ประกาศ เรื่อง กำหนดลักษณะความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
ประกาศ เรื่อง กำหนดลักษณะความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
ประกาศ เรื่อง กำหนดลักษณะความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้อาศัย อา นาจตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ประกาศให้เขตพื้นที่ อา เภอมายอ จังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่ ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏ เหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566 และให้กอง อา นวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นผู้รับผิดชอบ ดา เนินการตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรั กษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 นั้น โดยที่พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มีบทบัญญัติ เกี่ยวกับการแก้ไขเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยในมาตรา 21 บัญญัติให้ ในเขตพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีได้มีประกาศตามมาตรา 15 คณะรัฐมนตรีมี อา นาจประกาศเพื่อ กา หนด การกระทำที่เป็นความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรที่ผู้กระทำความผิด ตามความผิดดังกล่าวจะเข้ารับการอบรมตามคำสั่งของศาลแทนการดำเนินกระบวนการยุติธรรม ทางอาญาปก ติ ทั้งนี้ เพื่อให้โอกาสแก่ผู้กระทำความผิดนั้นกลับตัวเพื่อประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2566 ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้การกระทาความผิดที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภายในเขตพื้นที่ อา เภอมายอ จังหวัดปัตตานี ดังต่อไปนี้ เป็นความผิดที่ต้อง ดา เนินการตามมาตรา 21 (1) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (ก) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 113 ถึงมาตรา 118 (ข) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 119 มาตรา 120 มาตรา 127 มาตรา 128 และมาตรา 129 (ค) ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 135/1 ถึงมาตรา 135/4 (ง) ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 136 ถึงมาตรา 146 (จ) ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 209 ถึงมาตรา 216 ้ หนา 28 ่ เลม 140 ตอนพิเศษ 66 ง ราชกิจจานุเบกษา 20 มีนาคม 2566
(ฉ) ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 217 ถึงมาตรา 239 (ช) ความผิดต่อชีวิต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 288 ถึงมาตรา 294 (ซ) ความผิดต่อร่างกาย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 295 ถึงมาตรา 300 (ฌ) ความผิดต่อเสรีภาพ ตามที่ บัญญัติไว้ในมาตรา 309 ถึงมาตรา 321/1 (ญ) ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 334 ถึงมาตรา 336 ทวิ (ฎ) ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ ในมาตรา 337 ถึงมาตรา 340 ตรี (ฏ) ความ ผิดฐานรับของโจร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 357 (ฐ) ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 358 ถึงมาตรา 361 (ฑ) ความผิดฐานบุกรุก ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 362 ถึงมาตรา 366 (2) ความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 (3) ควา มผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 (4) ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (5) ความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 ข้อ 2 เมื่อผู้ต้องหาว่าได้ กระทา ความผิดตามความผิดตามข้อ 1 กลับใจเข้ามอบตัวต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นกรณีที่พนักงานสอบสวนได้ ดา เนินการสอบสวนแล้วปรากฏว่าผู้ต้องหา ได้ กระทำ ไปเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ให้ใช้มาตรา 21 กับผู้ต้องหานั้นได้เฉพาะเมื่อปรากฏว่า (1) การ กระทำ ความผิดนั้น กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (2) การ กระทา ความผิดนั้นเกิดภายในเขตพื้นที่ อา เภอมายอ จังหวัดปัตตานี ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2566 (3) การเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาว่าได้กระทำความผิดกลับตัวจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 256 6 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ้ หนา 29 ่ เลม 140 ตอนพิเศษ 66 ง ราชกิจจานุเบกษา 20 มีนาคม 2566