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต้นแบบ สํานักงานส่งเสริม เศรษฐกิ จ สร้างสรรค์ ( องค์การมหาชน)

103 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ สร้างสรรค์ ( Creative District) ส่ งเสริมพื้นที่ท่องเที่ยวระยะยาว โดยสอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ ปัจจุบัน และมาตรกา รด้านสุขภาวะของเมือง อันจะนําไปสู่เครือข่ายเมือง สร้างสรรค์ในระดับสากล 2) จัดกิจกรรมกระตุ้นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยงานเทศกาล ( Creative Festival) และการจัดงานเผยแพร่และจัดแสดงผลงานด้าน ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ เพื่อใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนและ นําเสนอแนวคิด นวัตกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ทั้งในระดับย่าน ชุมชน และ ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ และสร้างการรับรู้และดึ งดูดให้บุคลากร สร้างสรรค์เข้ามาทํางานในพื้นที่ย่าน อีกทั้งยังเป็นการช่วยฟื้นฟูบรรยากาศ ของเมืองให้กลับมามีสีสัน ขับเคลื่อนและขยายผลย่านเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ต้นแบบ ภายใต้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ( UCCN - Bangkok City of Design) เพื่อการพัฒนาเมืองสร้ำงสรรค์โดย มุ่งเน้นการออกแบบอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ชุมชนที่ดีให้แก่ชุมชนและผู้อยู่อาศัยโดยรอบ โดยคํานึงความปลอดภัย สุข ภาวะ และการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงของโลก อาทิ สถานการณ์การระบาดของ โควิด - 19 3) พัฒนาศักยภาพนักพัฒนานิเวศน์พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่าน กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการพัฒนา พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการร่วมรังสรรค์เพื่อพัฒนา ศักยภาพผู้บริหารส่วนท้องถิ่นหรือนักสร้างสรรค์ ในการพัฒนานิเวศน์ พื้นที่เศรษฐกิจ สร้างสรรค์ โดยการได้เรียนรู้กระบวนการและได้ฝึกปฏิบัติ ทดลองเป็นวิทยากรกระบวนการ ก่อนจะนําไปปฏิบัติ ในท้องถิ่นของตน 2) กิจกรรมพัฒนาและกระตุ้นย่าน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยงานเทศกาล (Creative Festival)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 104 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และจัดทําคู่มือการพัฒนาพื้นที่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สู่เมืองสร้างสรรค์ (Creative City Roadmap Manual) 1 4 ) โครงการพัฒนางาน เทศกาลนานาชาติเป็น จุดหมายปลายทางหลัก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เมืองรอง 1) ศึกษาและวิเคราะห์จุดเด่นของเมือง ( City DNA) 2) ออกแบบรูปแบบการจัดงานเทศกาล 3) วางแผนการจัดงานเทศกาลระยะยาว ( roadmap) 5 ปี 4) ดําเนินการจัดงานเทศกาลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว 5) ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาล 6) จัดการและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1 ) เพื่อกระจายความเจริญและ กระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรอง 2) เพิ่มรายได้ให้แก่แหล่งท่องเที่ยว เมืองรอง 3) เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางและ ประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ สํานักงานส่งเสริม การจัดประชุม และ นิทรรศการ ( องค์การ มหาชน) 1 5 ) โครงการการกระตุ้น เศรษฐกิจด้วยการประชุม สัมมนาในประเทศ “ ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า ” 1) สนับสนุนการจัดงานประชุม สัมมนา และกิจกรรมตามโครงการ 2) พัฒนาปรับปรุงระบบและควบคุมระบบการบริหารจัดการออนไลน์ให้มี ประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง 3) สร้างการรับและกระตุ้นการเข้าร่วมโครงการของกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ 1) รายได้ที่เกิดขึ้นหรือหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจ 2) เพิ่มการจ้างงาน/รักษาการจ้างงาน 3 ) การจัดเก็บภาษีของรัฐบาล ที่เกิดขึ้นระหว่างจัดงาน สํานักงานส่งเสริม การจัดประชุม และ นิทรรศการ ( องค์การ มหาชน) 1 6 ) การสนับสนุนการ ประมูลสิทธิ์การประชุม นานาชาติสําคัญ “ One Ministry One Convention” 1 ) การจัดทําวิจัยผลกระทบเชิงเศรษฐกิจต่อการจัดงาน ( Economic Impact Research and feasibility Study ) 2) การเตรียมการประมูลสิทธิ์ อาทิ เอกสารการประมูลสิทธิ์ สื่อ ประชาสัมพันธ์ สื่อ วี ดิทัศน์ ฯลฯ 3) การเดินทางเพื่อเสนอตัวประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงาน และจัด กิจกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะการประมูลสิทธิ์ ณ ประเทศที่เดินทาง ไปประมูลสิทธิ์ 4) สํารวจความพร้อมสถานที่จัดงาน 5) ลงนามความตกลงร่วมกันระหว่างประเทศเจ้าภาพและเจ้าของงาน 1) มีการกระจายรายได้ไปยัง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานที่ จัดประชุม โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น 2) ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่าน การเป็นเจ้าภาพงานประชุมระดับโลก 3) มีผลกระทบเชิงบว กทางสังคมอื่น ๆ เช่น เกิดการจ้างงาน การจัดเก็บภาษีของ รัฐบาลที่เกิดขึ้นระหว่างจัดงาน หมายถึง ผลรวมของภาษีที่รัฐพึงจะได้ทั้งหมด เช่น มูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ เป็นต้น สํานักงานส่งเสริม การจัดประชุม และ นิทรรศการ ( องค์การ มหาชน)

105 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ กลยุทธ์ ที่ 3 .3 ส่งเสริมการตลาด เชิงรุกมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเชิงคุณภาพด้วยเทคโนโลยีและนวั ตกรรมที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ( Q uality - Based Marketing) 1) โครงการเผยแพร่ ประชาสัมพั นธ์ การท่องเที่ยว ผ่ำนสื่อสารสนเทศ 1) พัฒนาเว็บไซต์และโมบายแอปพลิเคชัน ด้านการท่องเที่ยวเพื่อ เป็นช่อง ทางการสื่อสาร การเสนอขาย รับฟังข้อคิดเห็น ( Feedback) 2) พัฒนาสื่อและเนื้อหา และเลือกใช้ช่องทางออนไลน์ที่เหมาะสมกับกลุ่ม นักท่องเที่ยว เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวของประเทศ ไทยให้แก่นักท่องเที่ยวและเครือข่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1 ) เพื่อให้เกิดผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ด้านการท่องเที่ยวต้นแบบ 2 ) เพื่อพัฒนาการนําเสนอสินค้าและ บริการด้านการท่องเที่ยวให้ตรงกับ ความต้องการนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น 3 ) เพื่อยกระดับประสบการณ์และ สร้า งความประทับใจให้กับ นักท่อง เที่ยว การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย 2) โครงการ ส่งเสริม Experience Thainess 1) จัด Media Briefing/ Product Presentation แก่สื่อมวลชน ต่างประเทศ เพื่อเ ผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สินค้าบริการของไทย ( Experience Thainess ) ผ่านสื่อรวมถึง Influencer 2) สนับสนุนการถ่ายทําสารคดีในประเทศไทยเพื่อเผยแพร่ในสื่อ ต่างประเทศ 3) จัดท ํา เส้นทางท่องเที่ยว แก่สื่อมวลชนในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ สินค้าและกิจกรรมการท่องเที่ยว ไทย 4) เพิ่มเครือข่ายและขยายฐานการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน/ Influencer และพันธมิตรทางการท่องเที่ยว 1) เพื่อพัฒนาการตลาดของประเทศ ไทยให้สื่อสารได้ทุกช่องทางอย่างไร้ รอยต่อ 2) เพื่อให้การสื่อสารการตลาดเป็น การสื่อสารบนพื้นฐานของคุณภาพ ที่แท้จริง 3 ) เพื่อพัฒนาการประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่ หลายเพิ่มเติม 4 ) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ( C B T) การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย 3 ) โครงการการสร้าง การสื่อสารเชิงรุก จัดทํา Digital Content ที่สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างและเผยแพร่ เรื่องราวที่มีความสุข (Happy Story) โดยดึงเอาจุดเด่นของการท่องเที่ยว จํานวน Digital Content เพื่อ เผยแพร่เป้าหมาย Success story สํานักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และ

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 106 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงา น รับผิดชอบ เพื่อการท่องเที่ยว คุณภาพสูงด้วยสื่อดิจิทัล แต่ละสาขามา ประยุกต์ให้สนุกและเป็นกระแส ผ่านสื่อ เช่น ภาพยนตร์ เพลง ละคร แอนิเมชัน คาแรคเตอร์ หรือ แอปพลิเคชัน และความสําคัญของการท่องเที่ยว คุณภาพสูง 75 เรื่อง เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 6.4 ตั วอย่างโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism ) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ กลยุทธ์ที่ 4 .1 เสริมสร้างความสมบูรณ์แก่สิ่งแวดล้อมและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ( Enriched Environment) 1 ) โครงการ CBT Smart Environment 1) รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง CBT Smart Environment 2) การสํารวจและลงพื้นที่เพื่อศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลเชิง ประจักษ์ 3) วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อคัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพ เหมาะสม 4) วิเคราะห์ ออกแบบ รูปแบบการพัฒนาตามศักยภาพและ ความเหมาะสมของ ชุ มชนท่องเที่ยว 5) ดําเนินการส่งเสริม สนับสนุน อบรม สร้างองค์ความรู้ให้กับ ชุมชนท่องเที่ยว 6 ) เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ชุ มชนท่องเที่ยวที่ผ่านการพัฒนาให้ เป็นชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ CBT Smart Environment ผ่านสื่อ ต่าง ๆ 1 ) ผลการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยชุมชน ท่องเที่ยวตามหลักการแนวคิด CBT Smart Environment 2) ผู้นํา ชุมชน หรือบุคลากรมีทักษะ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อ ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตาม หลักการแนวคิด CBT Smart Enviroment กรมการท่องเที่ยว 2 ) โครงการผลักดัน แหล่งท่องเที่ยวและภาคธุรกิจ สู่มาตรฐานความยั่งยืน GSTC ในพื้นที่นําร่อง 1) จัดตั้งทีมงานผู้เชี่ยวชาญอย่างครอบคลุมในการประเมินเกณฑ์ มาตรฐาน GSTC ของแหล่งท่องเที่ยว ธุรกิจที่พัก และธุรกิจนําเที่ยว 2) ศึกษา ค้นคว้า และวางแผนการดําเนินงานเพื่อสร้างเป็นระบบ การประเมิน ติดตาม และสรุปผล 1) เพื่อควบคุมและส่งเสริมให้ แหล่งท่อ งเที่ยว ธุรกิจที่พัก และธุรกิจ นํา เที่ยวมีความยั่งยืนตามมาตรฐาน สากล องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน (องค์การมหาชน)

107 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ 3) กําหนดแหล่งท่องเที่ยวหรือธุรกิจที่พักหรือธุรกิจนําเที่ยว ที่ต้องการประเมินในแต่ละช่วงเวลา ตลอด 5 ปี เพื่อให้ครอบคลุม ทุกพื้นที่ 4) ประเมินผลตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กําหนด 5) สรุปผลการประเมินและเผยแพร่ในช่องทางที่เหมาะสม 2) เพื่ออนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม 3) เพื่อให้มีระบบการจัดการ ความยั่งยืนที่มีประสิทธิผล 4) เพื่อส่งเสริมประโยชน์และลด ผลกระทบด้านลบทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม 3 ) โครงการจัดทําแพลตฟอร์ม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การดูแลทรัพยากรธรรม ชาติ ทางทะเลและชายฝั่ง 1) จัดทําแพลตฟอร์มการแจ้งเหตุเมื่อพบเจอการกระทําที่ส่งผลต่อ การทําลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อให้คนในพื้นที่หรือ นักท่องเที่ยวสามารถร้องเรียนได้ อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดย ข้อมูลนี้จะถูกจัดเก็บในศูนย์กลางข้อมูลการท่องเที่ยวของประเทศไทย 2) ประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์มการแจ้งเหตุ และกระจาย QR Code ที่สามารถสแกนแล้วไปยังเว็บไซ ต์ หรือแพลตฟอร์มได้ทันที ตาม แหล่งท่องเที่ยว 3) บูรณาการร่วมมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจัด การแ หล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อจัดการเรื่องตามข้อมูล การแจ้งที่ได้รับ 4) ประชาสัมพันธ์จัดหาอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล แลกกับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่จะได้รับเป็นการตอบแทน 5) บูรณาการความร่วมมือกับภาคการศึกษา และเอกชน ในการจัดกิจกรรมอาสาสมัครช่วยกันคิดค้นแนวทางการดูแลและ รักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว 1) เพื่อรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งให้อุ ดมสมบูรณ์ 2) เพื่อลดการแสวงหาผลประโยชน์ และลดความเสียหายต่อ จาก ทรัพ ยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง 3) เพื่อสนับสนุนความร่วมมือและ สร้างการตระหนักรู้ถึงประโยชน์ของ การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 108 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ 6) ติดตามผลและปรับปรุงการพัฒนาตามข้อมูลที่ได้รับและขยาย พื้นที่การดูแล 4) โครงการเพิ่มศักยภาพและ ฟื้นฟูพื้นที่แนวปะการังที่เป็น แหล่งท่องเที่ยว 1) บริหารจัดการ การอนุรักษ์ ฟื้นฟู รวมถึงการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรปะการัง รวมถึงทรัพยากรทางทะเลอื่น ๆ ในพื้นที่ เป้าหมาย 2) จัดสร้างแหล่งท่องเที่ยวดําน้ําปะการังเทียม 3) ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรม การท่องเที่ยวดําน้ํา 1 ) ฟื้นฟูแนวปะการังในพื้นที่เสื่อมโทรม 2 ) จัดสร้างแหล่งท่องเที่ยวดําน้ํา ปะการังเทียม 3) ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับ ผลกระทบจากกิจกรรมการท่องเที่ยว กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง 5 ) โครงการพัฒนาระบบ การจัดการของเสียจาก อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ที่ส่งผลเสียแก่แหล่งท่องเที่ยว เชิงนิเวศและป่าชายเลน 1) จัดตั้งทีมงานบริหารจัดการ ของเสียจากอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว 2) วางแผนและจัดทํากรอบแนวทางการจัดการของเสียด้วย วิธีการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ที่กําหนด เช่น การคัดแยกเพื่อนํากลับไปใช้ใหม่ หรือการปรับเสถียร/ฝังกลบ 3 ) ออกแบบระบบการประสานการดําเนินงานกับ ภาคเอกชนและ ประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการดําเนินการ 4 ) รวบรวมและวางเป็นระบบการจัดการของเสีย จากอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว 1) เพื่อเพิ่มศักยภาพและความเป็น ระบบของการจัดการของเสีย จาก อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ให้เป็น ระบบที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพ 2) เพื่อเลือกใช้แนวทางให้เหมาะสม กับรูปแบบของเสียและพื้นที่ที่กําหนด กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6 ) โครงการบริหารจัดการ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ( Carbon Emission) ของ สถานประกอบการ ด้านการท่องเที่ยว 1) ศึกษา ค้นคว้า และกําหนดสถานประกอบการด้าน การท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมท่องเที่ยวทั้งหมด ที่ต้องการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2) วางแผนและประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ แต่ ละพื้นที่ที่กําหนด 1) เพื่อบริหารจัดการการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกให้เป็นระบบ 2) เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือน กระจก 3) เพื่อลดการทําลายสิ่งแวดล้อมและ ลดอันตรายต่อชีวิตประชาชน กระทรว ง ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

109 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรม ท่องเที่ยว 3) รับรองสถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรม ท่องเที่ยวที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่พอเหมาะ หรือไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4) ออกมาตรการควบคุมและกําหนดปริมาณก๊าซเรือนกระจกของ แต่ละพื้นที่ที่กําหนดขอบเขต เพื่อให้แต่ละพื้นที่ควบคุ มให้อยู่ภายใต้ มาตรฐานที่กําหนด โดยพิจารณาและวิเค ราะห์ข้อมูลที่ได้จากเครื่อง คํานว ณ ผลกระทบด้านการท่องเที่ยว 5) ติดตามและประเมินผล การควบคุมก๊าซเรือนกระจกของแต่ละ สถานที่ 7 ) โครงการท่องเที่ยวด้วยขนส่ง ยั่งยืน ” Eco - friendly Transports ” ในเมืองท่องเที่ยว สําคัญ 1) ศึกษา ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับ การเดินทางและยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2) กําหนดจังหวัดนําร่อง 3) สรุปรูปแบบการเดินทางในเมืองที่กําหนด และจัดทําข้ อเสนอ การพัฒนาเมืองเพื่อของบประมาณในการพัฒนา 4) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ที่กําหนด 5) ดําเนินการปรับปรุงและพัฒนาในระยะเวลาที่กําหนด โดยเริ่มจากจังหวัดนําร่อง 6) ติดตาม ประเมิน และสรุปผลการดําเนินงาน เพื่อเป็ น ข้อเสนอแนะต่อการดําเนินงานในเมืองถัดไป 1) เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ ให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน 2) เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม 3) เพื่อการเดินทางที่อํานวย ความสะดวกและมีประสิทธิภาพ กระทรวงคมนาคม 8 ) โครงการพัฒนาระบบการ ใช้ข้อมูลดาวเทียมเพื่อ ตรวจสอบ คุณภาพขอ ง ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากร 1) ศึกษาและวิเคราะห์สิ่งที่ต้องสร้างและพัฒนาเพื่อให้ได้ระบบ ที่ สามารถเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกั บ ทรัพยากรธรรมชาติ จากดาวเทียมได้แบบเรียลไทม์ 1) เพื่อให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ สถานการณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ สํานักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 110 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ ทางทะเล และ การปล่อย มลพิษ 2) วางแผน พัฒนา และออกแบบระบบที่เชื่อมต่อกับดาวเทียม เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมในรูปแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน 3) ทดสอบและปรับปรุงระบบให้ได้ระบบที่สมบูรณ์ 4) สื่อสาร เผยแพร่ และถ่ายทอดการนําระบบไปใช้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง 2) เพื่อตรวจสอบและปรับปรุง คุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3) เพื่อให้สามารถรับมือกับ สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ทันท่วงที กลยุทธ์ที่ 4 .2 ส่งเสริมการอนุรัก ์ และต่อยอดทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและเอกลัก ณ์ความเป็นไทยด้วยการประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย ( Thai Cultures and Identities) 1) โครงการ ส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงอาหาร 1 ) คัดสรร ชุมชนที่มีศักยภาพ ที่มี เมนูและวัตถุดิบท้องถิ่น ที่เป็น เอกลักษณ์ 2) ส่งเสริม พัฒนารูปแบบ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและ ความปลอดภัยของวัตถุดิบท้องถิ่น 3) ย กระดับการให้บริการอาหารท้องถิ่น และพัฒนาศิลป์ในการปรุง และ การบริการอาหาร 4) ยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นสู่ของฝาก ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม 5 ) เพิ่ม ช่องทางการตลาดให้เมนูอาหารท้องถิ่นและการท่องเที่ยว เชิงอาหาร 6) สร้างการรับรู้ของประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการตลาดผ่าน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร พร้อมแถลงผลสําเร็จของงาน 1) เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของ ประเทศไทย 2) เพื่อสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ ที่มีความยั่งยืน 3) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของ ผู้ประกอบการด้านอาหาร เพื่อสร้าง โอกาสให้กิจการของตนพัฒนาให้อยู่ ในระดับมาตรฐานสากล สํานักงา น ปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 2 ) โครงการ The Michelin Guide Thailand 1) คัดเลือกและรวบรวมรายชื่อร้านอาหารที่อยู่ในระดับมาตรฐาน ของมิชลิน มีขั้นตอน ที่ครอบคลุมถึงการลงพื้นที่ส ํา รวจร้านอาหาร 1) เพื่อ ยกระดับภาพลักษณ์ของ ประเทศไทยในการเป็น High Value Tourism ผ่านวัฒนธรรมทางด้าน การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย

111 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ การตรวจสอบคุณภาพและรสชาติอาหาร โดยผู้เชี่ยวชาญ จากทั่วโลกที่ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ของมิชลิน 2) จัดพิมพ์หนังสือ The Michelin Guide Thailand ทุกปี เพื่อแนะน ํา ร้านอาหารที่ผ่าน กระบวนการประเมินผล 3) จัดงานแถลงข่าว สร้างการรับรู้การจัดโครงการความร่วมมือ ระหว่าง ททท. และบริษัท Michelin Travel Partner France ในการจัดท ํา โครงการเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านอาหาร ในประเทศไทยที่มีมาตรฐานระดับสากล 4) จัดงานมอบรางวัล Chef Awards Ceremony ให้แก่ ร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานคุณภาพจาก มิชลิน 5) ด ํา เนินการตรวจสอบคุณภาพร้านอาหาร ในประเทศไทยอย่าง ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2565 - 2569) เพื่อเป็น การรับประกันคุณภาพการด ํา เนินงานร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง จาก มิชลินว่ามีคุณภาพและมีมาตรฐานสม่ ํา เสมอ อาหาร ที่มีความหลากหลายในแต่ละ ภูมิภาค พร้อมทั้ง เผยแพร่อัตลักษณ์ ท้องถิ่นผ่าน อาหารและการใช้วัตถุดิบ ภายใน ท้องถิ่น 2) เพื่อสร้างรูปแบบการท่องเที่ยว ใหม่ ที่มีความยั่งยืน 3) เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและ การจําหน่ายสินค้าและบริกา ร คุณภาพ สูงผ่ำนการใช้เทคโนโลยีและ นวัตกรรม 4) เพื่อ พัฒนาขีดความสามารถของ ผู้ประกอบการด้านอาหารในการ พัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาส ในการ พัฒนา กิจการ ให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล 3 ) โครงการยกระดับดนตรี พื้นบ้านร่วมสมัยเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวเมืองรอง 1) ศึกษา วิเคราะห์เพื่อกําหนดเมืองรองที่มีสินท รั พย์และศักยภาพ ในการพัฒนาดนตรีพื้นบ้าน (หมอลําและลูกทุ่ง) ที่มีศักยภาพ 2) บูรณาการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายนักดนตรีพื้นบ้าน และ นักดนตรีสากลจากหน่วยงานเอกชนและสถาบันการศึกษา 3) พัฒนาดนตรีพื้นบ้าน ประเภท ลูกทุ่ง หมอลํา ที่ยังคงได้รับ ความนิยมได้ท้องถิ่น เพื่อพัฒนาต่อยอดให้เกิดเนื้อหาสร้างสรรค์ใหม่ ในรูปแบบ Crossover ในพื้นที่ เมืองรอง 1) เมืองรองที่มีสินทรัพย์และ ศักยภาพ ในการพัฒนา 2) จํานวนผลงานดนตรีหมอลําและ ลูกทุ่งในรูปแบบ Crossover ที่ได้รับ การพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย 3) จัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับดนตรี หรือ ร่วมจัดกิจกรรม ในสถานที่ท่องเที่ยว งานท้องถิ่น ประเพณี เทศกาลต่าง ๆ สํานักงานส่งเสริม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ( องค์การมหาชน)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 112 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ 4 ) จัดกิจกรรมเพื่อแสดงผลงานดนตรี อาทิ ในสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรม/ประเพณี ตลอดจนงานแสดงต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดเมือง รองเป้าหมาย กลยุทธ์ที่ 4. 3 ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ ( Effective Tourists Management) 1) โครงการทบทวนและ ปรับปรุงกฎระเบียบเรื่อง Carrying Capacity ของแหล่ง ท่องเที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม 1) พัฒนาและผลักดันการออกกฎหมายการจํากัดจํานวน นักท่องเที่ยวตามข้อกําหนดที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะบังคับให้ ผู้ประกอบการสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และ วัฒนธรรมปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2) ประชาสัมพันธ์การใช้กฎหมายการจํากัดจํานวนนักท่องเที่ ยว ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว 1) เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม 2) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้ เป็นการท่องเที่ยวมูลค่าสูง และดึงดูด นักท่องเที่ยวคุณภาพ สํานักงา น ปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 2) โครงการพัฒนาระบบ บริหารจัดการจํานวน นักท่องเที่ยวตามแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและ แหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ในจังหวัดนําร่อง 1) สํารวจ ศึกษา และรวบรวมข้อมูลจํานวนและลักษณะของแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเบื้องต้น ภายในขอบเขตพื้นที่เบื้องต้นในจังหวัดนําร่องอย่างน้อย 5 จังหวัด ของประเทศไทย อาทิ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา โดยใช้ระบบภาพถ่ายดาวเทีย ม 2) ประเมินและกําหนดความสามารถในการรองรับจํานวน นักท่องเที่ยว ( Capacity) ในแต่ละแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 3) วางแผนและออกแบบเครื่องมือในการตรวจสอบจํานวน นักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และ วัฒนธรรม โดยเครื่องมือจะสามาร ถแจ้งเตือนบนระบบได้ทันทีเมื่อ มีนักท่องเที่ยวเกินจํานวนที่กําหนด 4) ทดลองประสิทธิภาพในการใช้งานของเครื่องมือและ แอปพลิเคชันในการบริการจัดการจํานวนนักท่องเที่ยวภายใน 1) เพื่อให้สามารถมีข้อมูล ใน การบริหารจัดการและจํากัดจํานวน นักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) เพื่อรักษาและอนุรักษ์มรดกทาง ธรรมชาติและ สิ่ง แวดล้อม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม 3) เพื่อลดการคุกคามและรบกวน สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ในแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชา ติ 4) เพื่ ออ นุ รั กษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุของประเทศไทย สํานักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา

113 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ สถานที่ท่ องเที่ยว รวมถึงปรับปรุงระบบจนกว่าจะสมบูรณ์ภายในระยะเวลา ที่กําหนด 5) บูรณาการความร่วมมือในการติดตั้งระบบภายในสถานที่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม รวมถึง การจัดอบรมการใช้งานเครื่องมือ 6 ) บูรณาการความร่วมมือกับหน่ ว ยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ แหล่งท่ องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ในการลงพื้นที่ตรวจสอบและตักเตือนผู้กระทําผิด 7 ) เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การใช้งาน 3) โครงการประยุกต์ใช้ E - Ticket เพื่อประเมิน ความสามารถใน การรองรับ นักท่องเที่ยว 1) จัดทําแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันในการซื้อบัตรเข้าช ม อิเล็กทรอนิกส์ 2) เชิญชวนผู้ประกอบการ หรือผู้ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ / อุทยาน แห่งชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ในจังหวัดนําร่อง เข้าสู่ระบบการใช้งานแพลตฟอร์ม 3) จัดทําตั๋วร่วมเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวประมาณ 3 - 5 แหล่ง ภายใน แต่ละจังหวัด เพื่อดึงดูดและส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ ท่องเที่ยวในจํานวนมากขึ้น 4) ประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการจํากัดคนเข้าชม และการซื้อบัตรเข้าชมผ่านการซื้อบัตรอิเล็กทรอนิกส์ 1) เพื่อตรวจสอบจํานวนนักท่องเที่ยว ในแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ / อุทยานแห่งชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมภายใต้ จังหวัดนําร่องได้อย่างแม่นยํา 2) เพื่อเสริมสร้างความสะดวกสบาย ในการผ่านเข้าออกแหล่งท่องเที่ยว 3) เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไปเยือน แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้น ตามที่ตั๋วรวมได้กําหนด สํานักงา น ปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 4 ) โครงการศึกษา ขีดความสามารถในการรองรับ ได้ ของพื้นที่ อุทยานแห่งชาติ ทั่วประเทศ ศึกษาและ กําหนดปริมาณนักท่องเที่ยว โดยวางแผนการกําหนด วิธีการการสํารวจและวิเคราะห์ศักยภาพความพร้อมของพื้นที่ เพื่อให้ได้จํานวนนักท่องเที่ยวที่เหมาะสมในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว พร้อมการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ เพื่อให้ 1) เพื่อให้ มีคู่มือแนวทางการสํารวจวิจัย และวิเคราะห์จํานวน นักท่องเที่ยว ใน อุทยานแห่งชาติ ทั่วประเทศ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 114 โครงการ แนวทางการดําเนินงาน เป้าหมาย หน่วยงาน รับผิดชอบ ไปดําเนินการ จั ด เก็บ และวิเคราะห์ข้อมูล ปริมาณนักท่องเที่ยว ที่เหมาะของแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในอุทยานแห่งชาติ ทั่วประเทศ 2 ) อุทยานแห่งชาติ มี ขีด ความสามารถ ในการรองรับในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว 3 ) นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมีความพึงพอใจ ในการท่องเที่ยวธรรมชาติ เพื่อรับรู้และ เข้าใจ ตระหนักถึงคุ ณค่าและ ความสําคัญของการท่องเที่ยวในแหล่ง ธรรมชาติ

115 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570)

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 116 ส่วนที่ 4 การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวสู่การปฏิบัติและการติดตามประเมินผล กรอบความสอดคล้องของแผนต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งจะนําไปสู่ การปฏิบัติ จะประกอบด้วย แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 การพัฒนาการท่องเที่ยวในแผนพัฒนา ภาค แผนพั ฒนากลุ ่ มจั งหวั ด แผนพั ฒนาจั งหวั ด และแผนปฏิ บั ติ การพั ฒนาการท่ องเที ่ ยว ทั้ง 15 เขต รวมถึงกลไกในการขับเคลื่อนแผนต่าง ๆ เพื่อนําไปสู่การดําเนินการปฏิบัติรายโครง การที่จะ ก่อให้เกิดผลลัพธ์ ในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความร่วมมืออย่างบูรณาการ 1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยทั้งในระดับนโยบาย พื้นที่ และชุมชน การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่ งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) ไปสู่การปฏิบัติอย่าง มีประสิทธิภาพ และมีการบูรณาการความร่วมมือสอดคล้องกันตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติการควรมี หน่วยงานและบทบาทที่เกี่ยวข้องในการประสานแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้สู่การปฏิบัติ ดังนี้ รูปที่ 4 - 1 : หน่วยงานและบทบาทที่เกี่ยวข้องในการประสาน แผนฯ สู่การปฏิบัติ 1.1 ระดับนโยบาย คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณา กําหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้ง ให้ความเห็นและกํากับดูแล นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย เพื่อ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเ พื่อ พิจารณา โดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชำติ ทําหน้าที่ ในการนํานโยบายและข้อสั่งการในระดับนโยบาย แจ้งประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานตามแผนและนําเสนอข้อคิดเห็นและปัญหาอุปสรรคของหน่วยงานต่าง ๆ ต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ทั้งนี้ สํานักงานปลัดกร ะทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการ ท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อ การท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน (องค์การมหาชน) พิจารณาปรับปรุง นโยบายยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ และแผนงาน/โครงการในความ รับผิดชอบให้สอดรับกับเจตนารมณ์ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ.ศ. 2566 – 2570)

117 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) นอกจากนั้น การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ยังจําเป็นต้องได้รับความร่วมมือจาก หน่วยงานที่เกี่ย วข้องต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการดําเนินงานในแต่ละยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างความเข้มแข งและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เช่น สํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย องค์การบริหาร การพั ฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจและดิจิทัล สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ยท ำส ร์ที่ 2 นา ป ย นำนของอ สา กรร การท่องเที่ยวใ ี ณำ สง เช่น สํานักงาน ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองบัญชาการตํารวจ ท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) กระทรวง คมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิท ยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ย ท ำส ร์ที่ 3 ยกร ปร ส กำรณ์ ำนการ ท่องเที่ ยว เช่น สํานักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย องค์การ บริหารการพัฒนาพื้ นที่ พิเศษเพื่ อการท่องเที่ ยวอย่างยั่ งยืน (องค์การมหาชน) กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง วัฒนธรรม สํานักงานส่งเสริมการจัดปร ะชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ย ท ำส ร์ที่ 4 ส่งเสร การ นาการท่องเที่ยวอย่างย ่งย น เช่น สํานักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่ พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวัฒนธรรม สํานักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศกา ร (องค์การมหาชน) องค์การบริหารจัดการก๊าซ เรือนกระจก (องค์การมหาชน) ทั้งนี้ หน่วยงานหลักในแต่ละยุทธศาสตร์จะทําหน้าที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสนับสนุน ต่าง ๆ ในระดับปฏิบัติการและเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาในระดับพื้นที่ โดยมีการกําหนดบทบาทในการพัฒนา และแนวทางขับเคลื่อนแผนงาน / โครงการตามในแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ ทั้งการส่งเ สริม สนับสนุน และอํานวยความสะดวกการดําเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการเผยแพร่ผลการดําเนินงาน ให้สาธารณชนทราบเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ําเสมอ นอกจากนี้ แผนพัฒนาการท่องเที่ ยวแห่งชาติฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) จะเป็นกรอบ แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวสําหรับแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้ง 15 เขต แผนพัฒนาจังหวัด และแผนพั ฒนากลุ ่ มจั งหวัดแบบบู รณาการในด้ำนการพั ฒนาการท่ องเที ่ ยว เนื ่ องจากแผนพั ฒนา การ ท่องเที่ยวแห่งชาติเป็นแผนที่กําหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวในภาพรวม ซึ่งสามารถวาง แน ว ทาง การ พัฒนาการท่องเที่ ยวในระดับจังหวัด กลุ่ มจังหวัด และเขตพัฒนาพิเศษทั้ ง 15 เขต เพื่ อสนับสนุน การเติบโตในภาพรวมได้ อีกทั้งแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ยังเป็นกรอบแนวทางสําคัญสําหรับ การพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบต่าง ๆ ที่มีศักยภาพสูง เช่น การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สปา สุขภาพ และ ความงาม การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ การท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ ยวอย่าง มี ความรับผิดชอบ เป็นต้น โดยแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติเป็นการวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ องค์รวม ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่มั่นคงเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวรายยุทธศาสตร์และแต่ละรูปแบบ กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติจึงมีหน้าที่ในกา ร ประชาสัมพันธ์

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 118 เผยแพร่ และสร้างความเข้าใจในสาระสําคัญของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่ งชาติแก่หน่วยงานทั้งในส่วนกลาง ระดับพื้นที่รายกลุ่มจังหวัดและรายเขตพัฒนา รวมทั้งการให้การสนับสนุนในการพัฒนาตามหน้าที่และ ความรับผิดชอบ 1.2 ระดับพื้นที่ ประกอบด้วย คณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ ยวประจําเขตพัฒนาการท่องเที่ ยวแต่ละเขต คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ และคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ รวมทั้ งหน่วยงานที่ เกี่ ยวข้องทั้ งภาครัฐและภาคเอกชนที่ มีภารกิจเกี่ ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ ยว เช่น สํานักงานภาครั ฐและรัฐวิสาหกิจประจําภูมิภาคและจังหวัด สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ซึ่งเป็นผู้รับนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติและ คณะรัฐมนตรี หรือเป็นผู้รับนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติให้สอดคล้องและ เชื่อมโยงกับแผนพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1) ส่วนภูมิภาค กระทรวงการท่องเที่ ยวและกีฬา พิจารณารายละเอียดแผนกระจายภารกิจและ ความรั บผิดชอบในการดําเนินการตามแผนไปสู่ เขตพั ฒนาพิ เศษ กลุ ่ มจั งหวัด และจั งหวัด โดยในส่วนราชการระดับจังหวัด / กลุ่มจังหวัดมี สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัด แต่ละจังหวัด ในฐานะบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นหน่วยงานประสานหลักระหว่างคณะกรรมการพัฒนา การท่องเที่ยว ประจําเขตพัฒนาการท่องเที่ยว สํานักบริหารราชการกลุ่มจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่จัดทําแผนปฏิ บัติ การพัฒนา การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด / เขตพัฒนาการท่องเที่ยว ส่วนการพัฒนาในระดับจังหวัด สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัด แต่ละจังหวัดมีหน้าที่สนับสนุนการวางแผนและ ดําเนินงานของ คณะกรรมการบริ หารงานจั งหวั ดและคณะกรรมการบริ หารงานกลุ ่ มจั งหวั ดแบบบู รณาการที่ มี ความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยว รวมถึงต้องมีการส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อดําเนินการวางแผนและพัฒนาการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค 2) ส่วนท้องถิ่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องใน การพัฒนาการท่องเที่ยว เช่น สํา นักงานส่วนราชการระดับจังหวัด หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรม จังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อให้มีการนําหลักการและแนวทางการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ ภายใต้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ให้ทุก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค รับทราบและ นําไปกําหนดเป็นยุทธศาสตร์ หรือแผน ป ฏิบัติการการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่รับผิดชอบ 3) ส่วนการดําเนินงานของภาคเอกชน ภาคธุรกิจเอกชนมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายในทุกระดับ เพื่อให้การดําเนินงานด้านการท่องเที่ยวมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และผู้รับบริการ โดยผลของ การพัฒนาต้องไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม มีการจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรมในกา รประกอบธุรกิจ และเข้ามามีบทบาทร่วมในการจัดบริการสังคม และกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ โดยสํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัด แต่ละจังหวัดมีหน้าที่ให้ คําปรึกษาและสนับสนุนการดําเนินงานของ ภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ 1.3 ระดับชุมชน หมายถึง กลุ่ม/องค์กร หรือเครือข่ายองค์กร เช่น กลุ่มสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชน เป็นต้น ซึ่งได้รับ การสนับสนุนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศในบริบทที่เหมาะสม

119 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 2. กลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ รูปที่ 4 - 2 : แผนผังความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่มีส่วนในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) สู่การปฏิบัติให้ ประสบความสําเร็จ จําเป็นต้องเริ่มต้นด้วย การสร้างความเข้าใจให้กับทุกภาคส่ว นที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาการ ท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ จากนั้นบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วน อย่างน้อย 2 หน่วยงาน โดย ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกําหนดแนวทางการดําเนินงานของโครงการที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งกําหนดเป้าหมายและ ตัวชี้วัดโครงการร่วมกัน (Shared KPI) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายและตัวชี้วัดในแต่ละยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนา การท่ องเที ่ ยวแห่ งชาติ ของประเทศไทย โดยจะส่ งผลให้ ทุ กฝ่ำยเห็ นพ้ องต้ องกั นและนําแนวทาง การดําเนินงานดังกล่าว ไปกําหนดเป็นเป้าหมายหลัก ( Mandate) หรือตัวชี้วัดหลัก ( KPIs) ของหน่วยงานตน อันเป็นการขับเคลื่ อนแนวทางการดําเนินงานเชิงบูรณาการอย่างแท้จริง ที่ ช่วยลดความทับซ้อนและ เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานทรัพยากรของภาครัฐ ทั้งด้านบุ คลากร ปัจจัยสนับสนุน และงบประมาณแผ่ นดิน ทั้งนี้ การขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติให้ประสบความสําเร็จได้นั้น จําเป็นที่หน่วยงานผู้ปฏิบัติงาน ต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรที่เพียงพอ และเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานต่าง ๆ ขณะเดียวกัน เมื่อเริ่มดําเนินโครงการ พัฒนาต่าง ๆ ไปในระยะหนึ่งแล้ว จําเป็นต้องมีการติดตามและ ประเมินผลอย่างสม่ําเสมอตามกลไกที่กําหนดขึ้น ซึ่งแบ่งบทบาทหน้าที่ของ ทุกภาคส่วนไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ สามารถสรุปสถานะและความคืบหน้าของการดําเนินงาน และรายงานต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และ ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการทบทวนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ ให้สอดรับกับสถานการณ์ และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะนั้น ซึ่งหากไม่ได้มี การทบทวนและปรับปรุง แนวทางการดําเนินงานและค่า เป้าหมายของตัวชี้วัดต่าง ๆ ให้เป็นพลวัต อาจส่งผลกระทบต่อ การดําเนินงำนตามโครงการในแผนพัฒนาการ ท่องเที่ยวแห่งชาติที่วางกรอบเอาไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวฯ ฉบับนี้ไปสู่การ ปฏิบัติได้จึงจําเป็นต้องตั้งอยู่บน 5 กลไกย่อยที่จะช่วยให้ การขับเคลื่อนเป็นไปได้อย่างเป็นรูปธรรม และบรรลุ เป้าหมายที่กําหนดไว้ โดยสรุ ปได้ดังต่อไปนี้ กลไกย่อยที่ 1 การสร้างความเข้าใจและการกําหนดการดําเนินงานที่จะเกิดขึ้นใน ภาพรวม 1.1 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดประชุมหารือ ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ ยว ประจําเขตพัฒนาการท่องเที่ยว คณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดและจังหวัดแบบบูรณาการ และ กลไกย่อยที่ 1 การสร้างความเข้าใจและการ กำหนดการดาเนินงาน แล ะ กลไกย่อยที่ 2 การขับเคลื่อนแนวทางการ ดำเนินงานเชิงบูรณาการ กลไกย่อยที่ 3 การหาทรัพยากรและ งบประมาณเพื่อการปฏิบัติ แนวทางเพิ่มเติม (Optional) กลไกย่อยที่ 4 การติดตามและประเมินผล กลไกย่อยที่ 5 การทบทวนและปรับปรุงแผนฯ หน่วยงานที่ 1 หน่วยงานที่ 3 หน่วยงานที่ 5 หน่วยงานที่ 2 หน่วยงานที่ 4 หน่วยงานที่ 6 หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการดำเนินงาน งบประมาณบูรณาการ สำนักงบประมาณ งบประมาณรายจ่ายประจำ หน่วยงาน สำนักงบประมาณ กองทุนเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวไทย ระบบ Dashboard กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ( ททช .) จัดประชุมร่วมกัน เสนอของบประมาณ จัดสรรงบประมาณ เสนอของบประมาณ จัดสรรงบประมาณ ร่วมกันกำหนด Mandate หรือ Share KPIs 1 2 3 4 นาเสนอผลการหารือร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อคิดเห น / ข้อเสนอแนะ / มอบนโยบาย นาส่งข้อมูลผลความ คืบหน้าการดำเนินโครงการ แสดงสถานะความคืบหน้าการดำเนิน โครงการ / การบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัด ประเมินผลความคืบหน้า / ความสำเร จของการดำเนินโครงการ รายงานผลการประเมินความคืบหน้า / ความสำเร จของการดำเนินโครงการ 1 2 3 4 รายงานผลการติดตาม และประเมินผล ให้ข้อคิดเห น / ข้อเสนอแนะ / มอบนโยบาย 5 6 1 2 1 2 รายงานผลการประเมินความสำเร จของ การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ 1 2 3 ให้ข้อคิดเห น / ข้อเสนอแนะ / มอบนโยบาย จัดประชุมร่วมกันเพื่อ ทบทวนและปรับปรุง แผนปฏิบัติการ 2 3 1 แผนผังความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่มีส่วนในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อ เศร กิจและสังคม ท.ท.ช .

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 120 หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการ ภายใต้แผน พัฒนาการท่องเที่ยวแห่ งชาติ ฉบับที่ 3 โดย มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ • เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 และประชาสัมพันธ์โครงการภายใต้ แผน พัฒนำ การท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ • เพื่อรับฟังความคิดเห็น ความต้องการ รวมถึงข้อกังวลใจที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง • เพื่อร่วมกันกําห นดภาพรวมการดําเนินงานที่จะเกิดขึ้นภายในปีงบประมาณปัจจุบัน 1.2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานผลการประชุม แก่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยว แห่งชาติ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือรับมอบนโยบายอื่น ๆ เพื่อนําไปดําเนินการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาการดําเนินงานตาม โครงการภายใต้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ต่อไป กลไกย่อยที่ 2 การขับเคลื่อนแนวทางการดําเนินงานเชิงบูรณาการ 2.1 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาการท่องเที่ ยว และหน่วยงานที่ รับผิดชอบโครงการดําเนินงานตามแผนพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งชาติ ทั้งระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น เช่น กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยว แห่งป ระเทศไทย สํานักงานการท่องเที่ ยวและกีฬาจังหวัด สํานักบริหารราชการส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค ตัวแทนภาคประชาชน และภาคเอกชน เป็นต้น เพื่อกําหนดเจ้าภาพหลักในแต่ละแนวทางการดําเนินงานที่จะเกิดขึ้น 2.2 หน่วยงานที่มีอ ํานาจหน้าที่ในการพัฒนาการท่องเที่ยวไทย และหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ ดําเนินงานตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ อย่างน้อย 2 หน่วยงาน บูรณาการการดําเนินงาน ร่วมกันด้วยการกําหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดโครงการร่วมกัน (Shared KPI) จากนั้นตกลง เห็นพ้อง และนําแนวทางการดําเนิน งานดังกล่าว ไปกําหนดเป็นเป้าหมายหลัก ( Mandate) หรือตัวชี้วัดหลัก ( KPIs) ของหน่วยงานตนทั้งระดับภูมิภาค ท้องถิ่น และชุมชน กลไกย่อยที่ 3 การหาทรัพยากรและงบประมาณเพื่อการปฏิบัติ การปฏิบัติตามโครงการภายใต้แผนพัฒนาการท่องเที่ ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ให้สําเร็จลุล่วง อย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงานที่รับผิดชอบจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณ เพื่อการปฏิบัติอย่างเพียงพอและเหมาะสม โดยข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกระบวนการจัดสรรท รัพยากรและ งบประมาณที่จะกล่าวถึงมีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณด้านการส่งเสริม การท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพ เป็นระบบระเบียบ รวดเร็ว และตรวจสอบได้ 2) เพื่อให้เกิดการส่งเสริมและ พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง และเพิ่มขีดความสำ มารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะกระบวนการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวมีรายละเอียด ดังนี้ 3.1 หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการดําเนินงานตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ.ศ. 2566 – 2570) ต้องจัดทําแผนกา รดําเนินโครงการและคําของบประมาณ เพื่อยื่นคําขอ กับหน่วยงานบริหารแหล่งงบประมาณเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาท่องเที่ยว เช่น สํานักงานกองทุน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ไทย สํานักงบประมาณ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของ สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อให้การขับเคลื่อน การดําเนินนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

121 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) รวดเร็ว และตอบสนองนโยบายได้ ทันท่วงที โดยตามอํานาจหน้าที่ของสํานักงานกองทุนเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวไทยภายใต้พระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไข เพิ่มเติม ตั้งแต่สนับสนุนเงินอุดหนุนหรือเงินให้กู้ยืมแก่หน่วยงานของรัฐเพื่อนําไปใช้ดําเนินงานตาม นโยบายหรือแผนพัฒนากำรท่องเที่ยวแห่งชาติ รวมทั้งแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยว และ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือหรือสนับสนุนการท่องเที่ยว รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัย การฝึกอบรม การประชุม การประชาสัมพันธ์ และการเผยแพร่ข้อมูล 3.2 หน่วยงานบริหารแหล่งงบประมาณเพื่ อการท่องเที่ ยว เช่น สํานักงานกองทุนเพื่ อส่งเสริม การท่องเที่ยว ไทย สํานักงบประมาณ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของสํานักงาน คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น ต้องจัดทําแผนการจัดสรรงบประมาณ อย่าง ล ะเอียด รอบคอบ และคํานึงถึงความคุ้ มค่าในการพัฒนาการท่องเที่ ยว เพื่ อสนับสนุน การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือแผนปฏิบัติการพัฒนาการท่องเที่ยวสู่การปฏิบัติ ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เพื่อความเป็นธรรมและโปร่งใส หน่วยงานบริหารแหล่งงบประมาณเพื่อการท่องเที่ยว ข้ำงต้น จึง จําเป็นต้อง มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทําหน้าที่หลักในการดําเนินการตรวจสอบการดําเนินงาน ภายในของกองทุนภายใต้มาตรฐานการตรวจสอบและจริยธรรมการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของส่วน ราชการ ดังนั้น การจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณเพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามขั้นตอนข้างต้ นจึงจะ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อการท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง กลไกย่อยที่ 4 การติดตามและประเมินผล เมื่ อเริ่ มดําเนินโครงการพัฒนาการท่องเที่ ยว ไปในระยะหนึ่ งแล้ว จําเป็นจะต้องมีการติดตาม ความก้าวหน้าของการดําเนินงานอยู่เป็นระยะอย่างสม่ําเสมอ เพื่อให้ทราบความก้าวหน้า และสามารถประเมิน ปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดําเนินการ และตระเตรียมแผนสําหรับการดําเนินงานในอนาคต ต่อไปได้ นอกจากนี้ จําเป็นต้องมี การประเมินผลความสําเร็จให้สอดคล้องไปกับระยะเวลาของโครงการ เมื่อโครงการแล้วเสร็จ เมื่อสิ้นสุดแผนในแต่ละระยะ และเมื่อสิ้นสุดการดําเนินงานทั้งหมดตามแผนฉบับนี้ ภายในปี พ.ศ. 2570 โดยการติดตามและประเมินผลทั้งรายปี และแต่ละระยะ จะดําเนินการผ่านระบบ Dashboard หรือรว บรวมข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางอื่น ๆ ที่ เหมาะสม เพื่อเป็นการอํานวยความสะดวกให้กับ หน่วยงานและเพิ่มความรวดเร็วในการติดตามข้อมูล ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการต่าง ๆ นําส่งข้อมูลผล ความคืบหน้า / ผลการดําเนินโครงการเข้าสู่ระบบ Dashboard กลาง จากนั้นระบบจะแสดงสถานะความคืบหน้า การดําเนินโครงการ / การบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัด ระบบทําการประเมินผลความคืบหน้า / ความสําเร็จของ การดําเนินโครงการตามระยะเวลาที่กําหนด จากนั้นรายงานผลการประเมินความคืบหน้า / ความสําเร็จของ การดําเนินโครงการผ่านระบบ Dashboard ให้หน่วยงานต่ำง ๆ สามารถเข้าถึงการแสดงผลได้ เพื่อให้ระบบ การติดตามและประเมินผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงจําเป็นต้องปรับปรุง และเตรียมพร้อมระบบให้พร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างครบวงจร

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 122 รูปที่ 4 - 3 : กลไกการติดตามและประเมินผล การติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าของการดําเนินการตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) เป็นการติดตามและประเมินผลสําเร็จในภาพรวม และลึกลงไปในระดับของ ยุทธศาสตร์ และโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของแผนฉบับนี้ โดยมีกลไกและแนวทางการติดตามแ ละ ประเมินผลดังต่อไปนี้ 1) การติดตามผลรายปี ประกอบด้วย • การติดตามการดําเนินงานตามเป้าหมายและตัวชี้วัดหลัก ( ภาพรวม ) • การติดตามการดําเนินงานตามเป้าหมายและตัวชี้วัดแต่ละยุทธศาสตร์ • การติดตามการดําเนินงานตามเป้าหมายและตัวชี้วัดรายโครงการ 2) การประเมินผลในแต่ละระยะ แบ่งออกเป็น • การประเมินผลในระยะที่ 1 เป็นการประเมินผลความคืบหน้าหรือความก้าวหน้าของ กา ร ดําเนินการตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติในปีที่ 1 และปีที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2567) โดยประกอบด้วย • ประเมินผลความคืบหน้าของการดําเนินงานแต่ละโครงการที่กําหนดภายในระยะ 2 ปี • ประเมินผลสําเร็จการดําเนินงานตามเป้าหมายและตัวชี้วัดของแต่ละยุทธศาสตร์ • วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และเสนอแนวทางแก้ไข • การประเมินผลในระยะที่ 2 เป็นการประเมินผลความคืบหน้าหรือความก้าวหน้าของ การดําเนิ นการตามแผนพั ฒนาการท่ องเที ่ ยวแห่ งชาติ ในปี ที ่ 3 ปี ที ่ 4 และปี ที ่ 5 (พ.ศ. 2567 - 2570) โดยประกอบด้วย • ประเมินผลความคืบหน้าของการดําเนินงานแต่ละโครงการที่กําหนดภายในระยะ 3 ปีหลัง • ประเมินผลสําเร็จการดําเนินงานตามเป้าหมายและตัวชี้วัดของแต่ละยุทธศาสตร์ • วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และเสนอแนวทางแก้ไข • ประเมินผลสําเร็จของโครงการตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) 3) การทบทวนแผนรายปี การทบทวนแผนรายปี เป็ นการทบทวนแผนพั ฒนาการท่ องเที ่ ยวแห่ งชาติ ฉบั บที ่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) รายปีให้การดําเนินงานยังสอดรับกับบริบทและสถานการณ์ปัจจุบันที่ อาจเกิด 04 01 02 03 การประเมินผลในแต่ละระยะ สานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินผล ความคืบหน้า / ความสาเร็จของการดาเนินการตามแผนปฏิบัติ การฯ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะ 2 ปี และระยะ 3 ปี เพื่อประเมินความสาเร็จของการดาเนินงาน ตลอดจน ปัญหาและอุปสรรค เพื่อจัดทำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม การทบทวนแผนรายปี สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนและปรับปรุง แผนพัฒนา การ ท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ให้สอดรับกับบริบทและ สถานการณ์ของโลกและของไทยในปัจจุบันที่อาจ เกิด การ เปลี่ยนแปลงไปตามเดิม โดยทาการทบทวนเมื่อ สิ้นสุด การ ดำเนินงานแต่ละปี ซึ่งอาจร่วมไปถึงการปรับปรุง เป้าหมาย ตัวชี้วัด ตลอดจนรายละเอียดและ แผน การ ดาเนินงานในแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้ ให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน การติดตามผลรายปี สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ติดตาม การ ดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับ ที่ 3 โดย ติดตามผลเป็นรายปี เพื่อกากับ ให้การ ดาเนินงาน ต่าง ๆ เป็นไปตามเป้าหมาย ตัวชี้วัดหลัก ตัวชี้วัดราย ยุทธศาสตร์ โครงการ และตัวชี้วัดรายโครงการ การเตรียมการแผนพัฒนาการท่องเที่ยว ฉบับถัดไป ▪ ส่วนที่ 1 ดำเนินการศึกษาบริบทที่จะเกิดขึ้น ของ การ พัฒนาการท่องเที่ยว และจัดทำแผนพัฒนาในระยะ ถัดไป เมื่อใกล้สิ้นสุดแผนฉบับปัจจุบัน ▪ ส่วนที่ 2 วางแผนการเตรียมความพร้อม (Transition Plan) และดำเนินการปรับปรุงสำหรับ แผนพัฒนา การ ท่องเที่ยวฉบับถัดไป กลไกการ ติดตามและ ประเมินผล แ ้ ค ำก

123 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) การเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเมื่อสิ้นสุดการดําเนินงานแต่ละปี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจําเป็นต้องมี การศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์การท่องเที่ยวของโลกและของประเทศไทย ในปัจจุ บันกับขณะที่มีการจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 เพื่อประเมินผลกระทบและ ความจําเป็นที่จะต้องมีการทบทวนและปรับปรุง เป้าหมาย ตัวชี้วัด รายละเอียด แนวทางการดําเนินงาน ตลอดจนแผนงานโครงการต่าง ๆ ของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ( พ . ศ . 2566 – 2570) 4) การเตรียมการสําหรับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับถัดไป เพื่อให้การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ มีประสิทธิภาพ และเกิดการเตรียมความพร้อมสําหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะ ถัดไป จําเป็นต้องมีการดําเนินการ 2 ส่วน ดังนี้ • ส่วนที่ 1 การดําเนินการศกำวิจัยแ ละจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับถัดไป ซึ่งต้องมีการศึกษาวิจัย รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของ ประเทศไทยในปัจจุบัน รวมถึงประเมินความพร้อม ช่องว่างการพัฒนา ประเด็นปัญหา อุปสรรค ความท้าทาย ตลอดจนแนวโน้มอนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่อาจเกิดขึ้นในระยะ ถัดไป ซึ่งส่งผลต่อและนําไปสู่ความจําเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในรูปแบบใหม่ ซึ่งจําต้องมีการวางแผนและวางกรอบแนวทางการพัฒนาต่อจากแผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติฉบับนี้สิ้นสุดลง • ส่วนที่ 2 การเตรียมความพร้อมสําหรับการเปลี่ยนผ่านสู่แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับถัดไป โดยเมื่อได้มีการจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับถัดไปขึ้นมารองรับ การดําเนินการในช่วงเวลาหลังจากแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับนี้สิ้นสุดลงแล้ว จําต้องมีการดําเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับการเปลี่ยนผ่านสู่แผนพัฒนาการท่องเที่ยว ฉบั บใหม่ โดยจะต้ องมี การวางแผนการเตรี ยมความพร้ อม (Transition Plan) ซึ ่ งเป็น การวิเคราะห์ปัญหา และอุปสรรคจากการดําเนินการตามแผนเดิม รวมถึงหาทางออกและ ข้อเสนอแนะในการจัดทําแผนฉบับถัดไป และดําเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าว เพื่อให้ การจัดทําแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับถัดไป มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลไกย่อยที่ 5 การทบทวนและปรับปรุงแผนปฏิบัติการ ภายใต้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ 5.1 กระทรวงการท่องเที่ ยวและกีฬารับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนรับมอบนโยบาย จากคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง 5.2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการดําเนินงานตาม แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ เมื่อสิ้นสุดการดําเนินงานในแต่ละปี เพื่อทบทวนและปรับปรุง แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ให้เข้ากับบริบทและส ถำนการณ์ปัจจุบัน 5.3 กระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาศึกษา วิเคราะห์และเตรียมการข้อเสนอแนะ เพื่อการจัดทํา แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในฉบับถัดไป

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 124 ภาคผนวก ภาคผนวก ก คําอธิบายตัวชี้วัด ตัวชี้วัดหลัก ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของ ข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา / น่วยงานหลัก ห ในการจัดเก บ ข้อมูล ปีำน ค่าปีำน ค่าเป้าหมาย 1 สัดส่วน ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศด้านการ ท่องเที่ยว ต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ ( T GDP/GDP) ร้อยละ สัดส่วน ผลิตภัณฑ์มวล รวมภายในประเทศ ด้านการท่องเที่ยว (ทั้งทางตรงและ ทางอ้อม) ต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ ( TGDP/GDP) รายงานบัญชี ประชาชาติด้าน การท่องเที่ยว (TSA) โดย สํานักงาน ปลัด กระทรวง การท่องเที่ยว และกีฬา 2562 ผลิตภัณฑ์มวลรว ภายใน ประเทศ ด้านการท่องเที่ยว เท่ากับร้อยละ 17.79 1) สัดส่วน ผลิตภัณฑ์มวล รวม ภายในประเทศ ด้านการท่องเที่ยว ทางตรง ต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ เท่ากับ ร้อยละ 7.25 2) สัดส่วน ผลิตภัณฑ์มวล รวม ภายในประเทศ ด้านการท่องเที่ยว ทาง อ้อม ต่อ ผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ เท่ากับ ร้อยละ 10. 54 ไม่ต่ํากว่าร้อยละ 25 ภายใน ปี พ.ศ. 2570 หมายเหตุ : อ้างอิงจาก แผนแม่บทภาย ใ ต้ ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การท่องเที่ยว ( พ . ศ . 2561 – 2580)

125 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของ ข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา / น่วยงานหลัก ห ในการจัดเก บ ข้อมูล ปีำน ค่าปีำน ค่าเป้าหมาย 2 จํานวนธุรกิจบริการท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวได้รับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ( Thailand Tourism Standard) และอาเซียน ( Asean Standard) ราย จํานวนธุรกิจบริการ ท่องเที่ยวและแหล่ง ท่องเที่ยวได้รับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยว ไทย และอาเซียน สถิติมาตรฐาน การท่องเที่ยว ไทยและอาเซียน โดยกรมการ ท่องเที่ยว 2555 - 2562 4 , 757 ราย เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ํากว่า 3000 ราย หมายเหตุ : อ้างอิงจาก อัตราการเติบโตตั้งแต่ปี 2555 – 2562 3 จํานวนวันพักและค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ *รายละเอียดเพิ่มเติม ในภาคผนวก ข วัน และ บาท ระยะเวลาเฉลี่ยใน การท่องเที่ยวต่อคน ต่อครั้งของ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ และ ค่าใช้จ่าย โดยเฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาว ไทยและ ชาว ต่างชาติ สถิตินักท่องเที่ยว โดย สํานักงาน ปลัด กระทรวง การท่องเที่ยว และกีฬา 256 2 1) ระยะเวลาพํานักเฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.26 วัน 2) ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ 5,172 บาท 3) ระยะเวลาพํานักเฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาวไทย 2. 4 6 วัน 4) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของ นักท่องเที่ยวชาวไทย 2,56 4 บาท • ระยะเวลาพํานักเฉลี่ย ของนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติไม่ต่ํากว่า 10 วัน • ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของ นักท่องเที่ย ว ชาว ต่างชาติ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี • ระยะเวลาพํานักเฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาว ไทยไม่ต่ํากว่า 3 วัน • ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของ นักท่องเที่ยวชาวไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ต่อปี

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 126 ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของ ข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา / น่วยงานหลัก ห ในการจัดเก บ ข้อมูล ปีำน ค่าปีำน ค่าเป้าหมาย 4 สัดส่วนจํานวนนักท่องเที่ยวกลุ่ม เดินทางครั้งแรก ( First Visit) และกลุ่มเดินทางซ้ํา ( Revisit) ร้อยละ สัดส่วนจํานวน นักท่องเที่ยวกลุ่ม เดินทางครั้งแรก ( First Visit) และกลุ่ม เดินทางซ้ํา ( Revisit) แผนวิสาหกิจ การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย ฉบับทบทวน พ . ศ . 2565 2562 สัดส่วนจํานวนนักท่องเที่ยว กลุ่มเดินทางครั้งแรก ( First Visit) และกลุ่มเดินทางซ้ํา ( Revisit) เป็น 34:66 สัดส่วนจํานวนนักท่องเที่ยว กลุ่มเดินทางครั้งแรก ( First Visit) และกลุ่มเดินทางซ้ํา ( Revisit) เป็น 40 :6 0 5 อันดับผลการดําเนินงาน ภาพรวม ตามเป้าหมายการ พัฒนาอย่างยั่งยืน ( SDGs) อยู่ ใน 35 อันดับแรก อันดับ อันดับเป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของ ประเทศไทย Sustainable Development Report 256 4 อันดับที่ 4 3 อยู่ใน 35 อันดับแรก 6 อันดับ การพัฒนา การเดินทางและการ ท่ องเที่ยว ของประเทศไทย ด้านความยั่งยืน ของสิ่งแวดล้อม โดย TTDI อยู่ 1 ใน 67 อันดับ อันดับการพัฒนา การเดินทางและ การ ท่ องเที่ยวของ ประเทศไทย ด้านความยั่งยืนของ สิ่งแวดล้อม โดย TTDI สภาเศรษฐกิจ โลก 256 4 อันดับที่ 97 / 117 1 ใน 67

127 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ตัวชี้วัดตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ เป้าหมายราย ยุทธศาสตร์ ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา/หน่วยงาน หลักในการจัดเก บข้อมูล ปีำน ค่าปีำน ยุทธศาสตร์ที่ 1: เสริมสร้างความเข้มแขงและภูมิคุ้มกันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ( Resilient Tourism) เป้าหมายที่ 1.1 1.1 อัตราการเติบโตของ รายได้ในสาขา อุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยว 12 สาขา ร้อยละ อัตราการเติบโตของรายได้ในสาขา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 12 สาขา รายงานบัญชีประชาชาติ ด้านการท่องเที่ยว (TSA) โดย สํานักงา น ปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 2562 สา ขำการผลิตเติบโต ร้อยละ 2.1 1.2 จํานวนผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ( SMEs) ในอุตสาหกรร ม การ ท่องเที่ยวได้รับ การยกระดับศักยภาพ ในการเพิ่มมูลค่าให้กับ สินค้าและบริการ ราย จํานวนผู้ประกอบการวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม ( SMEs) ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับ การยกระดับศักยภาพเพื่อให้มี ทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ ยุคใหม่ กรมการท่องเที่ยว 2564 - 2565 เป้าหมาย ปี 2564 - 2565 คือ ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมจํานวน 5 , 000 ราย ได้รับ การยกระดับศักยภาพ ในการเพิ่มมูลค่าให้กับ สินค้าและบริการ เป้าหมายที่ 1.2 1. 3 การกระจายรายได้ผ่าน การท่องเที่ยวชุมชน ( ค่า Gini coefficient ) ค่า สัมประ สิทธิ์ จีนี สัมประสิทธิ์จีนีใช้ในการวัด ความเหลื่อมล้ําในการกระจาย รายได้ผ่านการท่องเที่ยวชุมชน ค่าน้อยลง หมายถึง การกระจาย รายได้ผ่านการท่องเที่ยวชุมชนมากขึ้น (เฉพาะพื้นที่ที่ อพท. รับผิดชอบ) องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) 256 2 0.6069 หมายเหตุ : เปลี่ยนผู้ จัดเก็บเป็น อพท . เบื้องต้นอ้างอิงข้อมูล จาก TSA

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 128 เป้าหมายราย ยุทธศาสตร์ ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา/หน่วยงาน หลักในการจัดเก บข้อมูล ปีำน ค่าปีำน ยุทธศาสตร์ที่ 2: พัฒนา ป จจัยพื้นำนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ มีคุณภาพสูง ( Quality Tourism ) เป้าหมายที่ 2.1 2.1 คะแนนเฉลี่ยความพึง พอใจของนักท่องเที่ยว ชาวไทยและต่างชาติต่อ โครงสร้างพื้นฐานด้าน การท่องเที่ยว 7 ด้าน คะแนน คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจของ นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการ ท่องเที่ยว ประกอบด้วย (ไทย/ ต่างชาติ) 1) การบริการสนามบิน ( 84.19 %/ 77 . 4 %) 2) รถโดยสารสาธารณะ (7 4.46 %/ 75.95 %) 3) ห้องน้ําสาธารณะ (7 3.05 %/7 1.66 %) 4) ความปลอดภัย (7 2.94 %/8 0.47 %) 5) สถานที่พักแรม (8 0.63 %/8 2.22 %) 6) ภัตตาคาร/ร้านอาหาร (7 7.86 %/ 79.26 %) และ 7) การใช้งาน Tourist Application ( 8 1.61 %/ 79.28 %) โครงการจัดทําตัวชี้วัด ภาวะเศรษฐกิจการ ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและ สํารวจทัศนคติและความ พึงพอใจของนักท่องเที่ยว ชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางท่องเที่ยวใน ประเทศไทย โดย สํานักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 256 3 เฉลี่ย 7 ด้าน (ไทย 77.82%/ ต่างชาติ 78.03%)

129 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) เป้าหมายราย ยุทธศาสตร์ ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา/หน่วยงาน หลักในการจัดเก บข้อมูล ปีำน ค่าปีำน รวมกันแล้วเฉลี่ย 7 ด้าน (77.82%/78.03%) เป้าหมายที่ 2.2 2. 2 จํานวนผู้ใช้บริการ ฐานข้อมูลจาก ศูนย์กลางข้อมูลด้าน การท่องเที่ยวไทย ครั้งต่อ เดือน จํานวนผู้ใช้บริการฐานข้อมูลจาก ศูนย์กลางข้อมูลด้านการท่องเที่ยวไทย หมายเหตุ: เนื่องจากศูนย์กลาง ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวยังไม่เปิด ให้บริการอย่างเป็นทางการ จึงอ้างอิงจากการเข้าชมเว็บไซต์ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาแทน สํานักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา หมายเหตุ: ยังไม่มีการ จัดเก็บสถิติการใช้งาน ศูนย์กลางข้อมูลด้าน การท่องเที่ยวไ ทย อ้างอิงจากจํานวนผู้เข้า ชมเว็บไซต์ต่อเดือนแทน 256 4 จํานวนผู้เข้าชม 14 , 682 ครั้งต่อเดือน เป้าหมายที่ 2.3 2. 3 อัตรา การเกิดอุบัติเหตุ และอาชญากรรมต่อ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ ลดลง ร้อยละ จํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ ได้รับอุบัติเหตุและอาชญากรรม ระหว่างการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย สํานักงานปลัด กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 2560 - 2561 ปี 2560 = 794 และปี 2561 = 706 ราย ดังนั้น จึง ลดลง ร้อยละ 11 2. 4 อัตราการเพิ่มขึ้นของ จํานวนธุรกิจบริการ ท่องเที่ยวได้รับรอง มาตรฐาน ความปลอดภัย ด้านความสะอาดและ สุขอนามัยของไทย ร้อยละ อัตราการเพิ่มขึ้นของ จํานวนธุรกิจ บริการท่องเที่ยวได้รับรอง มาตรฐานความปลอดภัย ด้านความสะอาดและสุขอนามัย ของไทย เช่น มาตรฐาน Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) หรือ SHA+ (โดยการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่ง ประเท ศ ไทย (ททท.) และ กรมการท่องเที่ยว (กทท.) ก.ค. 2564 12 , 685 ราย

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 130 เป้าหมายราย ยุทธศาสตร์ ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา/หน่วยงาน หลักในการจัดเก บข้อมูล ปีำน ค่าปีำน แห่งประเทศไทย – ททท.) หรือ มาตรฐาน Home lodge (โดยกรมการท่องเที่ยว) เป็นต้น เป้าหมายที่ 2.4 2.5 จํานวนบุคลากรผ่าน เกณฑ์ระดับสมรรถนะ และความเชี่ยวชาญ ของบุคลากรใน อุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยว ร้อยละ บุคลากรในอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยวมีผลการประเมิน สมรรถนะที่สูงกว่าระดับมาตรฐาน ที่กําหนดจากการศึกษาในปีแรก หมายเหตุ: มีการจ้างงานบุคลากร ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งหมด 4 , 372 , 304 คน ( TSA, 2563) สํานักงานปลัด กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา หมายเหตุ : ยังไม่มีการ จัดทําและใช้งานการ ประเมินสมรรถนะของ บุคลากรในอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว 2566 ค่าที่กําหนดจากปีที่ จัดทํา หมายเหตุ : ยังไม่มี การจัดทําและใช้งาน การประเมินสมรรถนะ ของบุคลากรใน อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว 2.6 จํานวนบุคลากร ด้านการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐและเอกชน ในอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวที่ได้รับ การพัฒนาทักษะให้ได้ มาตรฐานสําหรับ การท่องเที่ยว เชิงคุณภาพ คน จํานวนบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐและเอกชนใน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับ การพัฒนาทักษะให้ได้มาตรฐาน สําหรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ กรมการท่องเที่ยว 2564 - 2565 เป้าหมายปี พ.ศ. 2564 - 2565 คือ 50 , 000 ราย เฉลี่ยปีละ 25 , 000 ราย

131 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) เป้าหมายราย ยุทธศาสตร์ ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา/หน่วยงาน หลักในการจัดเก บข้อมูล ปีำน ค่าปีำน ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยกระดับประสบการณ์การ ด้านการ ท่องเที่ยว ( T ourism Experience ) เป้าหมายที่ 3.1 3.1 ระดับความพึงพอใจ ของนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยว ต่างชาติที่เดินทาง ท่องเที่ยวในไทย คะแนน ระดับความพึงพอใจของ นักท่องเที่ยวโดยรวมทั้ง นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาว ต่างประเทศที่ท่องเที่ยวในประเทศ ไทย โครงการส ํา รวจข้อมูลเพื่อ วิเคราะห์พฤติกรรมของ นักท่องเที่ยวเชิงลึก โดย กองวิจัยการตลาดการ ท่องเที่ยว ททท. ระดับความพึงพอใจ แบ่งเป็น 5 ระดับ 1 - 5 โดย 1 น้อยที่สุด และ 5 มากที่สุด และ 0 คือ ไม่แสดงความเห็น 2562 ระดับความพึงพอ ใ จ ของนักท่องเที่ยวไทย 4.29 คะแนน ( คะแนนเต็ม 5) ระดับความพึงพอใจ ของนักท่องเที่ยว ต่างชาติ 4.50 คะแน น (คะแนนเต็ม 5) เป้าหมายที่ 3.2 3.2 อัตราการเติบโตของ รายได้จากรูปแบบ การท่องเที่ยวที่มี ศักยภาพสูงในประเทศ ไทย ร้อยละ รูปแบบการท่องเที่ยวศักยภาพสูง ในประเทศไทย ประกอบไปด้วย 1) การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม 2) การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ ( MICE) 3) การท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่โดดเด่น ( Sport Tourism) 4) การท่องเที่ยวเชิง สุขภาพ สุขภาพ ความงาม และแพทย์ แผนไทยระดับนานาชาติ โ ครงการจัดทําข้อมูล ตามตัวชี้วัด ตามแผน แม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ ชาติ ประเด็น การท่องเที่ยว (พ.ศ. 2561 - 2580) โดย สํานักงา น ปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา” 2561 - 2562 ร้อยละ 14.99 หมายเหตุ : คํานวณ จาก 4 รูปแบบของ การท่องเที่ยวที่มี การจัดเก็ บข้อมูล ได้แก่ การท่องเที่ยว เชิงสร้างสรรค์และ วัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ การท่องเที่ยว เชิงสุขภาพ ความงาม

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 132 เป้าหมายราย ยุทธศาสตร์ ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา/หน่วยงาน หลักในการจัดเก บข้อมูล ปีำน ค่าปีำน ( Medical & Wellness Tourism) 5) การท่องเที่ยวสําราญทางน้ํา ( Coastal Maritime and River Tourism ) และ 6) การท่องเที่ยวเชื่อมโยง ภูมิภาค ( Connectivity Tourism) 7) การท่องเที่ยว อย่าง มีความ รับผิดชอบ ( Responsible Tourism) วิธีการคํานวน: ((รายได้รวมของ การท่องเที่ยวศักยภาพสูงปีที่ 2 - รายได้รวมของการท่องเที่ยว ศักยภาพสูงปีที่ 1)/ รายได้รวม ของการท่องเที่ยวศักยภาพสูงปีที่ 1 ) x 100 และแพทย์แผนไทย และ การท่องเที่ยว สําราญทางน้ํา 3.3 อันดับ Global Wellness Travel โดย Global Wellness Institute อันดับ อันดับ Global Wellness Travel โดย Global Wellness Institute Global Wellness Institute 2560 อันดับที่ 13

133 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) เป้าหมายราย ยุทธศาสตร์ ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา/หน่วยงาน หลักในการจัดเก บข้อมูล ปีำน ค่าปีำน เป้าหมายที่ 3.3 3.4 อัตราการรับรู้ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ประเทศไทยที่แตกต่าง ปลอดภัยสําหรับ นั กท่องเที่ย ว ชาว ต่าง ประเทศ ร้อยละ อัตราการรับรู้ภาพลักษณ์ของ แบรนด์ประเทศไทยที่แตกต่าง ปลอดภัยสําหรับนั กท่องเที่ย ว ชาวต่ำงประเทศ (ตาม Positioning ที่ฝ่ายโฆษณา และประชาสัมพันธ์ศึกษา/กําหนด) สําหรับนักท่องเที่ยวชา ว ต่างประเทศ รายงานการศึกษาจัดทํา โดยการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) N/A N/A หมายเหตุ : เป็นตัวชี้วัด ที่กําหนดขึ้นใหม่ ในแผนวิสาหกิจ ททท. ฉบับทบทวน พ.ศ. 2563 - 2565 ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ( Sustainable Tourism ) เป้าหมายที่ 4.1 4. 1 ปริมาณการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกและการ สร้างขยะในภาคการ ผลิตของอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ตัน คาร์บอนได ออกไซด์ และตัน ( ร้อยละ ) ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างขยะในภาคการผลิต ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บัญชีประชาชาติ ด้านการท่องเที่ยว ที่รวมต้นทุนด้าน สิ่งแวดล้ อม ( TSA - SEEA) 256 3 ก๊าซเรือนกระจก ภาคการท่องเที่ยว 30,582,523 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์/ 261,969,622 ตัน คาร์บอนทั้งหมดในปี นั้น ขยะภาคการ ท่องเที่ยว 807,313 ตัน/ 29,185,000 ตัน จากขยะทั้งหมดในปีนั้น

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 134 เป้าหมายราย ยุทธศาสตร์ ลําดับ ตัวชี้วัด ประเภท ของข้อมูล คําอธิบายตัวชี้วัด แหล่งที่มา/หน่วยงาน หลักในการจัดเก บข้อมูล ปีำน ค่าปีำน เป้าหมายที่ 4. 2 4. 2 จํานวนแหล่งท่องเที่ยว และสถานประกอบการ ได้รับมาตรฐาน ความยั่งยืนในระดับ สากล ( GSTC) แห่ง/ราย จํานวนแหล่งท่องเที่ยวได้รับ มาตรฐานความยั่งยืนในระดับ สากลสอดคล้องกับเกณฑ์สภาการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria:) รายงาน (Global Sustainable Tourism Criteria: GSTC) โดยสภาการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืนโลก N/A N/A หมายเหตุ: ประเทศ ไทย ยังไม่มีพื้นที่ผ่าน เกณฑ์มาตรฐาน GSTC 4. 3 อันดับ Sustainable Travel Index โดย Euromonitor International อันดับ อันดับ Sustainable Travel Index โดย Euromonitor International ประกอบไปด้วย 7 มิติ ได้แก่ ความยั่งยืนของ สิ่ง แวดล้อม ความยั่ งยืนของสังคม ความมั่นคงของเศรษฐกิจ ความเสี่ยง ความต้องการ ด้านความยั่งยืน ขนส่งยั่งยืน ที่พักยั่งยืน Euromonitor international 2563 อันที่ 76 เป้าหมายที่ 4.4 4. 4 มูลค่าการลงทุนและ สัดส่วนมูลค่าการสะสม ทุนถาวร เพื่อการ ท่องเที่ยวในมิติ วั ฒนธรรม ต่อมูลค่า การสะสมทุน ด้านการท่องเที่ยว ร้อยละ มูลค่าการลงทุนและสัดส่วนมูลค่า การสะสมทุนถาวรเพื่อ การท่องเที่ยวในมิติวัฒนธรรม ( Cultural Industry) ต่อมูลค่า การสะสมทุน ด้านการท่องเที่ยว รายงานบัญชีประชาชาติ ด้านการท่องเที่ยว (TSA) โดย สํานักงาน ปลัด กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา 256 2 ร้อยละ 1.5 คิดเป็น มูลค่า 1 , 243 ล้าน บาท จากทั้งหมดของ ท่องเที่ยว 82 , 867 ล้านบาท

135 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ภาคผนวก ข คําอธิบายตัวชี้วัด หลักที่ 3 จํานวนวันพักเฉลี่ยและค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) ได้กําหนดตัวชี้วัดหลัก ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) โดยกําหนดตัวชี้วัดหลักที่ 3 คือ จํานวนวันพักและค่าใช้ จ่าย โดย เฉลี่ยของ นักท่องเที่ยว ชาวไทยและต่าง ชาว ชาติ ซึ่ง ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยและ ชาว ต่างชาติ ได้กําหนดค่าเป้าหมาย ดังนี้ - ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มข ้นร้อยละ 7 ต่อปี - ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ ยวชาวต่างชาติเพิ่มข ้นร้อยละ 5 ต่อปี ทั้งนี้ การกําหนดค่าเป้าหมายค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยและ ชาว ต่างชาติข้างต้น ได้อ้างอิงจาก ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในระยะที่ผ่านมา รวมถึง (ร่าง) แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1 . ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย 1 .1 ข้อมูลสถิติด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558 - 2562 ) ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย มี อัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 4.15 ต่อปี โดยในปี 2558 ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย อยู่ที่ 2,534.77 บาท/วัน และในปี 2562 อยู่ที่ 2,916.27 บาท/วัน ดังตารางและแผนภูมิด้านล่าง ปี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (บาท/วัน) อัตราการเติบโต (% YoY) อัตราการเติบโต เฉลี่ยต่อปี (%) 2558 2,534.77 6.5 4.15 2559 2,643.67 4.3 2560 2,740.91 3.68 2561 2,865.60 4.55 2562 2,916.27 1.77 ตารางค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย ปี 2558 - 2562 แผนภูมิแสดงค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ย อัตราการเติบโต และอัตรา การ เติบโตเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย ปี 2558 - 2562 แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 จึงกําหนดค่าเป้าหมาย ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของ นักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ต่อปี โดยพิจารณาจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นเป็นหลัก ประกอบกับ พฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่อง เที่ยวชาวไทย ภาวะและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ เช่น อัตราเงินเฟ้อ ผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น การฟื้นตัวของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 2/2565 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 ยังมองว่า กำรฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ผลกระทบของค่าครองชีพที่ปรับ สูงขึ้น สําหรับการคาดการณ์จะใช้ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยปี 2562 ซึ่ งเป็นปีสถานการณ์ ปกติเป็นปีฐาน ดังตารางและแผนภูมิด้านล่าง

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 136 แผนภู มิ แสดงค่ำใช้ จ่ำย โดย เฉลี ่ ย อั ตราการเติ บโต และอั ตรา กา ร เติบโตเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย ปี 2558 - 2570 ปี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (บาท/วัน) อัตราการเติบโต (% YoY) อัตราการเติบโต เฉลี่ยต่อปี (%) 2558 2,534.77 6.5 4.15 2559 2,634.67 4.3 2560 2,740.91 3.68 2561 2,865.60 4.55 2562 2,916.27 1.77 2563 - 2565 ช่วงปีวิกฤตโควิด - 19 2566 3,120.41 7.00 7.00 2567 3,338.84 7.00 2568 3,572.56 7.00 2569 3,822.64 7.00 2570 4,090.22 7.00 จากตารางและแผนภูมิดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าการกําหนดค่าเป้าหมายให้ ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ต่อปี เป็นค่าเป้าหมายที่ท้าทายในช่วงระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2566 - 2570) เนื่องจาก ในช่วงปี 2558 - 2562 หรือ 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตเฉลี่ยของ ค่าใช้จ่าย โดยเฉลี่ ยของนักท่องเที่ ยวชาวไทยอยู่ ที่ ร้อยละ 4.15 เท่านั้ น ซึ่ งอัตราการเติบโตในแต่ละปีมีแนวโน้ม ที่ไม่แน่นอน และในปี 2562 ยังขยายตัวลดลงอยู่ที่ร้อยละ 1.77 เมื่อเทียบกับปี 2561 ดังนั้น การกําหนด ค่าเป้าหมาย ให้ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ต่อปี จะส่งผลให้ปี 2570 ซึ่งเป็น ปีสุดท้าย ของแผนพั ฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 มี ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้น เป็น 4 , 090.22 บาท/วัน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งเป็นปีฐานถึงร้อยละ 40.26 และยังสอดคล้องกับ แนวโน้ม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงินได้ประเมินไว้ 1 .2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) สํานักงานสภาพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยว ที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน ได้กําหนดค่าเป้าหมายให้นั กท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ มีค่าใช้จ่ายต่อวัน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี โดยอ้างอิงจา กการกําหนดค่าเป้าหมายตามแผนแม่บท ซึ่งกําหนดให้ในปี 2570 ภาคการท่องเที่ยวเป็นสัดส่วนร้ อยละ 25 ของ GDP ทั้งประเทศรวมถึง มุ่งเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มี ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อวันโดยเฉลี่ยสูง หากคาดการณ์ตามค่าเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดยกําหนดให้ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี และใช้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของ นักท่องเที่ยวชาวไทยปี 2562 ซึ่งเป็นปีสถานการณ์ปกติเป็นปีฐาน ดังตารางและแผนภูมิด้านล่าง ตารางค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย ปี 2558 - 2570

137 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ปี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (บาท/วัน) อัตราการเติบโต (% YoY) อัตราการเติบโต เฉลี่ยต่อปี (%) 2558 2,534.77 6.5 4.15 2559 2,634.67 4.3 2560 2,740.91 3.68 2561 2,865.60 4.55 2562 2,916.27 1.77 2563 - 2565 ช่วงปีวิกฤตโควิด - 19 2566 3,207.90 10.00 10.00 2567 3,528.69 10.00 2568 3,881.56 10.00 2569 4,269.71 10.00 2570 4,696.68 10.00 ตารางค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย ปี 2558 - 2570 แผนภูมิแสดงค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ย อัตราการเติบโต และอัตราการ เติบโตเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย ปี 2558 – 2570 จากตารางและแผนภูมิดังกล่าวจะเห็นได้ว่า หากกําหนดให้ ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของ นักท่องเที่ยว ชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี ในปี 2570 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570 ) ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ ยของนักท่องเที่ ยวชาวไทยจะอยู่ที่ 4 , 696.68 บาท/วัน โดย เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งเป็นปีฐานถึงร้อยละ 61.05 จะเห็นได้ว่าการกําหนดค่ำเป้าหมายค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปีในช่วงระยะเวลาปี 2566 - 2570 อาจไม่สอดคล้องกับ พฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงระยะ 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป็นการเติบโตที่ ไม่สอดคล้อง กับแนวโน้มการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจในประเทศซึ่งอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่มี ความไม่แน่นอนสูงภายใต้ภาวะ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและรายได้ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ การบริโภคของภาคเอกชน นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจ ส่งผลให้แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยสูงถึงร้อยละ 10 ต่อปี เป็นไปได้ยาก 2 . ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2 .1 ข้อมูล สถิติด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558 - 2562 ) ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มี อัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.47 ต่อปี โดยในปี 2558 ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อยู่ที่ 5 , 142.18 บาท/วัน และในปี 2562 อยู่ที่ 5,172.29 บาท/วัน ดังตารางและแผนภูมิด้านล่าง ปี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (บาท/วัน) อัตราการเติบโต (% YoY) อัตราการเติบโต เฉลี่ยต่อปี (%) 2558 5,142.18 6.93 1.47 2559 5,252.69 2.15 2560 5,404.10 2.88 2561 5,289.72 - 2.12 2562 5,172.29 - 2.22 ตารางค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ปี 2558 - 2562 แผนภูมิแสดง ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ย อัตราการเติบโต และอัตรา การ เติบโตเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ปี 2558 - 2562

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 138 แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) จึงกําหนดค่าเป้าหมาย ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี โดยพิจารณาจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น เป็นหลัก ประกอบกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ศักยภาพและปั จจัยด้านการท่องเที่ยว ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ เช่น การฟื้ นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่ จากองค์การการท่องเที่ยวโลก ( UNWTO ) มองว่าการท่องเที่ยวระหว่า งประเทศจะกลับมาฟื้นตัว เทียบเท่า ก่อนวิกฤต โควิด - 19 ได้ในปี 2567 หรือช้ากว่านั้น ดังแผนภูมิ นอกจากนี้ ยังพิจารณาถึงการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระ หว่างประเทศ ศักยภาพและความพร้อม ของ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นต้น สําหรับกำรคาดการณ์จะใช้ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ย ของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติปี 2562 ซึ่งเป็นปีสถานการณ์ปกติเป็นปีฐาน ดังตารางและแผนภูมิด้านล่า ง ปี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (บาท/วัน) อัตราการเติบโต (% YoY) อัตราการเติบโต เฉลี่ยต่อปี (%) 2558 5,142.18 6.93 1.47 2559 5,252.69 2.15 2560 5,404.10 2.88 2561 5,289.72 - 2.12 2562 5,172.29 - 2.22 2563 - 2565 ช่วงปีวิกฤต โควิด - 19 2566 5,430.90 5.00 5.00 2567 5,702.45 5.00 2568 5,987.57 5.00 2569 6,286.95 5.00 2570 6,601.30 5.00 ตารางค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ปี 2558 - 2570 แผนภูมิแสดงค่าใช้ค่าใช้จ่าย โดย เ ฉลี่ย อัตราการเติบโต และอัตรา การ เติบโตเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ปี 2558 - 2570 จากตารางและแผนภูมิดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าการกําหนดค่าเป้าหมายให้ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี เป็นค่าเป้าหมายที่ท้าทายในช่วงระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2566 - 2570) เนื่องจาก ในช่วงปี 2558 - 2562 หรือ 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตเฉลี่ยของค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ที่ร้อยละ 1.47 เท่ำนั้น ซึ่งอัตราการเติบโตในแต่ละปียังมี แนวโน้ม

139 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ลดลงอย่างต่อเนื่ องและในปี 2562 ยังหดตัวร้อยละ 2.22 เมื่ อเทียบกับปีก่อนหน้า ดังนั้ น กา ร กําหนด ค่าเป้าหมายให้ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี จะส่งผลให้ปี 2570 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพิ่มขึ้นเป็น 6 , 601.30 บาท/วัน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งเป็นปีฐานถึงร้อยล ะ 27.63 และ สอดคล้องกับ แนวโน้ม การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวโลกซึ่ง UNWTO มองว่าการท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั่วโลกจะฟื้นตัว อย่างค่อยเป็น ค่อยไปอีกด้วย 2 .2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ. ศ . 2566 – 2570) สํานักงาน สภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของ การท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน ได้กําหนดค่าเป้าหมายให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ มีค่าใช้จ่ายต่อวันเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี โดยอ้างอิงจากการกําหนดค่าเป้าหมายตามแผนแม่บท ซึ่งกําหนดให้ในปี 2570 ภาคการท่องเที่ยวเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของ GDP ทั้งประเทศรวมถึงมุ่งเน้น นักท่องเที่ยวคุณ ภาพที่มีค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยต่อวัน สูง ในปี 2562 GDP ประเทศไทยมีมูลค่า 16.90 ล้านล้านบาท เติบโตร้อยละ 3.23 เมื่อเทียบกับ ปี 2561 ขณะที่ Tourism GDP มีมูลค่า 3.01 ล้านล้านบาท เติบโตร้อยละ 1.77 เมื่อเทียบกับปี 2561 โดย มีสัดส่วน Tourism GDP ต่อ GDP อยู่ ที่ ร้อยละ 17.79 ซึ่ งสัดส่วนดังกล่าวแสดงถึงความสําคัญของ การท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาวะปกติและเศรษฐกิจโดยรวมเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2563 มูลค่ำ GDP ประเทศลดลงเหลือ 15.65 ล้านล้านบาท หดตัวร้อยละ 7.33 เมื่อเทียบกับปี 2562 ขณะที่ Tourism GDP มีมูลค่าเหลือเพียง 0.89 ล้านล้านบาท หดตัวถึงร้อยละ 70.65 และสัดส่วน Tourism GDP ต่อ GDP ประเทศ ลดลงเหลือร้อยละ 5.64 เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในภาวะวิกฤตภาค การท่องเที่ยวจะส่งผล กระทบเชิงลบ ซึ่งฉุดรั้งการฟื้นตัวและเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ หากคาดการณ์ตามค่าเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดยกําหนดให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี และใช้ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ย ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติปี 2562 ซึ่งเป็นปีสถานการณ์ปกติเป็นปีฐาน ดังตารางและแผนภูมิด้านล่าง ปี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (บาท/วัน) อัตราการเติบโต (% YoY) อัตราการเติบโต เฉลี่ยต่อปี (%) 2558 5,142.18 6.93 1.47 2559 5,252.69 2.15 2560 5,404.10 2.88 2561 5,289.72 - 2.12 2562 5,172.29 - 2.22 2563 - 2565 ช่วงปีวิกฤต โควิด - 19 2566 5,689.52 10.00 10.00 2567 6,258.47 10.00 2568 6,884.32 10.00 2569 7,572.75 10.00 2570 8,330.02 10.00 ตารางค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ปี 2558 - 2570 แผนภูมิแสดง ค่าใช้จ่าย โดย เ ฉลี่ย อัตราการเติบโต และอัตรา การ เติบโตเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ปี 2558 - 2570

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 140 จากตารางและแผนภูมิดังกล่าว จะเห็นได้ว่า หากกําหนดให้ค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี ในปี 2570 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายขอ งแผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับ ที ่ 3 ค่ำใช้ จ่ำย โดย เฉลี ่ ยของนั กท่ องเที ่ ยวชาวต่ำงชาติ จะอยู ่ ที ่ 8 , 330.02 บาท/วั น โดยเพิ ่ มขึ้น จาก ปี 2562 ซึ่งเป็นปีฐานถึงร้อยละ 61.05 จะเห็นได้ว่าการกําหนดค่าเป้าหมายค่าใช้จ่าย โดย เฉลี่ยของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปีในช่วงระยะเวลาปี 2566 - 2570 อาจไม่สอดคล้องกับ พฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในช่วงระยะ 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป็นการเติบโตแบบก้าว กระโดดซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อ ยไปของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศทั่วโลก 3. บ ทสรุป จากข้อมูลสถิติด้านการท่องเที่ยว แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั้งภายนอก และภายในประเทศ รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ไ ด้ กล่าวมาแล้วข้างต้น แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 - 2570) จึงได้กําหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดหลักที่ 3 ค่าใช้ จ่าย โดย เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 7 และร้อยละ 5 ต่อปี ตามลําดับ เพื่อให้สอดคล้องกับการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็น ค่อยไปของการท่องเที่ยว และเพื่อการพัฒนา การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ที่มา : ข้อมูลสถิติด้านการท่องเที่ยว , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ข้อมูลเบื้องต้นบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา UNWTO World Tourism Barometer, January 2022, United Nations World Tourism Organization ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 2/2565 , วันที่ 30 มีนาคม 2565 , ธนาคารแห่งประเทศไทย (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 , ตุลาคม 2564 , สํานักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชา ติ

141 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ภำคผนวก ค ตารางดัชนี TTDI ของประเทศไทย ปี 2564 ประเทศไทย อันดับที่ 36 จาก 117 ทั่วโลก ดัชนีชี้วัดหลักของประเทศไทย ( Key Indicators) จํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 , 702 , 000 คน รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 14 , 197 . 5 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว ( T&T Industry GDP) 18 , 393 . 7 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนของอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวต่อ GDP ประเทศ (ปี 2564 ) ร้อยละ 3.7 จํานวนการจ้างงานในอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว 4.05 ล้านคน สัดส่วนการจ้างงานภาคการท่องเที่ยวต่อผู้มีงานทําของประเทศ ร้อยละ 10.8 การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยต่อการใช้จ่ายเพื่อการเดินทางและการ ท่องเที่ยวในประเทศทั้งหมด ร้อยละ 56.9 อันดับ TTDI ของประเทศไทยจําแนกตาม 17 ป จจัย ด้าน/ป จจัยที่ ดัชนี อันดับ TTCI ปี 2560 อันดับ TTCI ปี 2562 อันดับ TTDI * ปี 2564 ด้านที่ 1 ) ป จจัยเอื้อด้านสิ่งแวดล้อม ( Enabling Environment) • ปัจจัยที่ 1 สภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ 45 37 58 • ปัจจัยที่ 2 ความปลอดภัย และความมั่นคง 118 111 92 • ปัจจัยที่ 3 สุขภาพและอนามัย 90 88 74 • ปัจจัยที่ 4 ทรัพยากรมนุษย์ และตลาดแรงงาน 40 27 53 • ปัจจัยที่ 5 ความพร้อมทาง ด้านเทคโนโลยีการ สื่อสาร และสารสนเทศ 58 49 50 ด้านที่ 2 ) นโยบายและเงื่อนไขการเดินทางและการท่องเที่ยว ( T&T Policy & Conditions) • ปัจจัยที่ 6 การให้ความสําคัญกับการ เดินทางและท่องเที่ยว 34 27 88 • ปัจจัยที่ 7 การเปิดรับนานาชาติ 52 45 57 • ปัจจัยที่ 8 การแข่งขันด้านราคา 18 25 39 ด้านที่ 3 ) โครงสร้างพื้นำน ( Infrastructure) • ปัจจัยที่ 9 โครงสร้างพื้นฐาน ด้านการขนส่งทางอากาศ 20 22 13

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 142 ด้าน/ป จจัยที่ ดัชนี อันดับ TTCI ปี 2560 อันดับ TTCI ปี 2562 อันดับ TTDI * ปี 2564 • ปัจจัยที่ 10 โครงสร้างพื้นฐานด้านการ ขนส่งทางบกและทางน้ํา 72 72 48 • ปัจจัยที่ 11 โครงสร้างพื้นฐานบริการ ด้านการท่องเที่ยว 16 14 32 ด้านที่ 4 ) ป จจัยขับเคลื่อนความต้องการการเดินทางและการท่องเที่ยว ( T&T Demand Drivers) • ปัจจัยที่ 12 ทรัพยากรธรรมชาติ 7 10 14 • ปัจจัยที่ 13 ทรัพยากรทาง ด้านวัฒนธรรม 37 35 32 • ปัจจัยที่ 14 * ทรัพยากรที่ไม่ใช่ เพื่อการพักผ่อน - - 16 ด้านที่ 5 ) ความยั่งยืนด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว ( T&T Sustainability) • ปัจจัยที่ 15 ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม 122 130 97 • ปัจจัยที่ 16 * ความยืดหยุ่นและเงื่อนไข ด้านเศรษฐกิจและสังคม - - 55 • ปัจจัยที่ 17 * ความต้องการและความ กดดัน และผลกระทบ การเดินทางและ การท่องเที่ยว - - 37 ปัจจัยที่ได้คะแนนน่าพึงพอใจ 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) ปัจจัยที่ 9 โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทาง อากาศ อันดับที่ 13 2) ปัจจัยที่ 12 ทรัพยากรธรรมชาติ อันดับที่ 14 และ 3) ปัจจัยที่ 14 ทรัพยากรที่ไม่ใช่ เพื่อการพักผ่อน อันดับที่ 16 หมายเหตุ : * สภาเศรษฐกิจโลก ( WEF) จัดทําดัชนี TTDI ในปี 2564 เพื่อทดแทนดัชนี TTCI โดยเพิ่มปัจจัยใหม่ จํานวน 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) ปัจจัยที่ 14 ทรัพยากรที่ไม่ใช่เพื่อการพักผ่อน 2 ) ปัจจัยที่ 16 ความยืดหยุ่นและ เงื่อนไขด้านเศรษฐกิจและสังคม และ 3 ) ปัจจัยที่ 17 ความต้องการและความกดดัน และผลกระทบการเดินทาง และการท่องเที่ยว ที่มา : Travel & Tourism Development Index 2021: Rebuilding for a Sustainable and Resilient โดย สภาเศรษฐกิจโลก ( World Economic Forum - WEF)

143 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ภาคผนวก ง อภิธานศัพท์ การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ การท่องเที่ยวที่ส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ การจัดงานแสดงสินค้า การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเป็นรางวัล การจัด การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา รวมถึงการพักผ่อนระหว่างหรือหลังการประกอบธุรกิจ หรือการทํา กิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นการดึงดูดกลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ อีกทั้ง ส่งเสริมให้การจัดงานธุรกิจและ กิจกรรม ต่าง ๆ เป็นการสนับสนุนการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของ ประเทศ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี ที่นําไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมถึงการสร้างเวที เจรจาการค้าและการลงทุนของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม เป้าหมาย การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม คือการท่องเที่ยวที่เน้นการสร้างสรรค์คุณค่าสินค้าและบริการการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการใช้องค์ความรู้และนวัตกรรม ส่งเสริมจุด แข็งในด้านความหลากหลายทางทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสินค้าและบริการด้าน การท่องเที่ยว ที่ตอบสนองพฤติกรรม ความต้องการนักท่องเที่ยว และสร้างทางเลือกของประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism) การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เป็นหนึ่งในแนวคิดท่องเที่ยววิถีใหม่ ( New Normal) มุ่งเน้นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ไม่ก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น มีการจัดการที่ยั่งยืนครอบคลุมไปถึงการอนุรักษ์ทรัพยากร การจัดการ สิ่งแวดล้อม การป้องกันและกําจัด มลพิษ และควบคุมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมีขอบเขต การท่องเที่ยวภายในประเทศ ( Domestic Tourism) ผู้พํานักอาศัยที่มีถิ่นพํานักอยู่ในประเทศ และเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ( I nternat i onal Tourism) ประกอบด้วยการท่องเที่ยวขาเข้า ( Internal Tourism) และการท่องเที่ยวขาออก ( Outbound Tourism) การสร้างเนื้อหาที่เกิดจากผู้ใช้ ( User - Generated Content : UGC) การสร้างเนื้อหาหรือ Content ที่เกิดจากผู้ใช้ หรือผู้ติดตาม มาไว้บนพื้นที่ของแบรนด์หรือที่ใด ๆ ก็ตาม โดยเนื้อหาอาจจะมีส่วน เกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือไม่ก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่ก็เพื่อประโยชน์ของแบรนด์ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยรูปแบบที่ใช้เป็น ภาพถ่าย , คลิปวิดีโอ รวมไปถึงการเขียนบล็อกที่พูดถึงแบรนด์ไปด้วย

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 144 เทค โนโลยีบล อกเชน (Blockchain Technology ) เทคโนโลยีบล็อกเชน ( Blockchain technology ) คือ เทคโนโลยีที่มาจัดการด้านธุรกรรมออนไลน์ เป็นลักษณะของโครงสร้าง การเก็บข้อมูลเชิงสถิติเพื่อนํามาวิเคราะห์ข้อมูล ยืนยันการมีตัวตนโดยไม่มีตัวกลาง ปกติแล้วผู้ที่จะเป็นตัวกลางในการพิสูจน์ ข้อมูลจะเป็นหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ถ้าเป็นด้านการเงิน ก็จะเป็นธนาคาร หรือสถาบันการเงิน การที่มี blockchain technology เข้ามาช่วย จะทําให้ต้นทุ นในการดําเนินงานต่ําลง นักท่องเที่ยว ( Tourist) บุคคลที่เดินทางจากถิ่นพํานักถาวรของตนไปค้างคืนยังอีกสถานที่หนึ่ง อย่างน้อย 1 คืน แต่ไม่เกิน 90 วัน เพื่อกิจกรรมต่าง ๆ แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดค่าจ้างค่าตอบแทน จากสถานที่ตนไปเยือน นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง คือ นักท่องเที่ยวทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศของตนเอง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มที่จะใช้จ่าย ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวสูง เลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ พํานักระยะยาว รวมถึงเดินทางท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ไม่สร้างผลกระทบทางลบให้กับแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวภายในประเทศ คือบุคคลเดินทางออกจากถิ่นที่ตนพํานักอยู่จากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการเดินทางเพื่อกิจกรรม อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับนัก ท่องเที่ยวระหว่างประเทศ แต่มิใช่เพื่อ ไปหางานทําหรือหารายได้ทั้งนี้ได้จําแนกนักท่องเที่ยวไว้ 2 ประเภทคือ 1) นักท่องเที่ยวประเภทค้างแรม 2) นักท่องเที่ยวประเภทเช้าไป - เย็นกลับ ป ระกอบด้วย • คนไทย ( Thai National) • คนต่างชาติที่อยู่ภายในประเทศไทย ( Thailand Residence) นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เข้ามาเยือน ป ระเทศไทย แล้วเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทย นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและพํานักอยู่ในประเทศไทยครั้งหนึ่ง ๆ ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และไม่เกิน 90 วัน และชาวต่างประเทศเหล่านี้จะต้องเดินทางเข้ามา เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ คือ เดินทางเข้ามาเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เพื่อน การศาสนา การกีฬา การประชุมสัมมนา การทูต การเดินทางเข้าเพื่อประสงค์ติดต่อทางธุรกิจหรือการค้าขาย เดินทางเข้า มาและออกไปกับเรือเดินสมุทรลําเดียวกัน ที่แวะจอด ณ ท่าเรือและขึ้นมาค้างคืนบนบก สําหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกจาก ประเทศไทยแล้ว และเดินทางกลับเข้ามาใหม่ในการกลับมาครั้งที่ 2 หรือครั้งต่อ ๆ ไป หากแต่ละครั้งพํานักอยู่ในประเทศไทยเกิน กว่า 24 ชั่วโมง ก็ จะถูกนับรวมเข้าเป็นนักท่องเที่ยวอีก ครั้งหนึ่งตามหลักเกณฑ์ที่ทุกประเทศปฏิบัติกัน ส่วนใหญ่ผู้โดยสาร

145 แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่เดินทางผ่านหรือแวะต่อเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ จะไม่นับรวมเข้าเป็น นักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ติดเขต ชายแดนไทย เช้ามาเย็นกลับ ก็ไม่นับเป็นนักท่องเที่ยวเช่นกัน นักทัศนาจร ( Excursionist หรือ Day - Visitors ) บุคคลที่ เดินทางจากถิ่นพํานักถาวรไปยังอีก สถานที่หนึ่งเพื่อประกอบกิจกรรมต่าง ๆ โดยมิได้ค้างคืนและไม่มีรายได้หรือค่าจ้าง ค่าตอบแทนในการไปเยือนสถานที่นั้น บัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว (Tourism Satellite Account: TSA) บัญชีบริวาร (Satellite Account) ของบัญชีประชาชาติ (National Accounts) ที่แสดงข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้ง ที่เป็นรูปแบบที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงินอย่างเป็นระบบ มีความสอดคล้องกับบัญชีประชาชาติของประเทศ และเป็นเครื่องมือ ทางสถิติที่ใช้ในการวัดผลกระทบด้านการท่องเที่ยวที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม ผู้มาเยือน ( Visitors) ผู้มาเยือนแบ่งเป็น 2 ประเภท รวมไปถึง “ นักท่องเที่ยว ( Tourist ” หรือ ผู้มาเยือนแบบค้างคืน ( O ver - night visitors) และ “ นักทัศนาจร ( Excursionist ” หรือ ผู้มาเยือนจาก สถานที่นั้นไปภายในวันเดียวกัน ( S ame - day visitors) ผู้ให้บริการด้านการจองที่พัก ( Online Travel Agency: OTA ) คือผู้ให้บริการด้านการจองที่พักโรงแรม รวมถึงบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยทําหน้าที่เป็นตัวกลางในการให้บริการให้ สมาชิกได้เจอกับผู้ให้บริการที่พัก ตั๋วเครื่องบิน บริการท่องเที่ยวต่าง ๆ และ จอง ตั๋วที่พักโรงแรม ให้ โดยนําเสนอสิทธิพิเศษ และราคาสุดพิเศษให้กับสมาชิก ระบบคลาวด์ (Cloud) ระบบคลาวด์ ( Cloud หรือ Cloud Computing ) เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้น เพื่อรองรับการทํางานของผู้ใช้งาน ในทุกด้าน ทั้งด้านระบบเครือข่าย ด้านการจัดเก็บข้อมูล ด้านการติดตั้งฐานข้อมูล หรือการใช้งานซอฟต์แวร์เฉพาะด้านในธุรกิจ ต่าง ๆ เป็นต้น โดยที่ผู้ใช้บริการไม่จําเป็นต้องติดตั้งระบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟ ต์ แวร์ไว้ที่สํานักงานของตน แต่ผู้ใช้บริการสามารถ ใช้งานได้ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบ Cloud Computing ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต รูปแบบการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ สูง (High - Potential Tourism) เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและมีความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนมีแนวโน้มการเติบโตของ ตลาดสูง จึงเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ควรได้รับการส่งเสริมให้เป็นทิศทางการท่องเที่ยวหลักของประเทศ

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 146 เศร กิจแบ่งป น (Sharing Economy) เศรษฐกิจแบ่งปัน ( Sharing Economy ) รูปแบบเศรษฐกิจที่ไม่ได้เน้นการเติบโตแบบลุยเดี่ยว แต่ใช้พลังของการแบ่งปันและความ ร่วมมือ ทําให้เกิดรูปแบบสินค้าและบริการใหม่ที่ตอบรับความต้องการของผู้คนในวงกว้าง สมรรถนะ ( Competency ) ความสามารถในการปฏิบัติงานโดยใช้ความรู้ ทักษะ และเจตคติที่บูรณาการกันอย่างแนบแน่นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล อัตราการเข้าพัก ( Occupancy rate ) ร้อยละของจํานวนห้องพักทั้งหมดที่มีการเข้าพัก

147 ( ร่าง ) แผนพ